- คอนโด December Residenc -
ปัง!
เสียงประตูห้องปิดลงทันทีที่มีนาก้าวเข้ามาข้างใน ในที่สุดเธอก็กลับมาอยู่ในพื้นที่ของตัวเองเสียที
แต่กว่าจะขึ้นมาถึงห้องได้ วันนี้เหมือนเป็นวันทดสอบความอดทนของเธออย่างแท้จริง เพราะทันทีที่เธอมาถึงคอนโด ผู้คนมากมายกำลังยืนอออยู่หน้าลิฟต์เป็นสิบ ๆ คน ราวกับนัดกันมาพร้อมกันหมดทั้งตึก
มีนามองภาพนั้นด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนรอเงียบ ๆ อยู่ท้ายแถว พยายามไม่สบตาใคร และภาวนาให้ลิฟต์มาเร็วที่สุด
จริง ๆ แล้วเธอแอบคิดจะเลี้ยวไปขึ้นบันไดหนีไฟด้วยซ้ำ
แต่พอคิดถึงสภาพตัวเองตอนนี้แล้วก็ต้องล้มเลิกความคิดทันที ถ้าเกิดมีใครเดินตามขึ้นมาข้างหลัง แล้วเงยหน้าขึ้นมาเห็นบางอย่างที่ไม่ควรเห็นเข้า จะทำอย่างไร
แค่คิดก็รู้สึกอยากมุดพื้นหนีแล้ว
เพราะงั้น…ยืนรอลิฟต์นี่แหละ ปลอดภัยที่สุด
ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนโซฟากลางห้องในสภาพเหมือนคนหมดแรงจะใช้ชีวิตต่อไปแล้ว สายตาเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เหตุการณ์ทั้งวันวิ่งวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“บ้าจริง…” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
แล้วจู่ ๆ เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ มีนาก็เด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนทันที
เธอเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชักล่างสุดที่ใช้เก็บเสื้อชั้นในและกางเกงชั้นในไว้เป็นระเบียบ มือเลื่อนเปิดออกอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังจะทำภารกิจสำคัญบางอย่าง
เธอก้มมองของในลิ้นชัก หยิบขึ้นมาสองสามชิ้นอย่างลวก ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว
“กางเกงชั้นในเลือกสองตัวเองเนี่ยนะ…” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบขึ้นมาดูสลับไปมาอย่างหัวเสีย
ภาพเหตุการณ์ในห้องเรียนผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้แก้มเธอร้อนวาบอย่างควบคุมไม่ได้
“ไอ้อาจารย์โรคจิต…” เธอกัดฟันเบา ๆ “เป็นอะไรของเขา ทำไมต้องเอากางเกงชั้นในคนอื่นไปด้วย”
ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ทั้งอาย ทั้งโกรธ ทั้งสับสนปนกันไปหมด
เธอปิดลิ้นชักเสียงดังปัง ก่อนจะยืนกอดอกอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า สีหน้าบูดบึ้งแบบที่แทบไม่มีใครเคยเห็นจากเธอมาก่อน
สายตาเหลือบไปเห็นตะกร้าผ้าที่วางอยู่มุมห้อง มันเต็มจนเกือบล้นออกมาเหมือนสภาพชีวิตเธอในวันนี้ไม่มีผิด
“โอ๊ย…ไม่รู้แล้ว ซักผ้าก่อนแล้วกัน” เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ ราวกับการซักผ้าจะช่วยรีเซ็ตสมองได้สักนิด
มีนาก้มลงหยิบตะกร้าขึ้นมาแนบอก ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนไปยังระเบียง ด้านนอกนั้นกว้างพอสมควร และมีห้องเล็ก ๆ มุมในสุดที่เธอจัดไว้สำหรับซักและตากผ้า
เธอวางตะกร้าลง เปิดไฟในห้องเล็กนั้น แสงสีขาวสว่างขึ้นตัดกับความมืดของท้องฟ้ายามเย็น เสียงเครื่องซักผ้าเริ่มทำงานในไม่กี่อึดใจ
มีนาใส่ผ้าลงไปจนหมด ปิดฝา แล้วปล่อยให้เครื่องทำหน้าที่ของมัน
จากนั้นเธอเดินออกมาที่ระเบียงด้านนอก ยืนพิงราวเหล็ก รับลมเย็นที่พัดผ่านใบหน้าเบา ๆ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม กลิ่นอากาศชื้นลอยมากับลม ราวกับฝนกำลังจะตกในไม่ช้า
“เอาผ้าลงเครื่องปุ๊บ ฝนจะตกทันที…” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ
สายตาเธอกวาดมองท้องฟ้า แล้วเลื่อนต่ำลงมองวิวรอบ ๆ ตึกตามนิสัยคนที่พยายามปล่อยความคิดให้ลอยไปกับลม
จนกระทั่ง…
สายตาของเธอหยุดชะงักที่ระเบียงห้องข้าง ๆ
โดยปกติแล้ว เธอคงไม่สนใจอะไรนัก แต่สิ่งที่สะดุดตาคือผ้าชิ้นหนึ่งที่ถูกหนีบไว้กับราวเหล็ก กำลังปลิวไหวไปมาตามแรงลมอย่างชัดเจน
กางเกงชั้นในสีคุ้นตา หัวใจของมีนากระตุกวูบ เธอเพ่งมองอีกครั้งอย่างไม่อยากเชื่อ
ลวดลาย
สี
แม้แต่ขอบลูกไม้เล็ก ๆ ตรงด้านข้าง มัน…เหมือนของเธอไม่มีผิด ลมพัดแรงขึ้นอีกระลอก ทำให้ผ้าชิ้นนั้นปลิวไหวราวกับจงใจย้ำเตือน
และทันใดนั้น…
ประตูระเบียงห้องข้าง ๆ ก็เลื่อนเปิดออกช้า ๆ
เสียงล้อประตูครูดเบา ๆ ไปกับราง ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะดังข้ามระเบียงมาอย่างแม่นยำ ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเธอกำลังยืนมองอยู่ตรงนี้
“อยากได้คืนไหม?”
คำถามนั้นลอยมาตามลมเย็นยามค่ำ พร้อมกับใบหน้าของเขาที่โผล่พ้นกำแพงกั้นระเบียงออกมาเล็กน้อย
มีนาที่กำลังเพ่งมองผ้าชิ้นนั้นอย่างตั้งใจถึงกับสะดุ้ง หัวใจแทบกระเด้งขึ้นมาที่คอ
คนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามคือ…
อาจารย์หมอ
“อะ…อาจารย์!” เธอหลุดเรียกออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว
ธาดาเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างไม่เร่งรีบ ลมพัดชายเสื้อเขาไหวเบา ๆ ขณะที่สายตาคมยังคงจับจ้องมาที่เธอโดยตรง
“ว่าไงครับ นักศึกษา” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แฝงแววขบขันบางอย่าง
กางเกงชั้นในของเธอยังคงปลิวไหวอยู่ข้าง ๆ เขาเหมือนจงใจยั่วให้สถานการณ์ยิ่งกระอักกระอ่วนเข้าไปอีก
ระยะห่างแค่กำแพงระเบียงกั้นไว้ แต่ความรู้สึกที่แลกเปลี่ยนกันกลับใกล้เกินกว่านั้นมาก
มีนาเม้มปากแน่น พยายามควบคุมสีหน้าให้เรียบที่สุด แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบได้ยินชัด
“เอาของฉันคืนมานะ” เธอพูดเสียงนิ่ง พยายามไม่ให้อารมณ์หลุดออกไปมากกว่านี้
“อยากได้คืนเหรอ?”
ธาดาเอื้อมมือไปปลดผ้าชิ้นนั้นออกจากตัวหนีบอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะยกมันขึ้นเล็กน้อยให้เธอเห็นชัด ๆ ในแสงไฟระเบียง ลมพัดให้เสื้อเชิ้ตของเขาไหวเบา ๆ ขณะที่สายตาคมยังคงจับจ้องเธอไม่วาง
“ถ้าอยากได้…ก็เข้ามาเอาเองสิ ผมจะเปิดประตูรอ” น้ำเสียงนิ่ง สุภาพ แต่เต็มไปด้วยนัยบางอย่างที่ทำให้หัวใจของมีนากระตุกวูบ
พูดจบ เขาก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางที่เหมือนกำลังท้าทายมากกว่าขบขัน
มือของเขาขยำกางเกงชั้นในของเธอในกำมือแน่น แล้วยกขึ้นดมตรง ๆ ต่อหน้าเธอช้า ๆ ราวกับตั้งใจยั่วให้เธอเห็นทุกการกระทำ สายตาคมกริบจ้องตรงเข้ามาในตาเธอไม่วางตา
ก่อนที่เขาจะเดินหายเข้าไปในห้อง ประตูระเบียงเลื่อนปิดลงช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงผ้าม่านที่ขยับไหวตามแรงลม
มีนายืนมองตามจนภาพของเขาถูกกำแพงระเบียงบังสายตาไปสนิท หัวใจยังเต้นแรงไม่หาย เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างเดินไปเคาะประตูห้องเขาเพื่อเอาของคืน…
กับปล่อยมันไป แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกไปซื้อตัวใหม่ ก็แค่กางเกงชั้นในตัวหนึ่งเอง
สุดท้ายเธอหยุดยืนอยู่หน้าห้องข้าง ๆ ประตูสีเดียวกับของเธอ เงียบสนิท มือของเธอยกขึ้นค้างอยู่กลางอากาศ ใจเต้นแรงจนได้ยินชัดในหู
เคาะ…ดีไหม หรือกลับห้องไปตอนนี้ยังทัน แต่ความดื้อเงียบ ๆ ในตัวเธอชนะในที่สุด
ก๊อก! ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะดังชัดในโถงทางเดินที่เงียบสนิท ไม่กี่วินาทีผ่านไป ลูกบิดประตูก็ค่อย ๆ หมุน
แกร็ก…
ประตูเปิดออกช้า ๆ
และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือเขา
เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมออกสองเม็ดพอให้ดูไม่เป็นทางการนัก สีหน้าสงบ ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะมา
“ตัดสินใจเร็วดีนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ ๆ
สายตาคมมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบัง
“เข้ามาก่อนสิ”