ตอนที่ 1 ใบหม่อน

1732 Words
ใบหม่อน หญิงสาวชาวไทยเชื้อสายจีน อายุ25ปี สาวสวยรวยและโสดมาก พ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อ5 ปีที่แล้วด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์หลังจากที่เสียพ่อแม่ไป ใบหม่อนที่ไม่มีใครรออยู่ที่บ้านแล้วเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้กับงานและการอ่านนิยาย วันนี้ใบหม่อนไปทำงานด้วยอารมณ์บูด จนเพื่อนร่วมงานไม่กล้าเข้าใกล้สาเหตุมาจากนิยายที่เธออ่าน เนื้อหาในนิยายกล่าวเอาไว้ว่านางเอกได้ทะลุมิติไปยังโลกคู่ขนานที่จะเรียกว่ายุคโบราณก็ไม่ได้ จะเรียกว่ายุคปัจจุบันก็ไม่ได้อีก ทั้งภาษาและวัฒนธรรมผสมปนเปกันไป การแต่งตัวเหมือนชนเผ่าอะไรสักเผ่าของชาวจีนแต่กลับไม่ได้ใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร อีกทั้งยังเป็นโลกที่ด้อยพัฒนาหาเทคโนโลยีไม่เจอ ไม่มีพลังภายในไม่มีพลังวิเศษอะไรทั้งนั้นแถมเริ่มต้นมาก็ดราม่าอีก แบบนี้จะไม่ให้ใบหม่อนคนคูลอารมณ์เสียได้ยังไง ตอนที่นางเอกทะลุมิติไปอยู่ในร่างหญิงสาวที่กำลังคลอดลูกพอดีแถมครอบครัวยากจนมากๆ ให้นางเอกทะลุมิติมาแบบไม่มีตัวช่วยอะไรมิตงมิติก็ไม่มี ตอนนี้หาสติของตัวเองเจอก็ดีเท่าไหร่แล้ว โผล่มาก็กำลังคลอดลูกแถมยังต้องมาอดมื้อกินมื้อปลูกผักเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ซ้ำร้ายสามีของนางเอกก็โดนแม่เลี้ยงขับไล่ออกจากบ้านพร้อมกับพี่ชายและพี่สะใภ้นางเอกก็ไม่มีความสามารถอะไรผักตามป่ายังไม่รู้จักเลยว่าอะไรที่สามารถกินได้ นี่ให้นางเอกที่แต่เดิมก็เป็นคนไร้ความสามารถ พอได้เกิดใหม่ก็ไร้ความสามารถอีกแล้วแบบนี้จะมีชีวิตรอดได้อีกเรอะ เรื่องแบบนี้ใครมันจะอยากอ่านกันเหอะเสียดายเงินที่ซื้อมาจริงๆ ใบหม่อนทำได้แค่โยนหนังสือนิยายทิ้งและมาทำงานด้วยใบหน้าบูดบึ้ง "หม่อนๆ ใบหม่อน" หัสนัยเพื่อนร่วมงานเรียกใบหม่อนเสียงดังเพราะเขาเรียกหลายรอบแล้วแต่ไม่มีเสียงขานรับจากใบหม่อน "อะไร เรียกทำไมเสียงดังเนี่ยหูจะแตกอยู่แล้ว" "เอ้าก็เรียกตั้งนานไม่ตอบแล้วเนี่ยเป็นอะไรนั่งหน้าบูดเนี่ยอารมณ์เสียเรื่องอะไรมาอีกอย่าบอกว่านิยายที่ซื้อมาเมื่อวานไม่สนุกไม่ได้ดั่งใจอีกนะ" "ก็ประมาณนั้นแหละ แล้วมีอะไรเรียกไม" "หัวหน้าหน่วยเรียกพบน่ะ เรื่องภารกิจลับครั้งนี้" "อืม ขอบใจมาก" "เห้ยไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร" ใบหม่อนไปพบหัวหน้าหน่วยและได้รับภารกิจลับให้ไปซุ่มโจมตีขบวนขนยาเสพติดที่ชายแดนโดยพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ทางการตามล่ามานานหลังจากจบภารกิจบุกทำลายแก๊งยาเสพติดครั้งนี้ใบหม่อนจะมีวันหยุดยาวหนึ่งเดือน เธอวางแผนว่าหนึ่งเดือนนี้เธอจะไปเรียนทำอาหารและขนมเพิ่มเติมพร้อมทั้งจะไปเวิร์กช็อปที่กรมการเกษตร ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บกหรือสัตว์น้ำ เธอวางแผนเอาไว้ในอนาคตจะลาออกจากหน่วยผันตัวเองไปทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยวและให้บริการบ้านพักแบบโฮมสเตย์ เหนือสิ่งอื่นใดคืออ่านนิยายที่เธอชื่นชอบคิดๆดูแล้วหยุดหนึ่งเดือนไม่พอจริงๆ วันออกเดินทางใบหม่อนเตรียมของเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางทันทีจุดนัดหมายคือกองบัญชาการเมื่อทุกคนมากันครบแล้วก็ออกเดินทางทันทีใช้เวลาในการทำภารกิจทั้งหมด5วันเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นก็เดินทางกลับทันทีระหว่างทางได้มีการพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมเกี่ยวกับวันหยุดยาวนี้ว่าใครวางแผนจะทำอะไรบ้าง "หม่อนหยุดยาวนี้มีแผนจะทำอะไรหรือเปล่า"วินัยถามออกมา "ว่าจะไปเรียนทำอาหารทำขนมเพิ่มแล้วก็ไปฝึกปลูกผักเลี้ยงสัตว์ที่กรมการเกษตรอ่ะ" “เห้ย นี่เอาจริงหรือเรื่องปลูกผักทำโฮมสเตย์เนี่ย” นัยเองอดถามออกมาไม่ได้เขาไม่คิดว่าใบหม่อนจะจริงจังกับเรื่องนี้มาก "อืม จริงจังมาก แล้วพวกนายสองคนล่ะมีแผนจะทำอะไร" "กลับบ้านที่ต่างจังหวัดน่ะ" วินัยตอบใบหม่อนด้วยความดีใจ "อืมกลับบ้านเหมือนกัน"หัสนัยตอบออกมาสีหน้าไม่ยินดีที่ได้กลับบ้าน "เอ้า จะกลับบ้านไม่ดีใจเหรอทำไมทำหน้าแบบนั้น"ใบหม่อนอดถามไม่ได้ "นั่นสิมีอะไรหรือเปล่า"วินัยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง “ไม่มีอะไรก็คุณนายที่บ้านน่ะสินัดดูตัวเรากับลูกสาวเพื่อนพวกนายเองก็รู้เรายังไม่อยากแต่งงานตอนนี้เราไม่อยากมีภาระตอนนี้เวลาไปทำภารกิจจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ที่สำคัญเราไม่ชอบลูกสาวเพื่อนของคุณนายคนนี้เลย” “ทำไมนายเคยเจอเขาหรือไง สวยป่ะ” วินัยถามออกมา “สวยแต่นิสัยไม่สวย อย่าให้เราพูดเลยเคยเจอแบบบังเอิญสองสามครั้ง เหวี่ยงวีนไร้เหตุผล” “อ่าแบบนี้ก็แย่ดิคุณนายแม่ถูกภาพลวงตาหลอกลวงหรือไง แบบนี้แต่งเข้ามามีหวังบ้านลุกเป็นไฟ” ใบหม่อนรู้สึกสงสารเพื่อนจริงๆ “นายก็ไม่ต้องกลับไปก็สิ้นเรื่องบอกคุณนายแม่ว่าติดทำภารกิจไง หรือจะไปเที่ยวบ้านเราก็ได้นะถ้าไม่ติดว่าบ้านเรากันดาลมาก” วินัยเอ่ยชวน “อืม ดีเหมือนกัน งั้นเราไปบ้านนายด้วยแล้วกัน หม่อนล่ะไม่ไปด้วยกันเหรอ” “ไม่ล่ะพวกนายไปกันเถอะ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน” วันหยุดมาถึงใบหม่อนดี๊ด๊ามากตื่นแต่เช้าออกกำลังกายเสร็จไปตลาดซื้อของสดเข้าบ้านเพื่อทำอาหารหลังจากนั้นก็ออกไปร่ำเรียนการเพาะปลูกที่กรมการเกษตรจนถึงบ่ายสามโมงเย็นเลิกเรียนกลับบ้านอ่านนิยายที่ชื่นชอบใบหม่อนใช้ชีวิตแบบนี้ทุกๆวันกิจกรรมแต่ละวันก็เหมือนเดิม เหลือวันหยุดอีกห้าวันเธอรู้สึกว่าเวลาในวันหยุดนั้นหมุนเร็วมากใกล้จะได้เวลากลับไปทำงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้าทำให้เธอรู้สึกแย่นิดหน่อยเพราะยังอยากหยุดต่อ วันหยุดยาวผ่านพ้นไปวันทำงานก็เริ่มขึ้นใบหม่อนไปทำงานแต่เช้า เพื่อนร่วมทีมกลับมาทำงานกันครบแล้วรวมถึงวินัยและหัสนัยด้วย “หวัดดี เป็นไงไปบ้านวินัยสนุกป่ะ”ใบหม่อนถามหัสนัย “สนุกมาก ใช้ชีวิตในชนบทห่างไกลสงบดี ที่สำคัญมือถือไม่มีสัญญาณคุณนายแม่โทรมาด่าไม่ได้” “ฮ่าๆ นายก็พูดไปเรื่อย” “เอ้าจริงๆนะ วินัยสอนเราจับปลาทำอะไรหลายๆอย่างสนุกดี พ่อแม่วินัยก็ใจดีมาก” “อืมเอาไว้คราวหน้าเราจะไปด้วย” “หม่อน หัส หัวหน้าเรียก” วินัยเดินมาเรียกเพื่อนทั้งสองคน “ขอบใจ ไปกันเถอะสงสัยมีภารกิจ” หัสนัยเอ่ยออกมา “สวัสดีครับหัวหน้า” “สวัสดีค่ะหัวหน้า” “อืมสวัสดี ที่ผมเรียกพวกคุณมาวันนี้ผมมีภารกิจใหม่ให้พวกคุณไปทำ” “เมื่อไหร่คะหัวหน้า” “อีกห้าวัน พวกคุณเตรียมตัวให้พร้อม ภารกิจทลายแก๊งค้ามนุษย์ ภารกิจนี้อันตรายมากพวกคุณระวังตัวด้วย พวกค้ามนุษย์มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่หนุนหลังอยู่ ทำงานให้รัดกุมที่สุด ที่สำคัญรักษาชีวิตตัวเองให้ดี ต้องปลอดภัยกลับมา” “รับทราบครับ/รับทราบค่ะ” “เอาล่ะพวกคุณไปเตรียมตัวเถอะ” หลังจากนั้นทั้งสามคนกลับไปเตรียมตัวเพื่อไปทำภารกิจอีกห้าวันข้างหน้า ใบหม่อนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกเธอได้เรียกทนายประจำตระกูลมาพบและทำพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้กับการกุศลหากเธอเสียชีวิต และยังได้แบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับทนายประจำตระกูลเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วเธอรู้สึกโล่งใจแปลกๆ แต่ก็ช่างเถอะลูกหลานไม่มีญาติพี่น้องไม่มี สามีก็ไม่มีงานที่เธอทำก็เสี่ยงพอสมควรจัดการไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย โดยที่ใบหม่อนไม่มีทางได้รู้เลยว่าการไปทำภารกิจในครั้งนี้เธอจะไม่ได้กลับมา กลางดึกคืนก่อนไปทำภารกิจขณะที่ใบหม่อนนอนหลับอย่างสบายใจเธอฝันว่ามีใครสักคนมาบอกกับเธอว่าฝากลูกๆของข้าด้วยจากนั้นก็สะดุ้งตกใจตื่น “ฝันบ้าอะไรวะ ฝากลูกๆอะไรสงสัยเพราะนิยายบ้าเล่มนั้นไม่น่าไปหยิบมาดูเลยให้ตายสิเอามาฝันเป็นตุเป็นตะ” หลังจากตื่นขึ้นมาบ่นแล้วใบหม่อนไม่สามารถข่มตาหลับลงได้อีก เธอลุกขึ้นอาบน้ำและออกไปที่กองบัญชาการเพื่อรอเดินทางไปทำภารกิจร่วมกับทีม ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นใบหม่อนเห็นคนร้ายเล็งปืนใส่หัสนัยเพื่อนร่วมทีมเธอจึงผลักเพื่อนให้พ้นวิถีกระสุนและตัวเธอเองกลิ้งหลบไปอีกด้านแต่ทว่าโชคร้ายที่กลิ้งไปทางคนร้ายอีกคนทำให้ใบหม่อนเสียชีวิตขณะทำภารกิจการจากไปของใบหม่อนในครั้งนี้สร้างความเสียใจให้เพื่อนร่วมทีมและทุกคนในหน่วยงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากใบหม่อนไม่เหลือญาติแล้วหัสนัยและหัวหน้าหน่วยจึงเป็นคนจัดการเรื่องทำศพของใบหม่อน ทั้งวินัยและหัสนัยได้แต่อวยพรให้เธอไปสู่ภพภูมิที่ดีและถ้าหากใบหม่อนได้เกิดใหม่ก็ขอให้มีครอบครัวที่อบอุ่นไม่ต้องอยู่แบบโดดเดี่ยวเช่นนี้ ใบหม่อนที่ยืนดูร่างตัวเองถูกเผาไป พร้อมกับวิญญาณที่ล่องลอยเคว้งคว้างเธอหวังว่าจะได้พบกับคุณพ่อและคุณแม่แบบนี้เธอจะไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกแล้ว แต่นั่นมันแค่สิ่งที่เธอหวังเอาไว้ แต่ความจริงแล้ว “โอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ็บๆๆ ทำไมมันเจ็บแบบนี้ นี่เราโดนยิงตาย มันเจ็บถึงวิญญาณเลยหรือไง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD