หลังจากเมลวิ่งออกจากร้านอาหารมา หัวใจของเธอยังเต้นแรงไม่หาย เท้าหยุดลงตรงหน้าร้านขายยาฝั่งตรงข้าม แสงไฟในร้านสว่างจ้า ตัดกับความวุ่นวายในหัวของเธออย่างชัดเจน
เมลสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไป เสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งเบา ๆ เธอเดินไปหยุดที่เคาน์เตอร์ ใจเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง
“รับอะไรดีคะ” พนักงานสาวถามด้วยรอยยิ้มสุภาพ
เมลเม้มปาก รวบรวมความกล้า “เอ่อ… ขอยาคุมฉุกเฉินค่ะ”
พูดจบก็หลับตาเหมือนคนโดดหน้าผา พนักงานหยิบกล่องสีชมพูออกมาวางบนเคาน์เตอร์ก่อนถามต่อ
“มีเพศสัมพันธ์เกิน 72 ชั่วโมงหรือยังคะ”
เมลอ้ำอึ้ง ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเวลามันผ่านไปเท่าไหร่แล้ว
พนักงานเห็นท่าทีเลยพูดขึ้นอย่างใจดี “ถ้ายังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ทานได้เลยนะคะ เม็ดแรกทันที แล้วอีกเม็ดห่างจากเม็ดแรก 12 ชั่วโมงค่ะ”
เมลพยักหน้ารัว ๆ “ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ”
หลังจ่ายเงินเสร็จ เธอเดินออกมาด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ แวะร้านสะดวกซื้อข้าง ๆ
“ป้าคะ เอาน้ำเปล่าขวดหนึ่งค่ะ”
“สิบบาทจ้ะหนู”
เมลยื่นเงิน รับขวดน้ำ เปิดฝาทันทีแล้วกลืนยาเม็ดแรกลงไป น้ำเย็นไหลผ่านลำคอ แต่ในใจยังร้อนรุ่ม เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งปลุกเผื่อเม็ดที่สอง
เธอรู้ดีว่าตัวเองขี้ลืมขนาดไหน
หลังจากนั้นก็เรียกรถกลับบ้านทันที
พอเมลมาถึงบ้านก็เห็นแม่กำลังตักข้าวแกงใส่กล่องให้ลูกค้าอยู่ เธอเดินเข้าไปในบ้าน
“สวัสดีค่ะแม่”
“อ้าว กลับมาแล้วหรอเมล” แม่ปลาเอ่ยถามเมล
“จ๊ะแม่ แม่มีอะไรให้เมลช่วยไหมจ๊ะ”
“ไม่มีหรอก เดี๋ยวแม่ก็จะปิดร้านแล้ว เมลขึ้นไปห้องไปพักผ่อนเถอะลูก”
“งั้นเมลขึ้นห้องก่อนนะ วันนี้เหนื่อยมาก”
เมลพูดกับคนเป็นแม่เสร็จ เธอก็เดินขึ้นห้องของเธอไป พอถึงห้องเมลก็รีบอาบน้ำ เข้านอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันจะมืด
ตื่นมาอีกที เมลตกใจที่ตัวเองเผลอหลับไปจนเธอหยิบมือถือขึ้นมาดู
03:30
เมลตกใจตาตื่นทันที
“ห๊ะ นี่ฉันหลับไปนานขนาดนี้เลยหรอเนี่ย แล้วนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ดันไม่ปลุกอีก เมลเอ้ย เมล…”
เธอได้แต่ว่าตัวเอง พูดคนเดียวเบาๆ
พอคิดได้ เมลจึงรีบไปหยิบยาในกระเป๋าออกมา พร้อมกับหยิบน้ำที่โต๊ะติดมือมาด้วย เมลเดินมานั่งบนเตียงนอน แล้วแกะยาใส่เข้าปาก พร้อมกินน้ำตาม
