เผลอใจ

831 Words
ลมเย็นจากดอยพัดแรงขึ้น เหมือนตั้งใจจะดับไออุ่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นในโรงคั่วกาแฟ แต่ความอุ่นนั้นกลับยังคงค้างอยู่บนผิวข้าวฟ่าง… โดยเฉพาะตรงหัวใจ เธอไม่กล้าสบตาเขานานเกินหนึ่งวินาที เพราะรู้ดีว่าอะไรบางอย่าง “เริ่มมากเกินไปแล้ว” ปรัชญ์เองก็เหมือนกัน เขาไม่พูดคำหวาน ไม่ทำท่าจะเอาเปรียบ แต่ทุกการมอง ทุกลมหายใจ เหมือนกำลังยอมรับว่าเขาก็ “สู้แรงดึงดูดนี้ไม่ได้เหมือนกัน” และนั่นแหละ—มันคือปัญหา --- ค่ำวันเดียวกัน ข้าวฟ่างเดินกลับห้องพักของโฮมสเตย์ที่เขาจัดไว้ให้ พยายามบอกตัวเองว่าอย่าเอะใจ อย่าคิดลึก อย่าปล่อยหัวใจไปไกลกว่าเหตุผล แต่ทันทีที่เปิดประตู เธอก็หยุดชะงัก มีดอกกุหลาบสีซีดวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกระดาษโน้ตลายมือหวัด ๆ > “อยู่ให้ห่างจากเขา ถ้าไม่อยากเจ็บเหมือนฉัน” ไม่มีลายเซ็น แต่กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ติดกับกระดาษ… ผู้หญิงแน่นอน และไม่ใช่ใครที่ไหน มิรา อดีตคนรักของปรัชญ์—ผู้หญิงที่เพิ่งปรากฏตัวที่โรงคั่วในช่วงบ่าย เหมือนเงาที่ตามทันทุกก้าวของเขา หัวใจข้าวฟ่างกระตุกวูบ ความอบอุ่นตอนบ่ายกลายเป็นความเย็นเฉียบเจือกลัวทันที ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงรู้จักเธอ? ทำไมถึงตามมาถึงที่นี่? และ…คำว่า “เจ็บเหมือนฉัน” หมายความว่ายังไง? เธอกำลังคิดไปต่าง ๆ นานา ประตูห้องก็ถูกเคาะแรงกว่าปกติ “ข้าวฟ่าง เปิดให้หน่อย” เสียงปรัชญ์ แต่เป็นเสียงที่ขึงขัง ไม่ใช่นุ่มเหมือนเมื่อตอนบ่าย ข้าวฟ่างเดินไปเปิดประตู ชายหนุ่มยืนอยู่ใต้ไฟสีเหลืองสลัว ใบหน้าเคร่งจนเหมือนกำลังเก็บบางอย่างไว้ไม่อยู่อีกต่อไป “มีคนขึ้นมาห้องคุณไหม” เขาถามทันที ข้าวฟ่างไม่ตอบ แต่ส่งกระดาษให้เขา เขาอ่านเพียงวินาทีเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นฟ้าผ่าในดึก “เธอมาที่นี่ได้ยังไง…” เขาพึมพำ และนั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าวฟ่างเห็นชายคนนี้ หวาดกลัว ในระดับที่จริงจัง ไม่ใช่โมโห ไม่ใช่หึง แต่…กลัวอดีตจะกลับมาไล่ล่า “ปรัชญ์…เกิดอะไรขึ้นกันแน่” น้ำเสียงเธอแผ่วเบา แต่สั่นกว่าเดิมมาก ตอนแรกเขาเงียบ เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่าจะเปิดเรื่องไหนก่อนดี หรือเปิดได้ไหม หรือ…เปิดแล้วเธอจะเดินจากไปหรือเปล่า “ฟ่าง…” เขาเอ่ยช้า ๆ “ผมไม่เคยคิดจะทำให้คุณเจ็บใจเลย แต่นี่มัน—มันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดมาก” “แล้วทำไมไม่บอก” เธอเบือนหน้า หลบสายตาที่เริ่มหนักเหมือนจะลากให้เธอจมลงไป “คุณปล่อยให้ฉันสนิทกับคุณมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่มีผู้หญิงคนนั้นอยู่…” “ผมปล่อยไม่ได้หรอก” เขาตอบทันที รวดเร็วเกินจะโกหก “ตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณ ผมก็…” เขาหยุดกลางประโยคเหมือนพูดต่อไม่ได้ ข้าวฟ่างใจสั่นโดยไม่รู้ว่าเพราะคำพูดนั้น…หรือเพราะความเจ็บที่กำลังก่อตัวในอก “ถ้าคุณยังรักเธอ—” “ไม่ใช่รัก!” น้ำเสียงเขาแข็งและสั่นในเวลาเดียวกัน “มันคืออดีตที่ผมหนีไม่พ้นต่างหาก” ข้าวฟ่างกะพริบตาช้า ๆ ความเงียบระหว่างคนสองคนหนักจนแทบหายใจไม่ออก ปรัชญ์ลดเสียงลง เหมือนกลัวจะทำเธอแตกสลาย “เธอไม่ได้มาหาผมเพราะยังรัก… แต่เพราะอดีตระหว่างเรา—มันเกี่ยวกับพ่อผม และนี่คือเหตุผลที่ผมหายไปจากเชียงใหม่หลายปี” หัวใจข้าวฟ่างอ่อนแรงลงในทันที เรื่องมันลึกกว่ารักสามเส้า ลึกจนยิ่งกว่านั้น “ขอฟังความจริงได้ไหม” เธอถามเสียงแผ่ว ราวกับจะร้องไห้โดยไม่รู้ตัว ปรัชญ์หลุบตา ดึงลมหายใจยาวเหมือนคนที่กำลังเตรียมเล่าเรื่องบาป แต่ยังไม่ทันเริ่ม เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากปลายโถงทางเดิน แสงไฟกะพริบ แล้วดับลงครู่หนึ่ง เงาของบุคคลหนึ่งปรากฏตรงหน้าประตูห้อง ข้าวฟ่างเกือบกรีดร้อง ปรัชญ์รีบจับมือเธอไว้แน่น ชายคนนั้นค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ และเมื่อไฟติดขึ้นอีกครั้ง เงาก็กลายเป็นใบหน้า— ใบหน้าที่ข้าวฟ่างเคยเห็นในรูปถ่ายเก่าในห้องทำงานของปรัชญ์ ใบหน้าของผู้ชายที่ควรจะ “หายไปจากโลกนี้แล้ว” เขายืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาคมแต่หม่น เต็มไปด้วยความลับและคำถามที่ไม่มีใครอยากตอบ > กมล—เพื่อนสนิทของพ่อปรัชญ์ ผู้ชายในเงาที่ทุกคนคิดว่าตายไปนานแล้ว และการปรากฏตัวของเขา…คือสัญญาณว่าทุกอย่างกำลังเริ่มพัง** ปรัชญ์หน้าเสียในทันที “ไม่นะ…ไม่ใช่ตอนนี้” ข้าวฟ่างรู้ทันทีว่าช่วงเวลาหวานที่เพิ่งเกิดขึ้น เป็นเพียงความสงบก่อนพายุเท่านั้น เพราะสิ่งที่กำลังจะถูกเปิดเผย อาจทำลายทุกอย่าง—รวมถึงความรู้สึกที่เพิ่งเริ่มของทั้งคู่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD