ตอนที่8 : เริ่มหวั่นไหว

1648 Words
ระหว่างที่ทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จแล้ว กำลังจะนั่งรถกลับไปยังบ้านศิริวุธ เสียงโทรศัพท์ของไวท์ก็ดังขึ้น กริ๊งงงง กริ๊งงง!! ไวท์เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูระหว่างขับรถ ก่อนหน้าจอจะขึ้นชื่อคนที่โทรมา “เวก้า” ไวท์กดรับสาย เสียงปลายสายก็พูดขึ้นทันที เวก้า : ฮัลโหล มึงอยู่ไหนเนี่ย ไวท์ : บนรถ เวก้า : อยู่บนรถก็ดีเลย พวกกูรออยู่บาร์ KO รีบมาเลย รอมึงนานแล้ว ไวท์ : เออๆ แล้วไวท์ก็ตัดสายไปเลย ไม่สนว่าคนที่โทรมาจะพูดอะไรต่อ เขาขับรถไปบ้านศิริวุธตามปกติ บ้านตระกูลศิริวุธ ไวท์จอดรถหน้าบ้านแล้วพูดขึ้นกับเมล “คืนนี้คุณนอนก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอผม” เมลได้ยินอย่างนั้นเลยพยักหน้าเบาๆ แล้วกลั้นใจถาม“พี่จะไปไหน ฉันถามได้ไหม” ไวท์ได้ยินเมลถามเลยยอมบอกไป “หาเพื่อน ลงไปได้แล้ว” เมลลงจากรถไป ส่วนไวท์ก็ขับรถออกไปทันที เมลกำลังจะเดินขึ้นบันไดไปห้องของไวท์ ก็พบหน้ากับคุณแม่รตีเป็นครั้งแรก เมลเห็นอย่างนั้นเลยคิดในใจ คนนี้น่าจะเป็นแม่ของเขา แล้วฉันควรเรียกว่าอะไรดี แม่รตีเดินยิ้มให้เมลมาแต่ไกล แล้วถามขึ้น “อ้าว แล้วตาไวท์ไปไหนล่ะ” เมลเลยยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ เห็นเขาบอกว่าจะไปหาเพื่อนค่ะ” แม่รตีทำหน้าตำหนิเล็กน้อย “ไอ้เด็กคนนี้” แล้วหันมาพูดกับเมล “แล้ววันนี้พากันไปฝากครรภ์มาเป็นยังไงบ้าง” เมลตอบ “หมอบอกว่าอาจจะได้แฝดค่ะ” แม่รตีได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มดีใจให้ลูกสะใภ้ “งั้นก็ดีมากๆ เลย” เมลพูดต่อ “ต้องรอไปตรวจอีกทีเดือนหน้าค่ะ” แม่รตีพยักหน้า “ยังงั้นหนูก็ขึ้นไปพักเถอะ ดึกมากแล้ว” เมลยิ้มให้คุณแม่รตี ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป พอเปิดประตูเข้าห้องก็ล้มตัวลงบนเตียงทันที สักพักพอหายเหนื่อยนิดหน่อย เมลก็ลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำ 21:30 น. หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เมลเดินออกมาพร้อมชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวกับผ้าคลุม แล้วมานั่งลงบนเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เห็นว่าดึกแล้วแต่ไวท์ก็ยังไม่มีท่าทีจะกลับมา เธอจึงเอนตัวลงนอนเล่นสักพักก่อนจะเผลอหลับไป บาร์KO “มาช้าว่ะ มัวทำอะไร เขารอมึงคนเดียวเนี่ย” เสียงเวก้าดังขึ้นหลังจากไวท์นั่งลง “ไปส่งเด็กน้อยมา” ไวท์ตอบเสียงเรียบนิ่ง เวก้ากับนทีได้ยินถึงกับขมวดคิ้ว เวก้าพูดขึ้น “เด็กที่ไหนวะ อย่าบอกนะว่าน้องคนสวยคนนั้น” นทีที่เห็นเวก้าพูดแบบนั้นเลยงง “เห้ย กูพลาดอะไรไปวะ” เวก้าเลยเล่าให้นทีฟัง นทีถึงเข้าใจ เสียงเวก้าดังขึ้นอีก “สรุปใช่น้องคนนั้นไหม” พร้อมขยับเข้ามาใกล้ไวท์ “เออ” ไวท์ตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความหงุดหงิด เวก้าแซวต่อ “นั่นไง กูว่าแล้วว่าต้องมีอะไร” “กินๆ ไปเลยมึง เลิกพูดมาก” ไวท์พูด พร้อมยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นมาดื่ม เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ทั้งสามนั่งดื่มด้วยกัน ไวท์เห็นว่าดึกมากแล้วจึงบอกเพื่อน “กูกลับแล้วนะ” เวก้ากับนทีขมวดคิ้ว ปกติไวท์ไม่กลับเร็วขนาดนี้ ร้านปิดถึงจะกลับ เวก้าเห็นไวท์กำลังจะลุก เลยพูดขึ้น “มึงจะรีบกลับไปไหน” “ไปหาเมีย” ไวท์ตอบเสียงเรียบ คำตอบนั้นทำให้เวก้ากับนทีชะงัก “มึงมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ กูกับไอ้ทียังไม่รู้เลย” เวก้าพูด นทีพยักหน้าตาม “อย่าลืมเตรียมเงินมารับขวัญหลาน”พูดจบไวท์ก็เดินออกไปทันที เวก้าตะโกนตาม “หลานอะไรของมึงวะ กลับมาพูดให้จบก่อน!” แต่คนที่เดินออกไปไม่หันกลับมา ทำให้เวก้ากับนทีนั่งงงกันไปเลยทีเดียว บ้านตระกูลศิริวุธ ห้าทุ่มกว่า บ้านทั้งหลังเงียบสนิท มีเพียงเสียงรองเท้าหนังของไวท์กระทบพื้นหินอ่อนเบา ๆ ก่อนเขาจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของตัวเอง ประตูถูกเปิดออกช้า ๆ บนเตียง เมลนอนหันหลังให้ ผ้าห่มเลื่อนลงมากองอยู่ที่ขา ไวท์เดินเข้าไปใกล้แล้วดึงผ้าห่มขึ้นห่มให้เธออย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วเผลอแตะแขนเนียนโดยไม่ตั้งใจ เมลสะลึมสะลือลืมตา เสียงงัวเงียหลุดออกมา “คุณกลับมาแล้วหรอ…” ยังไม่ทันได้ฟังคำตอบ ริมฝีปากของไวท์ก็ทาบลงมา จูบหนักแน่นจนเมลตาโต หัวใจเต้นแรง เขาผละออกเล็กน้อย ดวงตาคมมองเธอใกล้ ๆ “บอกว่าให้เรียกว่ายังไง” เมลหน้าแดง รีบแก้คำ “คุ…พี่ ดื่มเหล้ามาหรอ” “อืม” เขาตอบสั้น ๆ เสียงทุ้มต่ำ แต่แววตากลับร้อนแรงกว่าปกติ กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ผสมกับลมหายใจอุ่น ๆ ทำให้เมลรู้สึกวูบวาบ “คุณไม่ไปอาบน้ำหรอ…” เธอเผลอเรียกผิดอีก ทันใดนั้นไวท์ก็ก้มลงจูบซ้ำ คราวนี้ลึกกว่าเดิม เสียงลมหายใจของทั้งคู่เริ่มถี่ เสียงจูบดังแผ่ว ๆ ในห้องเงียบ เขาผละออกก่อนจะขยับขึ้นคร่อมเมล แขนแกร่งค้ำอยู่ข้างตัวเธอ ร่างสูงบดเบียดจนเมลรับรู้ถึงความต้องการของเขาชัดเจน เขาก้มลงกระซิบข้างหู “ค่อยไปอาบ ทำโทษเด็กดื้อก่อน” เสียงกระซิบทุ้มต่ำทำให้เมลตัวสั่น ไวท์เริ่มจูบอีกครั้ง ไล้จากริมฝีปากลงมาที่ซอกคอ เสียงครางเบา ๆ หลุดจากลำคอเมลโดยไม่ตั้งใจ “อื้มมม..” “หมอบอกว่าห้ามมี…” เธอพูดสะดุด “ผมก็เป็นหมอ” เขาตอบทันที ก่อนจะก้มซิบใกล้ ๆ “เดี๋ยวผมจะทำเบา ๆ” คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้หัวใจเธอเต้นช้าลงเลยแม้แต่นิดเดียว ไวท์ก้มลงจูบเมลอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่จูบสั้น ๆ แต่เป็นจูบที่หนักแน่นและลึกขึ้น กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้หัวใจเมลเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา เสียงลมหายใจของทั้งคู่เริ่มถี่ขึ้น “พี่ไวท์…” เมลเรียกเสียงสั่น มือเล็กวางอยู่บนอกเขาเหมือนจะผลัก แต่แรงกลับเบาจนแทบไม่ต่างจากการลูบไล้ ไวท์ยิ้มมุมปาก ดวงตาคมพราวระยับก่อนจะก้มลงจูบซ้ำ ไล่จากริมฝีปากลงมาตามแนวกรามจนถึงซอกคอ เสียงครางเบา ๆ หลุดจากลำคอเมลอย่างห้ามไม่อยู่ “ อื้มม..อ้า” ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขาแตะผ่านเอวบางใต้ผ้าห่ม เตียงนุ่มยวบตามแรงขยับ จังหวะการเคลื่อนไหวค่อย ๆ เปลี่ยนจากหยอกล้อเป็นเร่าร้อน เสียงผ้าสีขาวเสียดสีกับผิวกายดังแผ่ว ๆ ในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงหายใจหนัก ๆ “บอกแล้วว่าจะทำเบา ๆ …” ไวท์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำทำเอาเมลตัวสั่น เมลกำผ้าปูที่นอนแน่น ดวงตาปิดสนิทเมื่อความรู้สึกค่อย ๆ ท่วมท้น ร่างทั้งสองแนบชิดกันมากขึ้น อุณหภูมิในห้องเหมือนสูงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหัวใจเต้นประสานกันราวกับจังหวะเดียว ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยทั้งความหลงใหลและความอ่อนโยน ไวท์ไม่รีบร้อน เขาคอยมองสีหน้าของเมลทุกครั้งที่เธอขยับหรือส่งเสียงแผ่ว ๆ ออกมา ราวกับจะยืนยันว่าเธอโอเคจริง ๆ ไม่นานนัก ทุกอย่างก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ยังไม่กลับสู่จังหวะปกติ ไวท์ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ จูบหน้าผากเมลเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ เสียงน้ำไหลดังขึ้นครู่หนึ่ง ขณะที่เมลนอนนิ่ง หน้าแดงจัด หัวใจยังเต้นแรงไม่หาย เมื่อไวท์กลับออกมา เขาสวมเพียงกางเกงนอนแล้วทิ้งตัวลงข้าง ๆ ดึงเมลเข้ามากอดแนบอกอย่างเป็นธรรมชาติ เมลซบหน้าลงกับอกเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นช้าลงแล้วรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด “ไปอาบน้ำก่อน…” เมลพึมพำเสียงเบาอย่างเขิน ๆ ไวท์ยิ้มอ่อนๆ “เดี๋ยวรอ” แต่สุดท้ายเมลก็ลุกไปชำระล้างกายบ้าง พอกลับมา เธอสวมชุดนอนตัวหลวมแล้วค่อย ๆ ล้มตัวลงข้างเขา คราวนี้ไวท์เป็นฝ่ายขยับเข้ามาเอง แขนแกร่งโอบรอบเอวบาง ดึงเธอเข้ามาแนบอก เมลหน้าแดงแต่ก็ไม่ปฏิเสธ มือเล็กวางบนอกเขาเหมือนเดิม เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านม่าน ไวท์ตื่นก่อนเล็กน้อย เขาพบว่าเมลยังหลับอยู่ในอ้อมแขนเขา แก้มใสแนบกับอกเขาอย่างไร้เดียงสา เขายกมือขึ้นเกลี่ยผมที่ตกลงมาปิดหน้าเธอเบา ๆ แล้วเผลอยิ้มออกมา เมลขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ พอเห็นว่าตัวเองยังอยู่ในอ้อมกอดเขา ก็หน้าแดงทันที “มองอะไร…” เสียงเธอเบาและสีหน้าเขินอาย ไวท์ยิ้มบาง ๆ แล้วก้มลงจูบปลายจมูกเธอเบา ๆ “มองภรรยาพี่ไง” เมลรีบซุกหน้าเข้ากับอกเขาเพราะความเขินเป็นครั้งแรกที่เขาเรียกว่า”ภรรยา“ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของไวท์ดังเบา ๆ ในห้อง ก่อนที่เขาจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิด ราวกับไม่อยากปล่อยเธอไปไหนเลย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD