บทที่ 6 โอกาสหรืออากาศ
ธรรมมองเธอก่อนที่เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขาหยัดกายลุกขึ้นเดินมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ และอิงสะโพกนั่งลงบนโต๊ะทำงาน
ศรุตาขยับออกห่างเล็กน้อยแต่ก็เชิดใบหน้าขึ้นสู้ความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัว สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนแปลก ๆ
“โบราณว่าไว้ว่าดูนางให้ดูแม่เห็นทีจะไม่จริง ฉันคิดว่าเธอจะเห็นเงินแล้ววิ่งเข้าใส่เหมือนแม่เธอซะอีก” ทุกคำพูดของเขาเชือดเฉือนกันไม่มีเหลือ
ธรรมได้ยินข่าวมาว่าศรุตายาก ธรรมคิดว่านางร้ายแถวหน้านี้จะเล่นตัวเพื่ออัปเกรดตัวเอง
“ฉันไม่ขายตัว” ต่อให้ต้องบีบกันมากกว่านี้ศรุตาก็ยังยืนยันในศักดิ์ศรีของตัวเอง
“ตอบแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ฉันสนใจเธอ…” เขาหันไปหยิบบางอย่างบนโต๊ะทำงานก่อนจะส่งให้เธอ
หัวใจของศรุตาเต้นระรัวเมื่อเห็นว่ามันคือบทละครเรื่องหนึ่ง เรื่องที่มีข่าวคราวว่าแคชนักแสดงเร็ว ๆ นี้
“อยากเล่นละครเรื่องนี้ไหม…บทนางร้ายที่เด่นพอ ๆ กับนางเอก ฉันให้เธอได้นะ”
คำพูดของเขาเรียกสติเธอกลับคืนมา ศรุตามองสิ่งที่เขายื่นให้แล้วเธอก็กาวถอยหลังออกอย่างนึกรังเกียจ
“คุณคิดว่าฉันอยู่ในวงการนี้เพราะเอาอะไรไต่ขึ้นมาหรือไง!” เขาบอกว่าไม่ได้มองเธอเหมือนแม่และพี่สาว แต่สิ่งที่เขาพูดมันต่างอะไรกับการดูถูกว่าเธอเป็นอย่างคนพวกนั้น!
“ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนมีความสามารถ ขนาดนักการเมืองมาชวนไปกินข้าวให้หกหลักเธอยังไม่ไปเลย” ศรุตาไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องนี้ได้ยังไง แต่มันก็ไม่ใช่ว่าใครจะไม่รู้
เอาเรื่องจริงในวงการเรื่องพวกนี้มันเรื่องปกติ ฉากหน้าก็สดใสแต่ข้างในเน่ายับเยิน!
“ต่อให้มากเท่าคุณให้ ฉันก็ไม่ไป” ธรรมยกยิ้มแววตาเขาขำขันกับความหยิ่งยโสของเธอมาก
“งั้นเอาเรื่องจริงนะ ถ้าเธอไม่ยอมทำตามข้อเสนอของฉัน คนที่รับผิดชอบคนต่อไปก็คือพ่อเธอ” แววตาที่ธรรมมองเธอ ทำให้ศรุตาขมขื่นเกินจะบรรยายได้
“ฉันเป็นคนกู้ลำดับแรก เกิดอะไรขึ้นอย่างไงมันก็ต้องฉันก่อน”
หากว่าธรรมจะทำลายเธอด้วยวิธีนี้ศรุตาก็ไม่เห็นทางที่จะสู้เขา เธอกัดฟันย้อนกลับไป
มุมปากหยักของธรรมยกยิ้ม เขายิ่งเห็นขอบตาแดงก่ำของนักสู้อย่างเธอแล้วก็รู้สึกเอ็นดูมากกว่าจะสมน้ำหน้า
“ก็แสดงว่าเธอจะยอมเสียทุกอย่างไปด้วยฝีมือของแม่และพี่สาวที่ไม่เคยไยดีอะไรกับการมีชีวิตอยู่ของเธอเลยงั้นสิ?” เขาพูดจี้ใจดำจนน้ำตาของศรุตาแทบทะลัก เธอกัดปากจนแตกไปหมด
“พยายามถีบตัวเองมาจนถึงตรงนี้เพื่อที่จะพังไปเพราะคนเห็นแก่ตัวสองคนที่ไม่เคยรักเธอเลย…ไม่ใช่แค่สองคน แต่เป็นสามคนนั้นรวมพ่อเธอด้วย”
คำพูดของเขาไร้ความปรานีเธออย่างที่สุด ศรุตารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างในอกข้างซ้ายขาดผึงข้างใน
“ถ้าพ่อเธอรักเธอจริง เขาคงไม่ทำกับเธอแบบนี้หรอกศรุตา” ผ้าเช็ดหน้าสีดำสนิทยื่นมาให้ ศรุตาปัดมันออกไปอย่างไม่ไยดี
“อย่ามาทำตัวเหมือนตัวเองเป็นนักบุญ! คุณมันใจบาปหยาบช้า!” ธรรมเลิกคิ้วมองเธอแล้วหัวเราะ ม้าพยศตัวเล็กที่กรีดเสียงใส่เขาพร้อมกับกระทืบเท้าไม่หยุด
รองเท้าส้นสูงที่สนนราคาหมื่นปลาย ๆ เธอยกมันขึ้นเตะโซฟาและหันมาจ้องกัน
ธรรมไม่ใช่คนที่อดทนกับอะไรแบบนี้ และเขาเกลียดคนไม่เชื่อฟังที่สุด แต่เมื่อเห็นนัตย์ตาพยศไม่ยอมลงของผู้หญิงตรงหน้า ธรรมกลับรู้สึกครื้นเครงอย่างประหลาด
นักธรุกิจหนุ่มไม่ห้ามปรามเธอ แต่ส่งสายตาพึงพอใจออกไปเหมือนจะดูว่าละครฉากนี้จะจบลงในรูปแบบไหน แบบนอกเหนือจากที่เขาคาดหวังไว้หรือเปล่า
ศรุตาเตะโซฟาจนเหนื่อยและตวัดสายตาเงยหน้าขึ้นไปสบตาเขา ขอบตาของเธอแดงก่ำสองมือกำแน่นอย่างเจ็บแค้น แน่นอนว่าใบดวงตาแสนเศร้าคู่นี้ ธรรมเห็นความเหนื่อยล้าเสียใจและความเกลียดชังที่มีต่อเขาอย่างชัดเจน
“โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอจะเหนื่อยเปล่า ๆ”
“ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้!”
“เธออยากโง่ให้แม่กับพี่สาวเอาชื่อไปใช้ทำไม ไม่รู้หรือไงว่าบนโลกนี้ไม่มีใครที่ไว้ใจได้นอกจากตัวเอง คนโง่อย่างเธอก็ต้องได้รับบทเรียน”
เธอเม้มปากแล้วยิ้มเมื่อฟัง ศรุตายังคงเชิดใบหน้าอวดดีขึ้น
ดวงตากลมโตขุ่นหมองลงกว่าเดิม เมื่อคิดว่าไม่รู้กี่ครั้งแล้วที่ต้องรับสภาพแบบนี้ แต่จะทำยังไงได้ ศรุตาหมดแรงทิ้งตัวนั่งลงยอง ๆ ตรงหน้าเขาอย่างหมดแรง
มันจะไม่มีหนทางแล้วจริง ๆ เหรอ เธอยกมือขึ้นกุมศีรษะตัวเองอย่างครุ่นคิด
“คุณธรรมทำสัญญามาได้เลย ฉันขอเป็นเปอร์เซ็นต์ที่คุณจะหักจากงานของฉันแบบเถอะนะ”
ถ้าธรรมไม่โง่จนเกินไป ถ้าเขาอยากได้เงินจากเธอเร็ว ๆ ก็ต้องอัดงานให้เธอมาก ๆ ถึงจะได้เงินคืนไปทั้งหมด
แต่สิ่งที่ศรุตาคิดตรงข้ามกับธรรมทั้งหมด อย่างที่ชายหนุ่มบอก…เขาไม่ได้ต้องการเงิน!
“งานของเธอมันจะได้เงินสักเท่าไหร่ ชาติไหนหนี้เราจะหมดล่ะ…” ธรรมยังพูดไม่ทันจบศรุตาก็แทรกขึ้นแทนเขา
“จะชาติไหนฉันก็ใช้คุณจนหมดนั่นแหละ คุณก็อย่าเพิ่งตายแล้วกัน คุณป้อนงานฉันเยอะ ๆ สิ รีบป้อนรีบหักหนี้จะได้หนี้หมด ๆ แล้วก็แยกย้าย” เหมือนศรุตาจะโง่แต่เธอก็ฉลาด
ธรรมเอนเตอร์เทนเมนต์ป้อนงานนางร้ายสาวนามว่าศรุตาเยอะ ๆ มันต่างอะไรกับดันเธอให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่
“ฉันจะเอาเงินเป็นก้อนคือ 30 ล้านแบบที่พี่เธอขนไป และถ้าไม่มีเป็นก้อนมาคืนฉัน หนทางก็มีแค่นอนกับฉันแลกหนี้” ศรุตาหยัดกายลุกขึ้นจนแทบจะพุ่งขึ้นมา ศีรษะของเธอเกือบจะชนปลายคางเขาด้วยซ้ำ
ธรรมเอนศีรษะไปด้านหลังเพราะเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวว่าเธอจะพรวดพราดเข้ามาใกล้แบบนี้
“ฉันจะทำงานใช้หนี้! ไม่มีวันนอนกับคุณเพื่อล้างหนี้!” ศรุตากัดฟันแค่นเสียงพูดทั้งยังมองเขาอย่างเคียดแค้น
ไอ้เปรตธรรมนี่ไม่จบจริง ๆ มันจะอยากนอนอะไรกับเธอนักหนา คนสวยกว่าเธอก็มีเยอะแยะ! วิธีแก้แค้นพี่สาวก็มีอีกเป็นร้อยเป็นพันวิธี! นี่มันเรื่องบ้า!
“ฉันเริ่มเหนื่อยแล้วนะ หรือต้องให้ฉันเอาจริงด้วยการทำให้งานเธอหลุดออกไปทีละชิ้น จนเธอหมดหนทางเมื่อไหร่ก็ค่อยซมซานกลับมาหากันแบบนี้หรือเปล่า?” ธรรมพูดจบก็ระบายยิ้มให้กับเธอ มันเป็นยิ้มที่ศรุตาเห็นแล้วขนหัวลุก!
นักธุรกิจหนุ่มรู้สึกเหนื่อยเหมือนไปออกกำลังกายอย่างหนักมา เขาทิ้งสายตาระอาไว้ที่ร่างบอบบางนั่นก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน
เมื่อธรรมเห็นอีกฝ่ายเงียบจึงเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงสาวที่มองเขาอยู่ด้วยสายตาเหมือนอยากจะฉีกทึ้งเขาเป็นชิ้น ๆ
ธรรมเกือบหลุดหัวเราะ สภาพศรุตาตอนนี้แตกต่างกับตอนแรกที่เจอกัน
“บนโลกนี้มันมีแค่ธรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ที่สามารถปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเปล่าหรือไง! ไม่มีใครบ้าจี้ไปกับคุณหรอก! กว่าที่ฉันจะมายืนตรงนี้ได้ คุณคิดว่าฉันกะโหลกกะลาหรือไง! ตราบใดที่ฉันมีความสามารถ งานมันก็จะยังอยู่กับฉัน! คุณก็มีปัญญาทำได้แค่งานที่คุณเป็นสปอร์ตเซอร์เท่านั้นแหละ!”
ศรุตา เปรมสกุล นางร้ายสาวที่ไม่รับงาน N หรือ VIP เธอเป็นที่โจษจันในกลุ่มนักการเมืองที่ตีกอล์ฟด้วยกัน
การเรียกเธอมานอนด้วยยากเสียยิ่งกว่าลงทอง เล่นหุ้น ใครก็ว่าเธอเล่นตัวเพื่อเรียกเงินจ้างก้อนโต แต่ก็ไม่มีใครได้นอนกับเธอสักคน
แต่ธรรมก็เห็นแล้วว่าแม้แต่นอนกับเขาเพื่อแลก 30 ล้าน ศรุตายังไม่เอาเลย นักธุรกิจหนุ่มรู้สึกสนุกเหลือเกิน
“ก็ตามใจ…แต่จำไว้นะศรุตา ฉันให้โอกาสคนแค่ครั้งเดียว และโอกาสของเธอหมดแล้ว”