หลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นจนมาถึงเวลาปัจจุบัน เมื่อเดือนที่แล้วเกิดเรื่องกับฉันเต็มไปหมด จนกระทั่งมาวันนี้…ฉันพบว่าฉันตั้งครรภ์ ทุกอย่างรอบตัวเหมือนถูกหยุดเอาไว้ ความตกใจกับเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวฉันเองมันถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนตั้งตัวไม่ทัน
มันเริ่มจาก…
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉันได้ไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งระแวกใกล้เคียงมหาวิทยาลัย เพราะรู้สึกเวียนหัวบ่อยๆ ตอนแรกฉันคิดว่าคงเป็นเพราะอากาศร้อนเกินไปรึเปล่า เพราะมันสิ้นเดือนเมษาแล้ว แดดแรงมาก แต่ปรากฏว่ามันไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดเลย
“ยินดีด้วยนะคะ”
เสียงของแพทย์หมอหญิงเอ่ยปากพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆ
“ยินดีอะไรคะหมอ” ฉันถามออกไปด้วยสีหน้างงๆ
“คุณตั้งครรภ์ได้ 3 สัปดาห์แล้วค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้ฉันช็อกไปเลย ใจเหมือนหล่นวูบลงไปข้างล่าง ความตกใจแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก แพทย์หมอหญิงเลยเอ่ยถามฉันอีกครั้ง
“จะฝากครรภ์ไว้เลยไหมคะ”
พอฉันได้ยินแบบนั้นยิ่งไม่รู้ว่าตอนนี้ควรทำอย่างไรดี ฉันรู้สึกเศร้า ผิดหวัง และสับสนบอกไม่ถูก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วเกินไป ฉันได้แต่ตอบหมอออกไปเสียงเบา“เดี๋ยวขอเอากลับไปคิดก่อนนะคะ”
หมอทำหน้างงๆ เล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมา
“งั้นรีบคิดหน่อยนะคะ”
ฉันเดินออกมาจากห้องตรวจ ขาทั้งสองข้างแทบไม่มีแรง เสียงเพื่อนสาวของฉันที่มาโรงพยาบาลด้วยกันดังขึ้น
“เมล เป็นยังไงบ้าง” ไอริสถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
ยังไม่ทันที่เมลจะได้ตอบคำถาม มินตราก็ถามขึ้นมาก่อน“หมอบอกว่าแกเป็นอะไร สีหน้าแกดูไม่ค่อยดีเลยนะ”
“มานั่งก่อน” ไอริสเอ่ยบอก
พอเมลนั่งลง เมลก็เอ่ยปากบอกเพื่อนไปอย่างนิ่งๆ น้ำเสียงเศร้า“หมอบอกว่า…ฉันท้อง”
เพื่อนสาวทั้งสองที่ได้ยินก็ร้อง “ห๊ะ!” เสียงดังพร้อมกันจนคนแถวนั้นหันมาตามเสียง
เมลเลยดึงสติกลับมาแล้วกระซิบบอก
“เบาๆ หน่อยสิ อยากให้คนรู้กันทั้งโรงพยาบาลหรือไงว่าฉันท้อง”
คำว่า “ท้อง” ยังแผ่วเบาในลำคอ
มินตราพูดขึ้นทันที
“แกก็กินยาทันอยู่ ทำไมถึงพลาดได้ล่ะ”
ไอริสพยักหน้าเห็นด้วย
เมลตอบเสียงสั่น “จะว่าทันก็ทันแหละมั้ง แต่ฉันลืมกินเม็ดที่สองไปชั่วโมงกว่า ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะพลาด”
ไอริสกับมินตราลูบหลังปลอบ
“ไม่เป็นไรนะแก มันพลาดไปแล้ว”
“ทุกคนมันก็ต้องมีสิ่งที่เคยทำพลาดกันบ้างแหละ”
เสียงสะอื้นของเมลดังขึ้น เทอไม่รู้ควรทำยังไงต่อไป
“แล้วแกจะทำยังไงทีนี้ แกจะบอกพ่อของเด็กในท้องแกไหม” ไอริสถามพร้อมลูบหลัง
“ฉันไม่รู้เลย ตอนนี้ฉันควรทำยังไง แม่รู้ แม่คงเสียใจและผิดหวังในตัวฉันมากแน่ๆ” เมลพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น
ไอริสพูดปลอบ “ฉันว่าแม่แกอาจจะเข้าใจก็ได้นะ”
มินตราพูดต่อ “แต่แกควรบอกพ่อของเด็กด้วยนะ ฉันว่าเขาควรรับรู้”
เมลร้องไห้หนักกว่าเดิม
“ถ้าฉันบอกเขา เขาจะรับเด็กคนนี้หรอ เขาเกลียดฉันขนาดนั้น”
“ไม่เป็นไรนะแก เดี๋ยวเรากลับบ้านไปคุยกับแม่แกก่อน เผื่อทุกอย่างมันจะดีขึ้น” ไอริสบอก
“มันจะดีขึ้นจริงๆ ใช่ไหม” เมลถามเสียงเบา
ทั้งสองคนพยักหน้าให้กำลังใจ ก่อนที่ทั้งสามจะลุกขึ้นเดินออกจากโรงพยาบาลไปแต่หารู้ไม่ว่า มีใครบางคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเวก้าเดินผ่านมาเห็นทั้งสามคนนั่งอยู่หน้าห้องตรวจพอดี เขาหยุดดูสักพัก
“นั่นมันเด็กคนนั้นนี่” เวก้าพูดกับตัวเอง “มาทำอะไรที่โรงพยาบาล”
พอได้ยินคำว่าท้อง เขาถึงกับตกใจ
“ทะ ท้องหรอ”
หลังจากทั้งสามคนเดินออกไป เวก้าก็หันหลังกลับไปที่ห้องทำงานของเพื่อนตัวเอง
“จะขยันไปถึงไหนล่ะคุณ CEO”
ไวท์ยกคิ้วขึ้น “อะไรของมึง กินยาผิดมาหรอ”
เวก้าทำหน้ากวนๆ “ก็แค่มีข่าวจะมาเล่าให้ฟัง เผื่อคนแถวนี้อยากฟัง”
“ข่าวบ้าข่าวบออะไร ไร้สาระ” ไวท์ตอบเสียงเรียบ
“พูดแบบนี้แปลว่าไม่อยากฟัง งั้นกูไปละ แต่เหมือนเห็นเด็กคนนั้นนะ”
ไวท์เงยหน้าทันที “ไหน เรื่องอะไร พูดมา”
เวก้ายิ้ม “กูเห็นน้องผู้หญิงคนนั้นที่เราเจอสองรอบมาที่โรงพยาบาล แล้วกูก็ยืนฟัง…เด็กคนนั้นท้อง”
คำว่าท้องทำให้ไวท์นิ่งไป
จากนั้นเขารีบไปดูข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และขอดูข้อมูลคนไข้
“นางสาว เมล วิชาภา อายุ 19 ปี อาศัยอยู่กับแม่และน้อง”
ไวท์นึกถึงคำพูดของเธอ“ฉันไม่ได้ขายตัวแลกเงิน”
ขณะที่ไวท์กำลังจะกดเบอร์โทรหาเมล โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาก่อน
กริ๊งงง… กริ๊งงง!
สายที่โทรเข้ามาคือแม่ของเขาเอง คุณรตี
ไวท์ : ฮัลโหลครับแม่
แม่รตี : หายหน้าหายตาไปเลยนะ
ไวท์ : ไม่ได้หายไปไหนเลยนะครับ ช่วงนี้ผมงานเยอะ
แม่รตี : วันนี้แกต้องไปดูตัวนะ แม่บอกเขาไว้แล้ว
ไวท์ : ผมบอกแม่แล้วไงว่าไม่ต้องหาคู่ดูตัวให้ผม เลิกหาคู่ดูตัวให้ผมสักทีเถอะครับ
แม่รตี : เลิกไม่ได้ ถ้าแกยังไม่หาลูกสะใภ้มาให้แม่สักที แล้วเมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลาน
ไวท์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบกลับไปเสียงเรียบ
ไวท์ : ผมไม่ไป แล้วแม่ก็เลิกจับคู่ให้ผมได้แล้ว ผมมีทายาทให้แม่แล้วนะ ถ้าแม่ไม่อยากให้ลูกสะใภ้แม่เข้าใจผิดก็แล้วแต่แม่เลย
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง
แม่รตี : นี่แกพูดจริงใช่ไหม พามาให้แม่รู้จักสิ แกทำเขาท้องแล้วเหรอ งั้นแกยิ่งต้องรีบพามาหาแม่
ยังไม่ทันที่ไวท์จะได้อธิบายอะไรต่อ คุณรตีก็กดวางสายไปทันที
เสียงสายตัดดัง ตู๊ด… ตู๊ด…
ไวท์มองโทรศัพท์ในมือ ถอนหายใจยาว ความคิดหลายอย่างแล่นเข้ามาในหัว ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นหยิบกุญแจรถ แล้วเดินออกจากห้องทำงานทันที
ด้านของเมล หลังจากกลับบ้านมาเธอก็มานั่งที่หน้าโทรทัศน์กับเพื่อนของเธออีกสอง ไอริสกับมินตรากลัวเมลกังวลจึงมาอยู่กับเมลด้วยตอนเมลบอกแม่ปลา แม่ปลาหลังจากเก็บของเสร็จก็เดินมานั่งกับแล้วเมลก็เอ่ยปากบอกแม่ปลาทันที
“แม่ เมลขอโทษ เมลเป็นลูกที่ไม่ดี เมลทำให้แม่ต้องปิดหวังในตัวเมล เมลท้องจ๊ะแม่”
แม่ปลาตกใจแต่ก็พยายามไม่ทำให้ลูกสาวตกใจตามไปกว่านี้แต่ก็ลูบหัวลูกสาวด้วยความสงสาร
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ เรื่องมันเป็นมายังไงไหนเมลลองเล่าให้แม่ฟังหน่อยสิ”แม่ปลาพูดพร้อมลูบหัวเมลไปด้วย
เมลได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังจนหมด แม่ปลาได้ฟังเรื่องที่ลูกสาวของตัวเองต้องเจอมาถึงกับน้ำตาจะไหลแต่ต้องกลั้นเอาไว้เดียวลูกสาวของของเขาจะร้องไห้กว่าเดิม
แม่ปลาเลยเอ่ยปากพูด“พ่อของเด็กรู้ไหม ว่าเมลท้อง
เมลได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ “เมลไม่รู้เลยจ๊ะแม่ว่าเขาเป็นใคร ชื่ออะไร เมลขอโทษนะแม่” เมลพูดไปสะอื้นไปด้วย
“เมลอยากเก็บเด็กคนนี้ไว้ไหมลูก” แม่ปลาพูดขึ้นกับเมลน้ำเสียงอ่อนโยน
เมลคิดอยู่แปปหนึ่งเทอก็ พยักหน้าเบาๆ
“เมลอยากเก็บเด็กคนนี้ไว้”แล้วเมลก็มองหน้าแม่เธอกลัวว่าแม่จะไม่เห็นด้วยแต่..
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร หลานแม่คนเดียวทำไมแม่จะเลี้ยงไม่ได้”แม่ปลาพูดปลอบใจเมลพร้อมกับดึงเมลเข้ามากอด
เมลร้องไห้หนักกว่าเดิม แม่ปลาปลอบไม่ให้ร้อง เดี๋ยวกระทบเด็กในครรภ์ “ไม่ร้องแล้วนะเดียวกระทบต่อลูกในท้อง”เมลผละออกแล้วพยายามหยุดร้องไห้แล้วยิ้มให้แม่
หลังจากเคลียร์เรื่องทั้งหมดเสร็จเมลก็เดินมาส่งไอริสกับมินตราหน้าร้าน “ขอบคุณพวกแกสองคนด้วยนะ ไม่มีพวกแกฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว”เมลบอกเพื่อนทั้งสองแล้วยิ้มให้จากนั้นรถที่เรียกก็มารับเพื่อนของเธอทั้งสองพอดี พอส่งเพื่อนทั้งสองเสร็จเมลก็ขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็เดินลงมานั่งข้างล่าง
เวลา 20:00 น.
เมลนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ ก็ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าร้าน เธอเดินออกไปคิดว่าเป็นลูกค้า จะได้บอกว่าร้านปิดแล้ว แต่พอประตูรถเปิดออก สีหน้าเธอก็เปลี่ยนทันที
“เขามาที่นี่ได้ยังไง…”!!