พอกินเสร็จ เมลได้พูดกับตัวเองว่า
“ผ่านมาแค่ 1 ชั่วโมงนิดๆ เอง คงไม่เป็นไร
หรอกมั้ง”
หลังจากกินยาเสร็จ เมลก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดร่างกายของเธออีกครั้ง
เช้าอันสดใส วันนี้เป็นวันที่เมลไม่มีเรียน เพราะอาจารย์ยกคลาส วันนี้เป็นวันศุกร์
เมลตื่นขึ้นมาด้วยเสียงน้องสาวสุดแสบของเธอ
“พี่เมล พี่เมล ตื่นๆ”
เมลเห็นน้องสาวมาเรียก จึงหันหลังให้แล้วพูดขึ้นแบบคนกำลังนอนสลึมสลือ
“ยัยเจล จะปลุกทำไมเนี่ย ยังเช้าอยู่เลย”
“เช้าอะไรล่ะ นี่มัน 11 โมงแล้วนะ พี่เมล ตื่นได้แล้ว”
เมลได้ยินอย่างนั้นเลยสะดุ้งลืมตาทันที
“11 โมงแล้วหรอเนี่ย”
น้องสาวเลยพูดขึ้นต่อ
“ปกติพี่เมลตื่นเช้ากว่าเจลอีก วันนี้เป็นอะไร ตื่นสายจัง”
เมลได้ยินอย่างนั้นเลยบอกคนเป็นน้องไป
“สงสัยเมื่อวานคงเรียนหนักมั้ง”
เมลเลยถามเจลต่อ
“แล้วนี่เราอ่ะ มาปลุกพี่ทำไม มีอะไรรึเปล่า”
“เปล่า ไม่มีอะไร ก็แค่…”เจลทำเสียงลากยาวแบบมีพิรุธ
“บอกมาเลยนะ ยัยเจล” เมลชี้หน้าเจลแบบแกล้งๆยั่วๆ ให้เธอบอก
“ก็ได้ๆ ไม่สนุกเลย จับได้ตลอด”
เจลพูดขึ้นกับคนเป็นพี่ พร้อมทำหน้าเซ็งๆ
“ก็วันนี้พี่เมลบอกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองว่าจะพาเจลไปดูหนัง กับเลี้ยงของอร่อย พี่เมลจำไม่ได้แล้วหรอ”
เจลเห็นเมลทำหน้างง เลยเขย่ามือเมลแบบอ้อนไปด้วย“พี่เมลลืมแล้วหรอ”
เมลเห็นน้องสาวตัวเองอ้อนแบบนี้ก็เลยพูดขึ้น
“พี่ไม่ได้ลืม จำได้น่า บอกว่าจะพาไปก็ต้องพาไปสิ”
เจลเลยพูดต่อด้วยท่าทางดีใจ
“ไม่ได้ลืมจริงนะ”
เมลตอบ
“จริง ไม่ได้ลืม ไปรอข้างนอกได้แล้ว พี่ขออาบน้ำแต่งตัวแป๊บหนึ่ง”
เจลตอบเมลว่าโอเคอย่างดีใจ ทำท่าทางดีใจออกไปรอข้างนอกอย่างว่าง่าย
ห้างสรรพสินค้าCSC
“พี่เมล พี่เมล ดูนั้นตุ๊กตาตัวใหญ่มาก” คนเป็นน้องสาวของเธอพูดขึ้นอย่างท่าทางดีใจ
“เห็นแล้วๆ รีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันรอบหนังนะ ”เมลเอ่ยบอกน้องสาวของเธอ
สองพี่น้องได้เดินมาหยุดอยู่ที่โรงหนัง พวกเธอได้จองตั๋วกันไว้แล้ว เหลือแค่ไปซื้อป๊อบคอร์นกับน้ำก็เข้าไปดูหนังกันได้แล้ว หลังจากซื้อเสบียงเสร็จ สองพี่น้องได้เดินเข้าไปดูหนัง ดูหนังจบแล้วพวกเธอก็เดินออกมา
“พี่เมล เจลอยากกินซูชิร้านนั้น” เจลเลยชี้ไปทางร้านซูชิ
“ไปสิ วันนี้เต็มที่เลยจ๊ะ ”เมลพูดกับเจล
“พี่เมลพูดเองนะ วันนี้เจลจะเที่ยวให้เต็มที่ ให้หน่ำใจไปเลย ”พร้อมกับท่าทางดีใจ
พวกเธอเดินมากันที่ร้านซูชิ เดินเข้ามานั่งในร้าน ซูชิร้านนี้เป็นแบบเสิร์ฟสายพาน หรือกดสั่งก็จะส่งมาทางสายพานหลังจากที่เมลนั่งกินซูชิกับเจลสักพักใหญ่ เมลก็ต้องสีหน้าเปลี่ยนไป ตกใจเล็กน้อย
‘โอ้ย เจอกันอีกแล้วหรอเนี่ย กรุงเทพมันแคบจริงๆ เลยเนาะ’ที่เมลตกใจแล้วพูดออกมาในใจ คือ ไวท์กำลังเดินเข้ามานั่งในร้าน ฝั่งไวท์พอเดินเข้ามาในร้าน ก็มานั่งตรงฝั่งข้างๆ เมล ที่กั้นด้วยทางเดินกลางเท่านั้น
ไวท์นั่งลงโดยไม่ได้สังเกตเห็นเมล จนพนักงานเดินมาถามว่า“จะรับน้ำอะไรดีคะ”
ไวท์มากับเวก้า เพราะนทีมันติดหญิงอยู่
เวก้าบอกพนักงาน “น้ำโค้กแก้วหนึ่ง” แล้วอีกท่าน“รับน้ำอะไรดีคะ”
พอไวท์หันมาเท่านั้น ก็ต้องสะดุดตาเข้ากับเมล แล้วคิดในใจ ‘เด็กเห็นแก่เงินคนนั้นนี่ เจอกันอีกแล้ว’
เวก้าเห็นว่าไวท์มองผู้หญิงฝั่งตรงข้ามตั้งนาน เลยเรียกเพื่อนตัวเอง
“ไวท์ ไอ้ไวท์”
“มีอะไร” ไวท์ตอบเวก้า
“มึงเป็นอะไรเนี่ย ไม่สั่งน้ำสักที น้องเขายืนรอนานแล้ว”
“เอาน้ำโค้ก” ไวท์ตอบ
พนักงานเสิร์ฟพูด “น้ำโค้กสองแก้วนะคะ” แล้วพนักงานก็เดินออกไป
เวก้าเลยพูดขึ้น “ทำไมกูรู้สึกคุ้นหน้าน้องโต๊ะตรงข้ามเราจังวะ”
ไวท์ได้ยินเพื่อนพูดอย่างนั้นเลยทำหน้าสงสัย ก่อนที่ไวท์จะถามเพื่อนตัวเอง
เวก้าเลยพูดขึ้นมาก่อนว่า “อ่อ กูรู้ละ น้องในร้านอาหารคนนั้นไง”
ไวท์ได้ยินอย่างนั้นเลยถอนหายใจออกมา
เวก้าพูดต่อ “กูว่ามึงกับน้องคนนั้นต้องมีอะไรใช่ไหม กูเห็นมึงมองน้องเขาเย็นชาหลายรอบละ”
“ไม่ยุ่งสักเรื่องมันจะตายไหม” ไวท์ตอบเสียงเรียบ
“ครับเพื่อนๆ” เวก้าตอบ
ฝั่งเมลตอนนี้คือเธอกำลังตกใจเล็กน้อย เพราะข้างๆ เธอคือผู้ชายคนนั้นเธอคิดในใจ ‘เขาจะจำฉันได้ไหมนะ คงไม่หรอกมั้ง เขาก็ดูเฉยๆ’
เธอเลยกินซูชิของเธอต่อไป
หลังจากเธอกินเสร็จแล้ว เธอเลยบอกน้องสาวว่า
“พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เจลกินรอพี่ไปก่อนนะ”
“โอเคจ๊ะ เจ๊เมลคนสวย” ท่าทางของยัยเจลตอบแบบกวนๆ น่ารัก
เธอเลยพูดแหย่น้องของเธอ “เดี๋ยวเถอะๆ” แล้วเธอก็เดินออกมาจากร้านซูชิ เดินไปทางห้องน้ำ
ฝั่งไวท์เห็นเมลเดินออกไป เลยเดินตามออกไป
“เฮ้ย นั่นมึงจะไปไหนวะ” เวก้าถามไวท์
แต่ไวท์ไม่ฟังเวก้า แล้วเดินตามเมลออกไป
ฝั่งเมล หลังจากที่เข้าห้องน้ำเสร็จ กำลังจะเดินกลับไปที่ร้านซูชิ ก็ต้องสะดุ้ง เพราะมีใครบางคนกระชากเธอเข้าไปในช่องเล็กๆ
“อื้อ อือ” เสียงเมลอู้อี้ เพราะถูกใครบางคนปิดปากอยู่
“โอ้ย กัดเจ็บเป็นบ้า”
“นี่เธอเป็นหมารึไง” เสียงไวท์พูด เพราะความเจ็บที่เมลกัดมือของตน
“แล้วใครใช้ให้นายมากระชากฉันแบบนี้ล่ะ” เสียงเมลตอบ พร้อมหน้ายู่ยี่หงุดหงิดเล็กน้อย
“ก็ไม่ได้อยากจะกระชากเธอเข้ามาหรอกนะ มันสกปรกติดตัว” เสียงไวท์เอ่ยพร้อมทำท่าทางเย็นชา
“นี่นาย ว่าฉันสกปรกงั้นหรอ” เมลเอ่ย พร้อมกับหงุดหงิด
“ก็ใช่สิ ก็อยู่กันแค่สองคน ไม่ให้ว่าเธอแล้วจะให้พูดกับหมาที่ไหน” ไวท์เอ่ยปากพูด พร้อมกับน้ำเสียงและท่าทางเย็นชา
“ใครกันแน่ที่สกปรก นายมากกว่ามั้ง ฉันว่าคนดีๆ ที่ไหนเขาจะกระชากผู้หญิงตัวเล็กเข้ามาในที่แคบๆ แบบนี้หลบสายตาคน” เมลพูดใส่ไวท์ ท่าทางหงุดหงิดเล็กที่มาหาว่าเธอสกปรก
“งั้นเธอคงสกปรกกว่าฉันเยอะ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนไปทำงานในที่แบบนั้น อายุก็ยังน้อยๆ” ไวท์พูด
“ที่แบบนั้นที่นายหมายถึง แล้วมันทำไมกัน ฉันไม่ได้ขายตัวแลกเงินแล้วกัน” เมลเอ่ยอย่างหงุดหงิด ที่มาว่าตัวเองเป็นผู้หญิงแบบนั้น
“งั้นหรอ ไม่ได้ขายตัวแลกเงิน แล้วคนที่ตื่นเช้ามาวันนั้น แล้วมานอนอยู่ข้างฉันเนี่ย คงเป็นหมาสินะ” ไวท์พูดอย่างหงุดหงิด
“ก็ฉันพยายามจะบอกนายแล้วว่าฉันไม่ใช่ ไม่ใช่ นายก็เอาแต่จูบฉัน จะให้ฉันพูดยังไงล่ะ ไหนๆ ก็ได้คุยกันแล้ว ฉันก็จะบอกนายไว้เลยนะ เอาบัตรนายคืนไป ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ได้ขาย”
เมลหยิบบัตรออกมาจากกระเป๋า แล้วดึงมือไวท์ขึ้นมารับบัตรไว้ แล้วเมลก็รีบเดินออกไปเลย
เมลเดินเข้ามาในร้านซูชิ แล้วพูดกับน้องสาวตัวเอง
“ป่ะ กลับกัน ยัยเจล”
“จะกลับแล้วหรอ พี่เมล เจลยังเที่ยวไม่หน่ำใจเลยนะ” เจลทำเสียงอ่อยๆ เศร้าๆ
“ขอโทษด้วยนะ เดี๋ยววันหลังพี่พามาใหม่” เมลเอ่ยบอกกับน้องสาวอย่างสงสาร เอ็นดูเล็กน้อย
หลังจากนั้น เธอทั้งสองคนได้คิดเงินเสร็จ แล้วกำลังจะเดินออกมาจากร้าน เมลก็เดินสวนกลับไวท์ที่กำลังเข้ามาพอดีเธอไม่มองเขาเลย
แล้วเธอก็เดินออกมา
ฝั่งไวท์ หลังจากที่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ เวก้าก็พูดขึ้น“มึงไปไหนมาวะ ถามก็ไม่บอกว่าไปไหน”
“ไปเข้าห้องน้ำมา” ไวท์ตอบเวก้าเสียงเรียงเรียบ
“ใช่เปล่า ไม่ใช่ตามไปหาน้องคนนั้นหรอ เห็นน้องเดินเข้ามาแล้วอารมณ์ดูหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วก็เดินออกไปเลย”
“ไปหาแล้วมันจะทำไม” ไวท์ตอบเสียงเรียบ แต่หงุดหงิดจากเมลเล็กน้อย
“แต่กูว่าน้องคนนั้นน่ารักดีเลยนะเว้ย สเปคกูพอดี” เวก้าพูดแซวๆ
ไวท์ได้ยินอย่างนั้นเลยหงุดหงิดขึ้นไปอีก
“กูไม่กินล่ะ”
“เอ้ามึงยังไม่ได้กินเลยนะ” เวก้าพูด
แล้วไวท์ก็เดินออกไปเลย ทิ้งความสงสัยและความงงไว้ให้กับเวก้า “มันเป็นอะไรของมันวะ”