ตอนที่4 : ฉันยอมแพ้

1469 Words
ไวท์เดินลงมาจากรถออดี้คันสีดำ หลังจากประตูรถปิดลง เขาก็เดินอ้อมรถมายืนอยู่หน้าร้านข้าวแกง ยืนสำรวจรอบ ๆ เป็นทั้งบ้านและยังเปิดเป็นร้านขายข้าวแกง ก่อนที่สายตาของไวท์จะไปสะดุดอยู่ที่เมล เมลเดินออกมาหาไวท์ที่ยืนอยู่หน้าร้าน ก่อนจะพูดขึ้น“ร้านปิดแล้วนะคะ ถ้าคุณลูกค้าอยากกินข้าวคงต้องมาพรุ่งนี้”เมลตอบน้ำเสียงเรียบ แบบเหมือนคนไม่เคยเจอหรือรู้จักกัน ไวท์เห็นเมลพูดเสียงนิ่งแบบนั้นเลยพูดขึ้น “ไม่ได้จะมากินข้าว… มาหาลูก” สีหน้าเขานิ่ง แบบไม่รู้ว่าเมลท้อง แต่ที่จริงรู้แล้ว เมลได้ยินคำว่า มาหาลูก ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ตกใจลึก ๆ คิดในใจ เขารู้แล้วหรอว่าฉันท้อง เมลยืนนิ่งไม่ยอมพูดอยู่นาน จนเสียงแม่ปลาดังขึ้นมาพอดี ทำให้เมลได้สติ “เมล ใครมาหรอลูก” แม่ปลาเดินออกมาจากข้างหลังของเมล ก่อนจะสะดุดตากับผู้ชายรูปหล่อมาดนิ่งที่ไหนมายืนคุยกับลูกสาวของตน “อ่อแม่ ลูกค้านะ แต่เมลบอกไปแล้วนะว่าร้านเราปิดแล้ว”เมลตอบแม่ปลาเสียงเรียบ และไม่ได้ตอบหรือถามไวท์กลับไป ไวท์เห็นแม่ปลาเดินมายืนข้างเมล หลังจากเมลพูดจบ เขาก็พูดขึ้นต่ออย่างรวดเร็ว “ผมไม่ใช่ลูกค้าครับ” เมลได้ยินแบบนั้น ในใจกังวลไปหมด เหงื่อเริ่มออก ส่วนแม่ปลาขมวดคิ้วสงสัย “อ้าว แล้วถ้าไม่ใช่ลูกค้าแล้วมาทำไมล่ะพ่อหนุ่ม” ไวท์กำลังจะเอ่ยปากบอกว่า “ผมมาหา…” แต่ยังพูดไม่ทันจบ เสียงของเมลก็ดังขึ้นมาก่อน “อ่อแม่ สงสัยเขาจะมาถามทางแน่เลย” ไวท์ขมวดคิ้ว กำลังจะบอกว่ามาหาลูก แต่เมลก็พูดต่อทันที “คุณหลงทางมาใช่ไหมคะ เดี๋ยวฉันช่วยบอกทางนะ คุณจะไปไหน” เมลพยายามดึงแขนไวท์ออกมาหน้าร้าน ก่อนออกไปเมลบอกแม่ปลาอีกว่า “เมลหิวข้าวแล้วจ๊ะแม่ แม่ไปทำกับข้าวให้เมลกินหน่อยนะ” แล้วเมลก็ดึงแขนไวท์ออกมาเลย ทำให้แม่ปลายืนงง ๆ ก่อนจะเดินเข้าครัว พอออกมาหน้าร้าน ไวท์ก็พูดทันที “นี่เธอจะดึงฉันออกมาทำไม” “คุณมาที่นี่ทำไม” เมลถามเสียงเรียบ “ก็บอกแล้วไงว่ามาหาลูก” ไวท์ตอบเสียงนิ่ง สงสัยว่าเมลจะบอกความจริงไหม เมลได้ยินคำเดิมอีกครั้ง เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ“ลูกของคุณจะมาอยู่ที่บ้านฉันได้ไง” “นี่เธอไม่มีอะไรจะบอกฉัน?” ไวท์เริ่มหงุดหงิด สีหน้าออกชัด เมลสะดุ้งเล็กน้อย คิดในใจ หรือว่าเขาจะรู้แล้ว ไม่น่าใช่มั้ง เขาจะรู้ได้ยังไง “ทำไมฉันต้องมีอะไรอยากบอกคุณ” เมลยังสู้ ทำหน้านิ่ง แต่ในใจกลัว กลัวว่าเขาจะมาเอาลูกไป หรือสั่งให้ไปเอาเด็กออก ไวท์เหมือนหมดความอดทน เดินไปที่รถ หยิบเอกสารแผ่นหนึ่งออกมา แล้วยกใบตรวจครรภ์ขึ้นให้เมลดู เมลตาโตทันที “คุณรู้…” “ใช่ ฉันรู้ ฉันถึงได้มาหาเธอไง” เมลไปไม่เป็น ยืนนิ่งตกใจ “ฉัน…ฉันไม่ได้จะ…” ยังพูดไม่จบ เสียงแม่ปลาก็ดังขึ้น “เมล อาหารเสร็จแล้ว มากินข้าวกันลูก” แม่ปลาเดินออกมา ก่อนจะสะดุดตาเห็นใบตรวจครรภ์ในมือไวท์ จึงแย่งมาดู พออ่านจบก็โมโหทันที “อ่อ คือคุณใช่ไหมที่ทำลูกสาวฉันท้อง!” “ใช่ครับ ผมทำลูกสาวคุณแม่ท้อง แต่….” ยังพูดไม่ทันจบ แม่ปลาก็เดินไปหยิบไม้กวาดขึ้นมา เตรียมจะฟาดใส่ไวท์ แต่เมลรีบเอาตัวมาบังไว้ “แม่ อย่าทำอะไรเขาเลยนะ” “ลูกจะมายืนปกป้องมันทำไม มันทำให้ลูกต้องเป็นอย่างนี้!” ไวท์ที่เห็นเมลมายืนบังก็รู้สึกดีเล็กน้อยที่เด็กน้อยคนนี้ใจกล้ามายืนปกป้องเขาแต่มันไม่ใช่อย่างนั้น “หนูไม่ได้ปกป้องเขา หนูแค่ไม่อยากให้แม่ทำร้ายเขา ถ้าแม่โดนข้อหาอะไรมาแล้ว หนูกับน้องจะอยู่อย่างไง ไหนจะหลานของแม่อีกนะ” แม่ปลานิ่งไป เมลหันมาหาไวท์ “ถ้าคุณจะมาบอกให้ฉันไปเอาเด็กออก ฉันคงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ” “ผมไม่ได้จะให้คุณไปเอาเด็กออก แต่ผมจะรับผิดชอบคุณและลูก” คำว่า คุณและลูก ทำให้เมลหายกังวลนิดหนึ่ง แต่ไวท์พูดต่อ “แต่ผมมีเงื่อนไข คุณไปอยู่กับผมช่วงที่คุณตั้งครรภ์ พอคุณคลอด ผมจะดูแลเด็กเอง แล้วผมจะให้เงินคุณตามที่คุณต้องการ” คำพูดนั้นทำให้เมลเจ็บ สีหน้าเปลี่ยน ที่พูดว่าจะรับผิดชอบเนี่ยหรอ เขาก็แค่อยากได้เด็ก “ถ้าคุณจะรับผิดชอบแบบนี้ ฉันคงรับเงื่อนไขของคุณไม่ได้หรอกนะ ถ้าฉันรับ ฉันก็ไม่ต่างจากพวกที่ขายลูกตัวเองหากินเลย” ไวท์พูดต่อ“เราสองคนมันเกิดจากความผิดพลาดเราไม่ได้รักกันแล้วจะอยู่ด้วยกันยังไง” เมลยิ้มในใจ หัวเราะให้ตัวเอง “โอเค ฉันยอมแพ้ ฉันยอมยกเด็กให้คุณก็ได้ แต่ฉันไม่เอาเงินของคุณ” แม่ปลาพูดขึ้นทันที “ถึงบ้านเราไม่ได้มีเงินฐานะดีแบบคุณ แต่เราก็เลี้ยงเด็กคนนี้ได้! แล้วคุณกล้าดียังไงจะเอาเด็กไปคนเดียว” ไวท์ตอบนิ่ง ๆ “ถ้าไม่เอาเงื่อนไขนี้ ก็เจอกันที่ศาลได้เลยครับ” คำว่า ศาล ทำให้เมลชะงัก “ถ้าคุณอยากได้เด็กขนาดนั้น ฉันยกให้ก็ได้”เมลตอบด้วยน้ำเสียงเรียบในใจเธอตอนนี้โมโหมาก เมลไม่อยากให้เรื่องต้องถึงกับไปฟ้องร้องกันถึงยังงั้นเธอก็ไม่สามารถสู้เขาได้ด้วยฐานะที่ต่างกัน ทันใดนั้น โทรศัพท์ของไวท์ก็ดังขึ้น กริ๊งงง กริ๊งงง!! ไวท์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นชื่อ แม่รตี ก็รีบกดรับสายทันที แม่รตี : นี้ลูกอยู่ไหน ไวท์ : ผมกำลังคุยกับลูกสะใภ้แม่อยู่ ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงแม่รตีจะดังขึ้นทันที แม่รตี : แกพูดจริงใช่ไหม งั้นพรุ่งนี้แกไปจดทะเบียนสมรสกันเลย ไวท์ได้ยินอย่างนั้นถึงกับตกใจ ชะงักไปเล็กน้อย แล้วหันหน้ามองไปหาเมล ไวท์ : ทำไมต้องจดด้วยครับ แม่ก็แค่ต้องการทายาทไม่ใช่หรอ แม่รตี : ก็ใช่ แต่แกพูดงี้หมายความว่าไง แกจะไม่รับผิดชอบเธอหรอ แกจะเอาแค่เด็กมาอย่างเดียวไม่ได้ แบบนี้มันผิดศีลธรรมนะ แกจะมาพรากลูกพรากแม่ได้ยังไง คำว่า พรากลูกพรากแม่ ทำให้เมลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต้องชะงัก เพราะเธอได้ยินทุกอย่างรอบตัวในเวลาตอนนี้มันมืดและเงียบมาก ไวท์ : ไม่ใช่อย่างนั้นครับแม่ ผมจะดูแลเธอตลอดที่เธอยังไม่คลอด พอเธอคลอด เธอก็ยังสามารถมาหาลูกของเธอได้ตลอด แม่รตี : ไม่รู้แหละ ยังไงแกก็ต้องทำตามที่ฉันบอก ไปจดทะเบียนซะ อย่าบอกนะว่าแกยังคิดถึงรักแรกของแกอยู่ คำว่า รักแรก ทำให้เมลตกใจเล็กน้อย ใจเธอเหมือนถูกบีบแน่น ไวท์ : ไม่ใช่อย่างนั้นครับแม่ แค่นี้นะครับ เดี๋ยวค่อยคุยกันที่บ้าน พูดจบไวท์ก็วางสายทันที ตู๊ด… ตู๊ด… “พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปจดทะเบียน อย่าเข้าใจผิดนะ แม่ผมอยากเห็นผมแต่งงาน พอคุณคลอด เราค่อยหย่ากัน”พูดจบก็เดินกลับไปที่รถแล้วขับออกไปทันที เหลือเมลยืนอยู่กับแม่ในความมืด คืนนั้นบรรยากาศเงียบ แม่ไม่พูดอะไร ได้แต่ลูบหัวปลอบใจ หลังจากขึ้นห้อง เมลเดินมานั่งที่ปลายเตียงแล้วก็เอามือลูบท้องตัวเองช้า ๆ “เขาไม่ได้ต้องการเเม่เลย…เขาต้องการแค่ลูก” น้ำตาของเมลไหลออกมาเอง “แม่ต้องทำยังไง ให้พ่อของลูกหันมารักแม่ดี แม่จะได้อยู่กับหนู” คำถามนั้นลอยอยู่ในความมืด ก่อนที่เธอจะเผลอหลับไปทั้งคราบน้ำตา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD