ภาคนิยาย 2/3

2133 Words
เว่ยเลี่ยงหรงใช้เวลาเกือบทั้งวันของเขาไปกับเซี่ยซูเจี๋ย สตรีใน ดวงใจที่เขามีพันธะสัญญาใจกับนางมาเนิ่นนานอย่างมีความสุข เฟิ่งซีอวิ๋นลอบยืนมองด้านหลังต้นไม้ใหญ่พร้อมกับบ่าวของนางด้วยสายตาชิงชัง รอยยิ้มอันอบอุ่นที่ควรเป็นของนางกลับตกเป็นของญาติผู้พี่ที่นางเกลียดชัง เซี่ยซูเจี๋ยใช้ความอ่อนแอและความน่าสงสารแย่งชิงความรักจากรัชทายาทที่เป็นคู่หมายของนางไป หากคราวนี้เว่ยเลี่ยงหรงปฏิเสธการแต่งงานกับนาง นอกจากความอัปยศที่เฟิ่งซีอวิ๋นจะได้รับแล้ว ยังมีคำครหาอีกมากมายของชาวเมืองพวกนั้นที่พร้อมถาโถมใส่นาง คนอย่างเฟิ่งซีอวิ๋นไม่เคยร้ายกับใครแบบไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะเซี่ยซูเจี๋ย เหตุใดนางต้องทำดีกับอีกฝ่าย ในเมื่ออีกฝ่ายนั้นแย่งคู่หมั้นของนางไป! “ท่านหญิง ปล่อยไปเช่นนี้ไม่ดีนะเจ้าคะ” บ่าวคนหนึ่งที่คอยรับใช้ท่านหญิงหลันซีเอ่ย “คนที่คอยสนับสนุนเซี่ยซูเจี๋ยคืออู๋ไทเฮา เราต้องตัดรากถอนโคนให้สิ้นซาก!” เฟิ่งซีอวิ๋นกล่าวอย่างเข่นเขี้ยว สายตาของนางพลันแข็งกร้าวเมื่อมองภาพบาดตาที่สองหนุ่มสาวโอบกอดกันตรงหน้า เป็นท่านหญิงอันดับหนึ่ง... เป็นหลานสาวที่โปรดปรานของฮ่องเต้กับฮองเฮา... ทั้งสองสิ่งนี้เป็นแล้วจะมีประโยชน์อะไรกัน! ทั้งชีวิตนางไม่เคยก้มหัวให้กับคนที่นางเกลียด และยิ่งเป็นเซี่ยซูเจี๋ยนางยิ่งไม่อยากก้มหัวให้ ต้องกำจัดอู๋ไทเฮาสถานเดียว! เฟิ่งซีอวิ๋นวางแผนกำจัดอู๋ไทเฮา แต่ทว่าสุดท้ายนางกลับต้องเปลี่ยนแผนเพราะการลอบสังหารเชื้อพระวงศ์อาจนำพานางและครอบครัวไปสู่การรับโทษประหาร ยิ่งอีกฝ่ายมีสถานะสูงส่งเป็นถึงเสด็จย่าของว่าที่พระสวามี หากนางถูกจับได้แน่นอนว่าโทษประหารไม่อาจหลีกหนีพ้น ต่อให้หลี่ฮองเฮาจะทรงล่วงรู้แต่ก็คงไม่อาจช่วยนางได้แน่นอน ดังนั้นเฟิ่งซีอวิ๋นจึงจำเป็นต้องคิดแผนการใหม่เพื่อให้ได้แต่งงานกับเว่ยเลี่ยงหรงแทน ตลอดเวลาที่เฟิ่งซีอวิ๋นพำนักอยู่ในวังหลวงแคว้นเว่ย แม้ว่าเฉินฮองเฮาจะดีกับนางมากเท่าใด แต่ก็ไม่อาจหลีกหนีคำครหาเรื่องฉาวโฉ่ของนางได้ กระทั่งนางสืบได้ว่าเป็นคนของติงฮูหยินมารดาของเซี่ยซูเจี๋ยที่ลอบปล่อยข่าวลือร้ายกาจ เรื่องที่เฟิ่งซีอวิ๋นนั้นชอบตบตีบ่าวไพร่ในเรือนแทบไม่เว้นวัน อีกหลากหลายวาจาร้ายกาจสารพัดที่ถูกพ่นออกมา แต่ทว่าสตรีที่ไร้ยางอายเช่นนางมีหรือจะสนใจ เพราะทุกสิ่งที่นางทำล้วนมีเหตุผลในตัวเองทั้งนั้น แม้ว่าจะมีเฉินฮองเฮาคอยเป็นเพื่อนปลอบใจ และบังคับเว่ยเลี่ยงหรงทำความรู้จักกับนางเอาไว้มากๆ แต่ทุกครั้งที่เขามาเข้าเฝ้าฮองเฮาก็มักจะพาเซี่ยซูเจี๋ยมาด้วยเสมอ แต่ทว่าด้วยอำนาจของผู้ปกครองฝ่ายในเฉินฮองเฮาจึงใช้อำนาจตรงนี้จัดการขัดขวางเซี่ยซูเจี๋ยและงัดข้อกับไทเฮาได้บ้าง เดิมทีกำหนดการเดินทางกลับแคว้นมู่จะถึงในอีกสองวันข้างหน้า เฟิ่งซีอวิ๋นนั่งขบคิดเงียบๆ เพียงผู้เดียวในเรือนรับรองของตน กระทั่งบ่าวรับใช้มารายงานว่าอู๋ไทเฮาเสด็จมาที่นี่นางจึงผุดลุกขึ้นต้อนรับอย่างไม่เต็มใจ อู๋ไทเฮาเดินเข้ามาด้วยพระพักตร์ถมึงทึง พระนางมองเฟิ่งซีอวิ๋นสายตาราวกับจะประหัตประหารอีกฝ่ายให้สิ้นซากเป็นเถ้าธุลี หญิงสาวย่อกายคำนับอย่างไม่เต็มใจ “ถวายพระพรเพคะ” “เป็นแค่ผู้อาศัยอยู่บ้านของผู้อื่น เจ้าควรทำตนให้สมกับเป็นผู้อาศัย” ไทเฮาทรงกล่าวออกมาไม่รับแม้แต่การคำนับของเฟิ่งซีอวิ๋น สายตาของพระนางมองเฟิ่งซีอวิ๋นด้วยความเกรี้ยวกราด หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก นางถามด้วยท่าทียียวน “ทำอย่างไรหรือเพคะ ก็ในเมื่อที่นี่เป็นบ้านของว่าที่พระสวามี หม่อมฉันทำสิ่งใดผิดหรือ?” อู๋ไทเฮากำหมัดแน่นกับท่าทีหยิ่งยโสของนางผู้นี้ “สตรีที่จะเป็นพระชายารัชทายาทมีเพียงเซี่ยซูเจี๋ยเท่านั้น หาใช่สตรีทำตนราวกับคนกำพืดต่ำเช่นเจ้า!” หลันซีจวิ้นจู่หุบด้ามพัดลง เดิมทีนางคิดว่าจะยั่วโทสะของไทเฮาผู้นี้สักหน่อย สำหรับนางแล้วแค่ตักเตือนมาต่อว่าก็คงได้ แต่การมากล่าวถึงกำพืดของนางเช่นนี้ย่อมเท่ากับดูถูกครอบครัวและราชวงศ์ของนางด้วยเช่นกัน นางลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับไทเฮาอย่างเอาเรื่อง “แล้วคนอย่างไทเฮาต้องเป็นแบบไหนหรือเพคะ ถึงได้ดูถูกกำพืดของผู้อื่นได้น่ะ” มุมปากของเฟิ่งซีอวิ๋นกระตุกโค้งขึ้นด้วยความสะใจ “จ...เจ้า นังเด็กสารเลว!” อู๋ไทเฮาหน้าอกกระเพื่อมด้วยความโกรธเคือง พระนางถอนหายใจรัวเร็วลมแทบจับ ร้อนถึงนางกำนัลอาวุโสต้องเข้ามาประคองอย่างรวดเร็ว “หลันซีจวิ้นจู่ ต่อให้ท่านจะเป็นถึงท่านหญิงและเป็นที่โปรดปรานของฮองเฮา แต่วันนี้ข้าคงต้องสั่งสอนท่าน..!” นางกำนัลของไทเฮาถือวิสาสะอย่างยิ่ง นางยกมือขึ้นมาหมายจะตบสั่งสอนเฟิ่งซีอวิ๋นกับวาจาอันหยาบคายเช่นนี้ เพียะ! แต่ทว่านางกำนัลผู้นั้นดูเหมือนจะช้าไปหนึ่งก้าว เพราะฝ่ามือของเฟิ่งซีอวิ๋นปะทะเข้าที่ใบหน้าของนางกำนัลผู้นี้อย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มไป อู๋ไทเฮามองเฟิ่งซีอวิ๋นกับท่าทีอันสบายใจของนางด้วยความแค้นเคือง “สามหาวนัก!” อู๋ไทเฮาต่อว่าเสียงดังใส่นางด้วยความคับแค้น หญิงสาวหุบด้ามพัดลง รอยยิ้มตรงมุมปากกระตุกโค้งขึ้นด้วยความสะใจ “สำหรับไทเฮา หาวเดียวก็พอแล้วเพคะ ขืนสามหาวกว่านี้หม่อมฉันสงสารบรรดาหนอนแมลงที่ต้องใช้อากาศหายใจร่วมกับพระองค์!” แทนที่อู๋ไทเฮาจะได้ต่อว่านางให้สาแก่ใจ แต่สุดท้ายตนกลับโดนความหยาบคายของเฟิ่งซีอวิ๋นจัดการเข้าเสียเอง พอดีกับเว่ยเลี่ยงหรงและเซี่ยซูเจี๋ยที่วิ่งเข้ามาด้วยความแตกตื่น “ไทเฮาเพคะ / เสด็จย่า” ทั้งสองเข้ามาประคองอู๋ไทเฮาที่เกือบล้มพับไปกับพื้น เฟิ่งซีอวิ๋นจึงแสร้งเข้าไปหมายจะช่วยประคองหญิงชราให้ลุกขึ้นมา ทว่านางกลับถูกฝ่ามือของเว่ยเลี่ยงหรงผลักกระแทกที่หน้าท้องอย่างรุนแรงจนระบม อึก! เว่ยเลี่ยงหรงบีบคอของเฟิ่งซีอวิ๋นแน่น หญิงสาวชำเลืองมองเสี่ยวเฉียวราวกับจะส่งสัญญาณบางอย่างที่รู้กันเพียงแค่สองคนเท่านั้น เสี่ยวเฉียวพยักหน้ารับแล้วค่อยๆ เดินย่องออกไป “ไทเฮาเพคะ...” เซี่ยซูเจี๋ยประคองอู๋ไทเฮานั่งบนเก้าอี้สีน้ำตาลตัวใหญ่ในเรือนรับรองของเฟิ่งซีอวิ๋น นางใช้หยิบถุงหอมของตนเองให้หญิงชราได้สูดดมคลายอาการลมจับ “เจ้าโหดร้ายนักซีอวิ๋น ไทเฮาทรงมาหาเจ้าถึงตำหนักก็เพราะต้องการตักเตือน เจ้าถึงกับต้องลงมือทำร้ายพระนางถึงเพียงนี้เลยหรือ?” เซี่ยซูเจี๋ยใช้ท่าทีอันอ่อนหวานของนางกล่าวต่อว่าเฟิ่งซีอวิ๋น ซึ่งท่าทีอันนิ่มนวลนี้ทำให้หลันซีจวิ้นจู่อย่างนางแทบกระอักเลือด เฟิ่งซีอวิ๋นซึ่งตอนนี้ถูกเว่ยเลี่ยงหรงบีบคอ นางไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ เพราะตอนนี้ความเจ็บปวดที่สุดของนางคือการที่ครอบครัวถูกเหยียดหยาม “เจ้าทำร้ายเสด็จย่าของข้า จิตใจเจ้าสกปรกสมคำร่ำลือยิ่งนักเฟิ่งซีอวิ๋น เกียรติยศท่านหญิงที่เจ้ามีไม่ได้ทำให้เจ้า มีสามัญสำนึกเลยรึ?!” เว่ยเลี่ยงหรงออกแรงบีบคอของนางจนหญิงสาวเริ่มจะขาดอากาศหายใจ เป็นเพราะเซี่ยซูเจี๋ยคนเดียว นางคงวางแผนร่วมกับไทเฮาเพื่อมาหาเรื่องนางตั้งแต่แรก อู๋ไทเฮาต้องการให้เว่ย เลี่ยงหรงเห็นความร้ายกาจของนางเพื่อต่อกรกับเฉินเป่าหลิงสินะ “หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงของเว่ยฮ่องเต้ดังขึ้นมา พระองค์ทรงขึงสายตาทอดพระเนตรโอรสด้วยความโกรธ เว่ยเลี่ยงหรงปล่อยมือจากลำคอของเฟิ่งซีอวิ๋นทันที แค่กๆ เฟิ่งซีอวิ๋นแกล้งสำลักไอออกมาต่อหน้าธารกำนัลมากมาย เฉินฮองเฮารีบเข้ามาหานางด้วยความเป็นห่วง หากเฟิ่งซีอวิ๋นเป็นอะไรขึ้นมาแคว้นเว่ยกับแคว้นมู่ต้องมีปัญหาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงกันได้แน่นอน นางกำนัลของเฉินฮองเฮาและเสี่ยวเฉียวประคองหลันซีจวิ้นจู่ขึ้นมา ท่าทีอ่อนแอของนางยามอยู่ต่อหน้าพระมารดา ทำให้เว่ยเลี่ยงหรงรังเกียจนางยิ่งเป็นเท่าทวี “เจ้าทำร้ายนางทำไม รู้หรือเปล่าว่านางมีสถานะอะไร นางเป็นถึงหลานสาวของฮ่องเต้กับฮองเฮา เจ้ากล้าลงมือทำร้ายนางได้อย่างไร!” เว่ยฮ่องเต้ทรงเอ่ยเสียงดังอย่างบันดาลโทสะ “ฝ่าบาท นางผู้นี้กล่าววาจาสามหาวกับแม่ของพระองค์นะ นางกล่าววาจาจาบจ้วงข้า แทนที่จะต่อว่าอาหรง เจ้าควรลงโทษนางที่หมิ่นเบื้องสูง!” อู๋ไทเฮาต่อว่าบุตรชายด้วยความเจ็บใจ เดิมทีคิดว่าบุตรชายผู้เป็นเจ้าแผ่นดินจะเป็นห่วงมารดาจนต้องไต่ถามเรื่องราว แต่กลับกลายเป็นว่าหลานชายของพระนางโดนต่อว่าเสียเอง “จวิ้นจู่ เจ้าเล่ามาให้ข้าฟังสิว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น” เว่ยฮ่องเต้ทรงถาม ในฐานะพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ไม่อาจใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินได้ จึงทรง อยากไต่ถามเรื่องราวจากผู้ถูกกระทำอย่างนาง “ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันนั่งเล่นอยู่ในตำหนักรับรองกับเสี่ยวเฉียว ทว่าไทเฮากับเซี่ยซูเจี๋ยก็เดินเข้ามา พระนางทรงไม่พอพระทัยที่หม่อมฉัน...” นับว่าเฟิ่งซีอวิ๋นคิดอ่านแผนการได้รวดเร็ว เซี่ยซูเจี๋ยกับอู๋ไทเฮาร่วมมือกันอยากกำจัดหนทางการเป็นพระชายารัชทายาทของนาง นางจะไม่มีวันยอมให้เซี่ยซูเจี๋ยขึ้นมาชูคอเหนือนางเด็ดขาด อยากได้สิ่งใดก็เอาไป แต่มิใช่เว่ยเลี่ยงหรงว่าที่พระสวามีของข้า! ปัง อู๋ไทเฮาทรงใช้พระหัตถ์ตบโต๊ะไม้เสียงดัง สายตาของพระนางฉายประกายอำมหิตอย่างชัดเจน “สามหาวนัก! ต่อหน้าทุกคนเจ้ากล้ากุเรื่องโกหกโป้ปดแบบนี้ได้เช่นไร ฝ่าบาท ส่งนางให้ทางต้ามู่ลงโทษเสีย!” “ไทเฮาทรงต่อว่าหม่อมฉัน ทรงดูถูกครอบครัวของหม่อมฉันกับเสด็จลุงฮ่องเต้และเสด็จป้าฮองเฮาเพคะ มารดาของหม่อมฉันเป็นถึงน้องสาวของฮ่องเต้ หม่อมฉันไม่อาจให้มารดาโดนลบหลู่ดูหมิ่นได้เพคะ” เฟิ่งซีอวิ๋นกล่าว นางต้องขอบคุณอู๋ไทเฮายิ่งนักที่ทำให้ทุกอย่างมันดูง่ายไปหมดแบบนี้ “นังคนสามหาว!” อู๋ไทเฮาทรงแทบประคองพระองค์ไม่อยู่ เว่ยเลี่ยงหรงต้องประคองผู้เป็นย่านั่งบนเก้าอี้อย่างช้าๆ “แล้วหลังจากนั้น องค์รัชทายาทก็เข้ามาทำร้ายหม่อมฉันเพคะ พี่สาวของหม่อมฉันนางยั่วยุว่าหม่อมฉันทำร้ายไทเฮา แต่ไม่จริงเลยเพคะ ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นพยานได้” เฟิ่งซีอวิ๋นยังคงกล่าวต่อไป นางชำเลืองมองเสี่ยวเฉียวเพียงครู่หนึ่ง บ่าวรับใช้สาวจึงก้าวเดินออกมา “เพคะ หม่อมฉันเห็นคุณหนูเซี่ยฟ้องต่อองค์รัชทายาท จนพระองค์ทำร้ายท่านหญิงของหม่อมฉันเพคะ” เสี่ยวเฉียวก้มหน้ากล่าว “ชั่วร้ายกันทั้งนายทั้งบ่าว” เว่ยเลี่ยงหรงขบฟันต่อว่านางด้วยความคับแค้นใจ เขาเกลียดเฟิ่งซีอวิ๋นจนอยากจะฆ่านางทิ้งเสียบัดนี้! หลันซีจวิ้นจู่ยืนขึ้นเต็มความสูง นางกล่าวว่า “เห็นทีหม่อมฉันคงต้องเร่งเดินทางกลับแคว้นมู่ก่อนเพคะ ขืนอยู่ที่นี่นานกว่านี้เกรงว่าจะไม่มีลมหายใจกลับไป” “อยู่ต่ออีกหน่อยมิได้หรืออวิ๋นเอ๋อร์ ลูกชายข้าแค่หลงบุปผาริมทางเท่านั้น เจ้าอย่าใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยนะ” เฉินฮองเฮาปลอบนางด้วยถ้อยคำอันอ่อนโยน ทรงรับสั่งกับเว่ยฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาท เห็นทีหม่อมฉันคิดว่าจะต้องเลื่อนให้มีการอภิเษกเร็วขึ้นแล้วล่ะเพคะ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปความสัมพันธ์ของทั้งสองแคว้นจะต้องจบลงแน่นอน” เฉินฮองเฮาทรงกล่าวต่อหน้าธารกำนัลและอู๋ไทเฮา ไทเฮาของวังหลวงทรงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีมีโทสะ ทรงลั่นวาจาเสียงดัง “ใครอยากรับนางแพศยานี่เป็นสะใภ้หลวงก็เชิญ แต่หลานสะใภ้ของข้ามีเพียงเซี่ยซูเจี๋ยเท่านั้น!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD