ตอนที่ 6: รสชาติของชัยชนะ และควันที่ปนความสุข

1263 Words
หลังจากป้ายหน้าร้านสลักคำว่า Closed ลงไปอย่างเผด็จการด้วยมือของเจ้าของร้าน ธันย์ ก็หันมายิ้มกว้างให้ ธัน ที่ยังยืนอึ้งอยู่หน้าร้าน เขาคว้าเสื้อโค้ตตัวหนามาสวมทับแจ็คเก็ตยีน ก่อนจะผายมือให้หญิงสาวผู้พิทักษ์ความถูกต้องในวันนี้ "ไปครับคุณผู้ชนะ วันนี้ผมจะเป็นไกด์นำทางไปหาความอร่อยเอง" ทางเดินจากร้านคาเฟ่ไปยังจุดหมายไม่ได้ไกลนัก แต่มันเป็นช่วงเวลาที่ธันรู้สึกว่า 'พิเศษ' อย่างบอกไม่ถูก ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปตามฟุตบาทแคบๆ ลมหนาวพัดโชยมาเป็นระยะ แต่คราวนี้ธันไม่ได้เดินก้มหน้าสู้ลมเหมือนที่เคยทำมาตลอดหลายปี เธอเงยหน้ามองแสงไฟสีส้มที่ประดับตามต้นไม้ข้างทาง สลับกับมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เดินนำหน้าเธอไปก้าวหนึ่งเสมอเพื่อช่วยบังลมหนาวที่พัดสวนมา "คุณธันย์ค่ะ... จริงๆ ไม่ต้องปิดร้านเพื่อฉันก็ได้นะ เสียดายรายได้แย่เลย" ธันพูดพลางขยับผ้าพันคอสีแดงของเธอ อากาศเริ่มเย็นลง ธันย์หันกลับมาเดินถอยหลังสบตาเธอ แววตาซุกซน "รายได้ของผมหาเมื่อไหร่ก็ได้ครับ แต่รอยยิ้มของผู้ชนะนี่สิ... ถ้าไม่รีบฉลองตอนนี้ พรุ่งนี้มันอาจจะจางลงก็ได้ ผมไม่ยอมให้กำไรทางใจลดลงหรอกครับ" เขาทั้งคู่คุยกันเรื่องสัพเพเหระระหว่างทาง ธันเล่าเรื่องตลกๆ ในออฟฟิศที่เธอไม่เคยกล้าเล่าให้ใครฟัง ส่วนธันย์ก็เล่าเรื่องลูกค้าประหลาด ๆ ที่เคยแวะมาที่ร้าน เสียงหัวเราะของธันดังกังวานในอากาศที่เย็นจัด มันเป็นเสียงที่สดใสเสียจนธันย์แอบคิดในใจว่า นี่แหละคือดนตรีที่เพราะที่สุดในเดือนธันวาคม "ถึงแล้วครับ! สมรภูมิความอร่อยของเรา" ธันย์ผายมือไปยังร้านหมูกระทะเจ้าดังที่มีควันพวยพุ่งและกลิ่นหอมของมันหมูย่างโชยมาแต่ไกล บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยผู้คนและเสียงพูดคุยจอแจ แต่มันกลับไม่ทำให้ธันรู้สึกวุ่นวายอย่างที่คิด กลับกันเธอกลับรู้สึกว่ามันมี 'ชีวิตชีวา' อย่างประหลาด ธันย์จองโต๊ะมุมในสุดที่ควันไม่เยอะนัก เขาทำหน้าที่เป็นบริกรส่วนตัวอย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกเนื้อหมูหมักนุ่มๆ ผักสด และที่ขาดไม่ได้คือ 'น้ำจิ้มสูตรเด็ด' "วันนี้คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นครับ หน้าที่คุณคือ... กินและก็มีความสุขให้เต็มที่" ธันย์พูดขณะใช้มันหมูก้อนขาว ๆ ถู ลงบนกระทะทองเหลืองจนส่งเสียง ซู่ พร้อมควันที่หอมกรุ่นลอยฟุ้ง "ฉันย่างเองได้ค่ะ เดี๋ยวคุณจะไม่ได้กินนะ" ธันพยายามจะคว้าที่คีบ แต่ธันย์เบี่ยงหลบอย่างรวดเร็ว " ไม่ได้ครับ นี่คือสวัสดิการของผู้ร่วมโปรเจกต์ Dear December ระดับพรีเมียมที่ผมต้องดูแลเป็นอย่างดี " เขาตอบพลางคีบหมูชิ้นโตวางลงบนส่วนนูนของกระทะ "ลองชิมชิ้นนี้ดูครับ ผมหมักเอง (เสียงหัวเราะของเขา) ... อ้อ หมายถึงผมเลือกชิ้นที่หมักมาดีที่สุดมาให้คุณ" ธันคีบหมูชิ้นนั้นเข้าปาก รสชาติกลมกล่อมและความนุ่มของเนื้อที่ละลายในลิ้นทำให้เธอหลุดยิ้มร่าออกมา "อื้อฮือ! อร่อยมากเลยค่ะคุณธันย์ นี่มันรสชาติของสวรรค์ชัดๆ" ธันย์มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของเธอแล้วยิ้มตาม แสงไฟจากเตาถ่านสะท้อนในแววตาของธันจนมันเป็นประกายเหมือนดวงดาวที่พวกเขาไปดูด้วยกันเมื่อวันเสาร์ วันนี้ไม่มีความโศกเศร้าหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเธอเลย เธอหัวเราะจนตาหยี เล่าเรื่องการกินหมูกระทะตอนสมัยเรียนอย่างออกรสออกชาติ มีจังหวะหนึ่งที่ควันจากเตาพุ่งเข้าหาหน้าของธันจนเธอสำลักควันและน้ำตาไหลซึม "แง... ความซวยยังตามมาในหมูกระทะเหรอคะเนี่ย" เธอพึมพำพลางขยี้ตา ธันย์รีบยื่นกระดาษทิชชูให้พลางหัวเราะเบาๆ "ไม่ใช่ความซวยหรอกครับ เขาเรียกว่าควันหลงของความสุขต่างหาก มาครับ ผมช่วยโบกให้" เขาสละที่คีบแล้วหยิบพัดมาโบกควันให้อย่างตั้งใจ ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของเขาทำให้ธันหลุดขำออกมาอีกรอบ ความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้เองที่ทำให้ธันลืมไปเสียสนิทว่าเธอเคยเกลียดเดือนธันวาคมแค่ไหน เธอรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ได้ใจร้ายเกินไปนัก ตราบใดที่มีคนที่พร้อมจะนั่งโบกควันหมูกระทะให้เราแบบนี้ "คุณธันย์คะ..." เธอเรียกเขาขณะที่กำลังเคี้ยวหมูย่าง "ขอบคุณนะคะที่พาฉันมา ขอบคุณจริง ๆ ที่เตือนสติฉันเรื่องงาน ถ้าไม่มีคุณ ฉันคงยอมให้เขากล่าวหาว่าเป็นคนดวงตกไปตลอดชีวิตแน่ ๆ " "ผมบอกแล้วไงครับธัน... ความล้มเหลวมันไม่ได้มาจากคุณคนเดียว และความสำเร็จในวันนี้ก็มาจากหัวใจที่เข้มแข็งของคุณเอง ผมแค่ช่วยชงกาแฟให้คุณตื่นแค่นั้นเอง" เขาขยิบตาให้ "ต่อจากนี้ไป ถ้าใครมาว่าคุณซวยอีก ให้บอกเขาว่า... คุณมีความโชคดีส่วนตัวคอยดูแลอยู่แล้วนะครับ" คำพูดของเขาทำเอาธันหน้าแดงกว่าความร้อนของเตาถ่าน เธอแสร้งทำเป็นคีบผักบุ้งเข้าปากเพื่อซ่อนอาการเขิน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในหัวใจตอนนี้มันมากกว่าความร้อนจากกระทะทองเหลืองหลายเท่าตัวนัก [ทิ้งท้ายของวัน: บันทึกของธันย์] คืนนั้น หลังจากเดินไปส่งธันที่เดิมและมั่นใจว่าเธอขึ้นห้องพักอย่างปลอดภัยแล้ว ธันย์กลับมาที่ร้านกาแฟที่ยังคงเงียบสงบ เขาเดินไปหยิบสมุด Dear December มาเปิดที่หน้าวันที่ 6 รอยยิ้มยังคงค้างอยู่ที่มุมปากของเขา เขานั่งลงที่เคาน์เตอร์บาร์ ปากกาหมึกซึมในมือค่อยๆ ขยับไปตามความรู้สึกที่เปี่ยมล้น “6 ธันวาคม: วันนี้เธอพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า 'ธันวาคม' ไม่ใช่เดือนแห่งความพ่ายแพ้ ภาพที่เธอเดินยืดอกในออฟฟิศ (ที่เธอเล่าให้ฟังระหว่างกินหมูกระทะ) มันทำให้ผมรู้สึกภูมิใจจนแทบอยากจะกระโดดเข้าไปกอดเธอตรงนั้นเลย "ตอนที่เธอหัวเราะจนสำลักควันหมูกระทะ ผมแอบคิดว่านั่นแหละคือภาพที่สวยงามที่สุดเท่าที่ร้านนี้เคยบันทึกไว้ ผมอยากเก็บรอยยิ้มร่าเริงนี้ไว้ในขวดโหล แล้วเปิดมันออกมาทุกครั้งที่ผมรู้สึกเหนื่อยจัง" "อยากจะบอกเธอเหลือเกินว่า... ความโชคดีที่ผมมี มันไม่ได้มีไว้เพื่อตัวเองมานานแล้ว แต่มันมีไว้เพื่อชดเชยทุกน้ำตาที่เธอเคยเสียไปในปีก่อนๆ" "ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมต้องบอกความจริงเรื่อง 'ความลับที่ป้ายรถเมล์' ผมไม่รู้ว่าเธอจะจำได้ไหม แต่สำหรับผม... ภาพของผู้หญิงที่นั่งร้องไห้ในชุดเปียกปอนคนนั้น คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อมาเปิดร้าน 'December Lab' แห่งนี้ แล้วเจอกันนะ... ปาฏิหาริย์ของผม” ธันย์ปิดสมุดลงด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นขึ้นในใจ เขามองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด เห็นเพียงแสงดาวจางๆ แต่สำหรับเขาแล้ว เดือนธันวาคมปีนี้... สว่างไสวกว่าปีไหนๆ ที่เคยผ่านมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD