เช้าวันที่ 7 ธันวาคม อากาศเย็นจัดจนไอขาวพรั่งพรูออกมาทุกครั้งที่ผ่อนลมหายใจ แต่สำหรับ ธัน ความหนาวภายนอกกลับทำอะไรเธอไม่ได้เลย เมื่อเทียบกับความว้าวุ่นใจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ลืมตาตื่น บนหน้าจอโทรศัพท์มีข้อความสั้นๆ จาก ธันย์ ส่งมาตั้งแต่เช้ามืด
“เช้านี้ดื่มลาเต้ร้อนๆ เผื่อผมด้วยนะครับคุณธัน... วันนี้เลิกงานแล้ว มาเจอกันที่ร้านนะครับ ผมมี ‘ความลับ’ ที่เก็บไว้ตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณจะบอก ผมว่ามันถึงเวลาแล้วล่ะ”
คำว่า ‘ความลับ’ คำเดียวสั้นๆ กลับมีอิทธิพลเหนือการควบคุมของเธออย่างสิ้นเชิง ตลอดทั้งวันธันแทบจะไม่มีสมาธิกับการทำงานเลย เธอจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แต่กลับเห็นใบหน้ายิ้มเก่งของบาริสต้าหนุ่มลอยทับซ้อนขึ้นมาซ้ำ ๆ ขนาดตอนที่หัวหน้าเดินมาสั่งงาน เธอยังเผลอขานรับว่า
“ ค่ะ... ลาเต้ ” จนหัวหน้าทำหน้ามึนงง
ความลับอะไรเขาเพิ่งเจอเราที่ร้านจริงๆ หรือเปล่า หรือเขาแอบซ่อนอะไรไว้ใต้สมุดบันทึกเล่มนั้น หรือจริงๆ แล้วเขารู้จักใครที่เกี่ยวข้องกับเรา
ความกังวลเริ่มตีรวนจนกลายเป็นความตื่นเต้นที่ปนความประหม่า ทุกครั้งที่เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังขึ้น เธอจะสะดุ้งตัวโยนด้วยนึกว่าเป็นข้อความจากเขาอีก จนเพื่อนร่วมงานต้องทักว่าวันนี้เธอมีอาการ "เหม่อลอยแบบยิ้มๆ" ซึ่งผิดจากธันคนเดิมที่เคยมืดมนในช่วงต้นเดือนธันวาคมเหลือเกิน เธออยากจะหมุนเข็มนาฬิกาให้ไปถึงหกโมงเย็นเสียตอนนี้ เพื่อจะไปฟังจากปากเขาให้รู้แล้วรู้รอด
เมื่อเวลาเลิกงานมาถึง ธันรีบเก็บกระเป๋าและก้าวออกจากออฟฟิศด้วยหัวใจที่เต้นรัว ระหว่างทางที่จะเดินไปซอยลัดลัดเข้าสู่ร้าน December Lab เธอเดินผ่านป้ายรถเมล์เก่าที่มีรถเข็นขายผลไม้ตั้งอยู่ข้างๆ ธันหยุดชะงักเธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ตั้งแต่เธอได้รู้จักกับธันย์มา เขาเป็นฝ่ายหยิบยื่น 'ความโชคดี' และ 'ความใส่ใจให้เธอมาตลอด' ไม่ว่าจะเป็นกาแฟแก้วพิเศษ รองเท้าที่ซ่อมเสร็จสรรพ หรือมื้ออาหารฉลองชัยชนะ แต่เธอ... กลับไม่เคยให้อะไรเขาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
"แอปเปิลแดงนี่หวานไหมคะป้า" ธันถามแม่ค้าเสียงใส
"หวานสิลูก สด ๆ เลย เอาไปฝากแฟนเหรอจ๊ะ ป้าเลือกสวย ๆ ให้เลยนะ" ป้าคนขายยิ้มอย่างรู้ทัน ธันหน้าร้อนผ่าว
"เปล่าค่ะ... ฝากคนรู้จักเฉยๆ ค่ะป้า"
เธอตัดสินใจซื้อแอปเปิลแดงเกรดดีที่สุดหนึ่งถุง และสาลี่น้ำผึ้งอีกสองสามลูก เพราะนึกขึ้นได้ว่าธันย์เคยเปรยๆ ว่าเขาทำงานหน้าเครื่องชงกาแฟร้อนๆ ทั้งวัน บางทีผลไม้เย็นๆ อาจจะช่วยให้เขาชื่นใจขึ้นบ้าง
กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งหน้าร้านทักทายเธอเหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้ไม่มีกลิ่นกาแฟอบอวลเหมือนทุกวัน ร้านทั้งร้านมืดสลัว มีเพียงแสงเทียนเล่มเล็กๆ ที่จุดไว้บนเคาน์เตอร์ และ ธันย์ ที่ไม่ได้อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อน เขาสวมโค้ตตัวยาวเตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอก
"วันนี้ร้านปิดเร็วเหรอคะ" ธันถามพลางกอดถุงผลไม้ในอ้อมอกไว้แน่น ใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา
"เปล่าครับ วันนี้ผมแค่จะเปลี่ยนที่ทำภารกิจ" ธันย์ยิ้มแววตาของเขาดูจริงจังและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน เขาเหลือบมองถุงในมือเธอ
"นั่นอะไรครับ" ธันยื่นถุงผลไม้ให้เขาอย่างเขินๆ
"คือ... ฉันเห็นว่าคุณเหนื่อยมาหลายวันแล้ว เลยซื้อแอปเปิลกับสาลี่มาฝากค่ะ ไม่ได้มีอะไรพิเศษนะคะ แค่อยากขอบคุณที่ช่วยเหลือฉันมาตลอด" ธันย์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขารับถุงผลไม้มาแล้วมองด้วยแววตาที่ซึ้งใจอย่างเห็นได้ชัด
"ขอบคุณนะครับ... นี่เป็นของขวัญชิ้นแรกที่ผมได้รับจากคุณเลยนะ ผมจะเก็บไว้อย่างดี...อ้อ ไม่สิ ผมจะกินให้หมดเลยครับ" เขาวางผลไม้ลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะหยิบผ้าพันคอสีน้ำตาลมาคล้องคอ
"เอาล่ะครับ ถึงเวลาไปฟัง 'ความลับ' กันแล้ว ตามผมมานะครับ"
ธันย์พาเธอเดินย้อนกลับไปที่ 'ป้ายรถเมล์เก่า' ที่เธอเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่ ม้านั่งพลาสติกตัวเดิมที่เธอเคยนั่งร้องไห้โดดเดี่ยวในคืนที่ฝนตกหนักเมื่อปีที่แล้ว
"คุณธันครับ... จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ในวันที่ 1 ธันวาคมปีที่แล้ว" ธันเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว
เมื่อธันย์เล่าถึงผู้หญิงที่นั่งกอดเค้กท่ามกลางฝน และผู้ชายที่แอบมองเธออยู่จากร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้าม ความลับที่เขาเปิดเผยออกมาทำให้น้ำตาของธันคลอเบ้า ไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เพราะความจริงที่ว่า... เธอคือ 'แรงบันดาลใจ' ของเขามาตลอดหนึ่งปีเต็ม
"ผมเปิดร้าน December Lab เพื่อรอวันที่คุณจะเดินเข้าไป... และวันนี้คุณไม่ได้แค่เดินเข้าไปเฉยๆ แต่คุณยังหิ้วผลไม้มาฝากผมด้วย ผมว่าโชคของผมมันมากกว่าที่คุณคิดเยอะเลยล่ะครับ" ธันมองแอปเปิลในมือเขาที่เขายังถือติดมือมาด้วยลูกนึง แล้วมองหน้าผู้ชายที่ชื่อธันย์... ในใจของเธอตอนนี้ไม่มีคำถามเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงคำตอบเดียวที่ชัดเจนว่า เดือนธันวาคมปีนี้ คือเดือนที่โชคดีที่สุดในชีวิตของเธอจริงๆ
ความเงียบปกคลุมรอบตัวเราอยู่ครู่หนึ่ง มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวผ่านหลังคาสังกะสีของป้ายรถเมล์ ธันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเปิดเปลือยความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด ซึ่งเธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แม้แต่กับตัวเองเธอก็ยังพยายามจะลืมมันไป
“คุณรู้ไหมคะคุณธันย์...ทำไมวันนั้นฉันถึงนั่งกอดเค้กก้อนนั้นแน่น ทั้งที่ตัวฉันเปียกปอนจนแทบจะแข็งตาย” ธันย์กำลังกินแอปเปิลลดผลไม้ลงนิ่งฟัง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจและอ่อนโยน
“วันนั้น... มันไม่ใช่แค่เรื่องงานที่พัง หรือแค่เรื่องโชคไม่ดีหรอกค่ะ” ธันเริ่มเสียงสั่น
“แต่มันคือวันครบรอบ 3 ปีที่ฉันคบกับคนรักเก่า ฉันซื้อเค้กที่เขาชอบที่สุดเพื่อจะเซอร์ไพรส์เขาที่ห้อง แต่พอไปถึง... ฉันกลับเห็นความจริงที่เซอร์ไพรส์กว่า” เธอเว้นจังหวะไป รอยยิ้มขื่นๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“เขากำลังฉลองกับผู้หญิงอีกคน... คนที่เขาบอกว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน ฉันไม่ได้โวยวายอะไร ฉันแค่เดินออกมาเงียบๆ พร้อมกับเค้กก้อนนั้นที่เขายังไม่ได้ทันจะได้เห็นมันด้วยซ้ำ”
“ตอนที่ฉันมานั่งอยู่ตรงนี้ที่ป้ายรถเมล์ ฝนมันตกหนักมาก หนักจนฉันคิดว่าฟ้าคงอยากจะร้องไห้แทนฉันแน่ๆ ฉันกอดเค้กก้อนนั้นไว้เพราะมันคือสิ่งเดียวที่เตือนใจว่าฉัน ‘เคย’ ทุ่มเทให้กับความรักมากแค่ไหน ฉันเกลียดเค้กก้อนนั้น แต่ฉันก็ทิ้งมันไม่ลง เพราะถ้าฉันทิ้งมันไป... มันเหมือนกับฉันยอมรับว่าตัวเองไม่มีค่าพอที่จะได้รับความรักจากใครเลย” ธันเงยหน้าขึ้นมองธันย์น้ำตาเม็ดใสเอ่อคลอ
“ฉันนั่งรอรถเมล์ที่ไม่มีวันมา เพราะอยากจะหนีไปจากความรู้สึกที่ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ซวยที่สุด โง่ที่สุด และ โดดเดี่ยวที่สุดในโลก แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่า... ในนาทีที่ฉันคิดว่าชีวิตมันมืดแปดด้าน กลับมีสายตาคู่หนึ่งมองฉันอยู่ และมองเห็นว่าฉันคือแรงบันดาลใจ” เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ
“ขอบคุณนะคะที่บอกความลับนี้ ขอบคุณที่ทำให้เค้กก้อนที่น่าเศร้าในวันนั้น กลายมาเป็นร้านกาแฟที่อบอุ่นในวันนี้ ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่า... ความซวยของฉัน มันนำทางให้ฉันมาพบกับความโชคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งก็คือคุณ” ธันย์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่แก้มของเธอเบาๆ
“ธันครับ... ต่อจากนี้ไป คุณไม่ต้องกอดเค้กท่ามกลางฝนเพียงลำพังแล้วนะ ถ้าวันไหนฝนตก ผมจะเป็นคนถือร่มให้คุณเอง และถ้าวันไหนคุณอยากกินเค้ก ผมจะเป็นคนอบมันให้คุณด้วยมือของผมเอง”
ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ป้ายรถเมล์ ความอบอวลของมิตรภาพที่เริ่มถักทอเป็นความรัก ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ป้ายรถเมล์ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความสูญเสีย บัดนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตของธัน... บทที่เธอมีคนชื่อ 'ธันย์' คอยเดินอยู่เคียงข้าง
[ทิ้งท้ายของวัน: บันทึกของธันย์]
“7 ธันวาคม: ความลับถูกเปิดเผยที่ป้ายรถเมล์ที่เดิม... แต่ที่เพิ่มเติมคือของขวัญชิ้นแรกจากเธอ ผลไม้ในถุงนั้นอาจจะดูธรรมดาสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผม มันคือ 'ความโชคดี' ที่อร่อยที่สุดในโลก"
"วันนี้ผมได้รับรู้เรื่องเค้กก้อนนั้น... เรื่องที่ทำให้ใจผมเจ็บร้าวไปพร้อมกับเธอ ผมอยากย้อนเวลากลับไปในวันนั้นจัง ย้อนกลับไปเพื่อเดินออกจากร้านสะดวกซื้อแล้วเอาเสื้อคลุมไปคลุมให้เธอ แล้วบอกเธอว่าผู้ชายคนนั้นต่างหากที่โชคร้ายที่สุดที่ทิ้งคนอย่างเธอไป"
"แต่ไม่เป็นไร... เพราะจากวันนี้ไป ผมจะเป็นคนสร้างความทรงจำใหม่ให้เธอเอง ความทรงจำที่ชื่อว่า 'ความรัก' ไม่ใช่ 'ความซวย' "
ป.ล. สาลี่น้ำผึ้งหวานมาก... แต่น้ำตาของเธอในวันนี้หวานปนขมจนผมอยากจะจดจำมันไว้ เพื่อเตือนตัวเองว่า ผมจะต้องดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด ตลอดไป