ความหวานหน่วงๆที่ไม่มีใครคุมได้

882 Words
ไฟดับสนิทหลังคำพูดสุดท้ายของกมล เหมือนทั้งโลกถูกกลืนลงในความมืดเดียวกัน เสียงลมหายใจของปรัชญ์หนักขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะมองไม่เห็นข้าวฟ่าง เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ “ฟ่าง…คุณอยู่ไหน—” มือเล็ก ๆ เอื้อมมาจับแขนเสื้อเขาเบา ๆ ก่อน สัมผัสนั้นทำให้เขาแทบทรุดลงด้วยความโล่งใจ “ฉันอยู่ตรงนี้…” เสียงเธอสั่น แต่ยอมรับว่าอยู่ใกล้เขา ใกล้กว่าที่ควรจะอยู่ในเวลาที่ความจริงกำลังกัดกินทุกคน ปรัชญ์จับมือเธอแน่นขึ้น แม้เธอไม่ได้จับเขาไว้แรงแบบนั้นก็ตาม เหมือนเขากลัวว่าเธอจะหลุดหายไปอีกครั้ง ความมืดทำให้การหายใจของทั้งคู่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ กมลวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อตรวจสถานการณ์ เหลือเพียงข้าวฟ่างกับปรัชญ์อยู่ในห้องที่ประตูเปิดทิ้งไว้ หลังจากวุ่นวายมาหลายชั่วโมง… นี่เป็นครั้งแรกที่มีแค่สองคนในพื้นที่เดียวกัน โดยไร้สิ่งซ่อนเร้น ไม่มีภาพถ่ายเก่าหรือความจริงคอยบีบคั้น มีเพียงหัวใจสองดวงที่พยายามห้ามตัวเอง แต่ห้ามไม่ได้เลย --- เสียงฝนเริ่มกระทบหลังคา แรงเหมือนฟ้ากำลังซัดทุกอย่างให้จมลงดิน ปรัชญ์เอื้อมแตะหลังมือข้าวฟ่าง ช้า เบา และระมัดระวังราวกับเธอเป็นสิ่งเปราะบางที่สุดในชีวิตเขา “คุณโอเคไหม…” เสียงเขาแผ่วจนแทบไม่เหมือนเสียงคนเดิม ข้าวฟ่างส่ายหน้า แม้เขาจะมองไม่เห็น แต่รู้สึกได้จากน้ำเสียงของเธอ “ไม่โอเคเลยปรัชญ์ ทุกอย่างมันหนักเหลือเกิน… ฉันไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง ไม่รู้ว่าจะหนี หรือควรอยู่ฟังความจริงต่อ…” เธอผละมือออกหนึ่งวินาที แต่ปรัชญ์จับมันกลับมาโดยไม่คิด แรงพอให้เธอรู้ว่าเขา…ไม่อยากปล่อยให้เธอถอยไปไกลเกินไปแล้ว “ก็อยู่ตรงนี้ก่อน อยู่กับผม…สักคืนก็ยังดี” คำพูดของเขาไม่ได้หว่านล้อม ไม่ใช่คำสัญญา เป็นเพียงคำวอนที่ออกจากหัวใจล้วน ๆ ข้าวฟ่างเม้มปาก ไม่รู้ว่าเป็นน้ำตาหรือฝนที่ซึมเข้ามาทางหน้าต่าง แต่เธอไม่ได้ผละมือออกอีก --- ปรัชญ์พาเธอนั่งลงที่มุมโซฟาติดหน้าต่าง ฝนด้านนอกทำให้ทั้งเมืองดูเหมือนอยู่ใต้ม่านควัน แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวกระทบใบหน้าเขาบางส่วน เงาเข้มทำให้ดวงตาของเขาดูเจ็บ และอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน “ฟ่าง” เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ ราวกับกำลังกลัวว่าคำนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พูด เธอเงยหน้าขึ้นนิดเดียว และนั่นทำให้เขาเงียบไปชั่ววินาที เพราะน้ำตาบนแก้มเธอมันเหมือนกำลังบีบหัวใจเขาอย่างช้า ๆ แต่หนักหนา ปรัชญ์เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเธออย่างอ่อนโยน อ่อนโยนจนเธอหยุดหายใจไปหนึ่งจังหวะ “ผมไม่อยากให้คุณร้องไห้เพราะเรื่องพ่อผม หรือเพราะอดีตของครอบครัวผมเลย ไม่อยากให้ความรู้สึกเรา…ต้องจบเพราะสิ่งที่เราไม่ได้เลือก” ข้าวฟ่างสั่นเสียงเล็กน้อย “แต่เราเลือกอนาคตไม่ได้ปรัชญ์ อดีตมันลากทุกอย่างลงมาด้วย” คำพูดนั้นแทงเขาอีกครั้ง แต่เขายังคงยิ้มเศร้า—แบบคนที่ยอมรับว่ารักทีหลัง และต้องแพ้ก่อนเสมอ ปรัชญ์ค่อย ๆ ประคองแก้มเธอด้วยสองมือ เขาโน้มหน้าลงมาเพียงเล็กน้อย ไม่ใกล้พอจะจูบ แต่ใกล้จนหัวใจเธอเต้นแรงจนกลัวว่าจะได้ยินกันทั้งเมือง “ถ้าอดีตทำร้ายทุกอย่าง… ผมจะเคลียร์มันเอง คุณไม่ต้องหนี ขอแค่—ไม่ผลักผมออกอีก” ข้าวฟ่างหลบตา แต่ไม่ขยับออก “แล้วถ้าความจริงมันหนักกว่านี้อีกล่ะ…” “งั้นผมก็จะแบกมันแทนคุณ” คำๆ นั้นทำให้เธอหลุดน้ำตาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเจ็บ เพราะหัวใจเธอเริ่มยอมแพ้ให้เขา แม้สมองจะบอกให้หนี เธอโผเข้าไปกอดเขาอย่างไม่รู้ตัว กอดแน่นกว่าที่ควร แน่นเหมือนพายุด้านนอกกำลังจะพัดเอาเขาไปจากเธอ ปรัชญ์ชะงักหนึ่งวินาที ก่อนจะกอดตอบ…แน่นกว่า แขนเขาล็อกเธอไว้กับอก เหมือนกลัวเธอจะละลายหายไปถ้าปล่อยมือ เสียงฝนดังกลบทุกความจริง เหลือเพียงเสียงหัวใจสองคนที่เต้นใกล้กันอย่างบ้าคลั่ง เธอซุกหน้ากับอกเขา กระซิบเสียงเบา “ฉันกลัวว่าถ้าเรารักกัน…จะไม่มีใครรอดเลย” เขาก้มลงแตะแก้มเธอ ราวกับสัญญา หรือคำโกหกหวาน ๆ ของคนที่ไม่ยอมยอมแพ้ “งั้นคืนนี้… ปล่อยให้ผมเป็นที่ปลอดภัยของคุณสักครั้ง” ประโยคนี้ไม่ได้หวือหวา ไม่ต้องการอะไรตอบแทน แต่ทำให้ข้าวฟ่างหลับตาแน่น เพราะไม่มีอะไรเจ็บเท่าการได้ยินคำที่อยากฟังที่สุด ในวันที่ทุกอย่างกำลังจะพังที่สุด สองคนกอดกันในความมืด ท่ามกลางเสียงฝนที่ดังเหมือนโลกกำลังร้องไห้แทนพวกเขา แค่คืนเดียวที่ทั้งโลกหยุดหมุน ให้หัวใจสองดวงได้พิงกัน… แม้รู้ว่าเช้าวันพรุ่งนี้อาจจะไม่มีที่ว่างให้ความรักนี้อีกแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD