ตอนที่ 17: ห้องลับของท่านประธาน

1301 Words
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมใหญ่ทันทีที่พนักงานคนสุดท้ายก้าวพ้นขอบประตู ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา ลัลลลิน นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม มือบางยังคงกำแฟลชไดรฟ์แน่นจนชื้นเหงื่อ ความกดดันจากเมื่อครู่ยังไม่จางหายไปเสียทีเดียว แม้การพรีเซนต์จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่สายตาอาฆาตของพะแพงยังคงติดตาเธออยู่ ติณภพ เดินกลับเข้ามาในห้องประชุมด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมและสง่างามสมกับเป็นมือขวาของท่านประธาน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลัลลลินก่อนจะกล่าวเสียงเรียบที่ดังชัดเจนพอให้พนักงานคนอื่นที่ยังเก็บของอยู่รวมถึงพะแพงและอลิสราได้ยินกันอย่างทั่วถึง "ท่านประธานเรียกพบเรื่อง 'การทำงานที่ไม่มีคุณภาพ' จนปล่อยให้ไฟล์งานสำคัญหายครับคุณลัลลลิน" "เชิญที่ห้องทำงานใหญ่ด่วนครับ" ลัลลลินชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เธอเงยหน้ามองเลขาหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจและสับสน "เรื่องงานไม่มีคุณภาพเหรอคะคุณติณ แต่เมื่อกี้ในห้องประชุม..." เธอถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย พลางเหลือบมองอลิสราที่ยืนยิ้มเยาะสะใจอยู่ไม่ไกล "ท่านประธานต้องการสอบสวนเรื่องความหละหลวมด้วยตัวเองครับ" ติณภพตอบกลับอย่างไหลลื่นและคงมาดดุเอาไว้ "เชิญครับ อย่าให้ท่านประธานต้องรอนานกว่านี้" ลัลลลินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกขวัญที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินตามแผ่นหลังกว้างของเลขาหนุ่มไปท่ามกลางสายตาเย้ยหยันจากเพื่อนร่วมงานที่มองมาราวกับเธอเป็นคนทำให้งานหายไปจริง ๆ [หน้าห้องประชุม – บรรยากาศหลังการประกาศของติณภพ] เมื่อแผ่นหลังของลัลลลินเดินห่างออกไปตามการนำของติณภพ เสียงซุบซิบที่เคยเบาบางก็ปะทุขึ้นทันที พะแพงและอลิสราหันมาสบตากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผู้ชนะ รอยยิ้มเยาะปรากฏชัดบนใบหน้าของทั้งคู่ราวกับกำลังเฉลิมฉลองล่วงหน้าให้กับจุดจบของพนักงานใหม่ "ได้ยินชัดไหมอลิสรา ทำงานไม่มีคุณภาพ คำนี้ออกมาจากปากคนสนิทท่านประธานเองเลยนะ" พะแพงเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะพลางยกมือขึ้นกอดอก "ฉันบอกแล้วว่าคนอย่างคุณวินเกลียดความสะเพร่าที่สุด" "ยิ่งมาทำให้ภาพลักษณ์แผนกเราดูแย่ในห้องประชุมแบบนี้ มีหวังโดนไล่ออกตั้งแต่วันนี้แน่ ๆ" "นั่นสิคะคุณพะแพง ดูหน้ายัยลัลลลินสิคะ ซีดจนจะเป็นกระดาษอยู่แล้ว" อลิสราหัวเราะคิกคักพลางจีบปากจีบคอพูด "คงนึกว่าพรีเซนต์งานสวย ๆ แล้วจะรอด ที่ไหนได้..." "ท่านประธานเขาเรียกไปเช็กบิลย้อนหลังเรื่องทำไฟล์หายต่างหาก" "สะใจจริง ๆ ค่ะ คราวนี้ต่อให้มีเส้นใหญ่มาจากไหนก็ช่วยไม่ได้หรอกค่ะ เพราะหลักฐานความห่วยมันคาตา" "ไปเถอะ เราไปเตรียมรอฟังข่าวดีเรื่องการปลดพนักงานฝึกงานกันดีกว่า" พะแพงสะบัดหน้าอย่างลำพองใจ ก่อนจะเดินนำอลิสราออกไปจากหน้าห้องประชุม ทิ้งให้ความกดดันยังคงหลงเหลืออยู่รอบตัว ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง หนูนิด ยืนกำมือแน่นด้วยความเป็นกังวล ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดขณะมองตามทิศทางที่ลัลลลินเดินไป "ลัน... จะเป็นอะไรไหมนะ" หนูนิดพึมพำกับตัวเองด้วยความเป็นห่วงเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งรู้จักกัน "ท่านประธานดุขนาดนั้น แถมยังโดนเรียกไปสอบสวนเรื่องงานไม่มีคุณภาพอีก... โถ่ลัน นิดขอให้เธอรอดกลับมานะ" หนูนิดถอนหายใจยาวพลางก้มมองกองเอกสารในมือ ใจหนึ่งอยากจะตามไปช่วยอธิบายแต่สถานะของเธอก็ทำได้เพียงแค่ภาวนาอยู่ห่าง ๆ ขออย่าให้พายุอารมณ์ของท่านประธานพัดพาอนาคตของลัลลลินหายไปในวันนี้เลย [ภายในห้องทำงานประธานบริษัท] ทันทีที่ประตูห้องทำงานของท่านประธานปิดสนิทลง ลัลลลิน ยังไม่ทันได้เดินเข้ามาหาเจ้าของห้อง ภวินทร์ที่ยืนกอดอกหันหลังดูวิวกรุงเทพฯ ผ่านกระจกใสบานยักษ์ก็หมุนตัวกลับมาทันทีเพียงแค่ได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย เขาก้าวสั้น ๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวหญิงสาว ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวแล้วกอดไว้เต็มรัก "พี่วิน ปล่อยค่ะ... เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" ลัลลลินอุทานเสียงเบาพยายามขยับตัวประท้วง มือบางดันแผงอกแกร่งภายใต้สูทราคาแพงไว้พัลวัน แต่แรงอันน้อยนิดมีหรือจะสู้แรงแขนที่กอดรัดด้วยความคิดถึงอย่างสุดหัวใจ "ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกครับ ติณอยู่ข้างนอกทั้งคน" ภวินทร์ไม่ฟังคำทัดทาน เขาโน้มใบหน้าลงคลอเคลียซอกคอเบา ๆ ราวกับต้องการเติมกำลังใจให้กัลบภรรยาที่เขาไม่ได้สัมผัสมาตลอดทั้งเช้า "รู้ไหมว่าพี่ใจจะขาดตอนเห็นลันนั่งหน้ามุ่ยอยู่ท้ายห้องประชุมน่ะ" "อยากจะเดินไปอุ้มกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยจริง ๆ" "พี่วินอย่าทำแบบนี้สิคะ ที่นี่ออฟฟิศนะ" แม้จะปากเก่ง แต่ใบหน้าหวานกลับแดงซ่าน ลัลลลินรู้สึกถึงความร้อนจากอ้อมกอดที่ส่งผ่านเข้ามาถึงหัวใจ "ออฟฟิศแล้วยังไง ลันเป็นเมียพี่นะ พี่กอดเมียตัวเองผิดตรงไหนครับ" ภวินทร์ผละใบหน้าออกมาสบตาคนตัวเล็ก แววตาคมกริบที่เคยเย็นชาในห้องประชุม บัดนี้กลับฉายแววหวานเชื่อมและเต็มไปด้วยความห่วงใย "ดูซิ... หน้าซีดไปหมดแล้ว" "เมื่อคืนลันนอนไม่หลับใช่ไหม" "ลันกังวลเรื่องงานวันนี้" "บอกแล้วไงว่าให้เรียกพี่" "ลันไม่อยากกวนพี่วินนี่คะ ลันอยากลองทำเองดูบ้าง" ลัลลลินตอบเสียงแผ่ว พลางหลบสายตาอ้อนวอนของสามี "แล้วผลเป็นไงล่ะ โดนรังแกจนหน้ายุ่งขนาดนี้" ภวินทร์ประคองใบหน้าหวานขึ้นมา มือหนาลูบไล้พวงแก้มแผ่วเบา "พี่เห็นลันโดนคนอื่นว่า พี่แทบจะข่มอารมณ์ไม่ไหว" "อยากจะบอกทุกคนให้รู้ไปเลยว่าลันเป็นใคร จะได้ไม่มีใครกล้ามาแตะต้องลันอีก" "ไม่ได้นะคะ พี่วิน" ลัลลลินรีบห้าม "พี่วินสัญญาไว้แล้วไงคะ ว่าจะให้ลันใช้ความสามารถของตัวเอง" "ลันไม่อยากให้คนมองว่าเป็นแค่เมียประธานที่ไม่มีดีอะไรเลย" ภวินทร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากมนเนิ่นนาน ราวกับจะซึมซับความเหนื่อยล้าของเธอมาไว้ที่ตัวเอง "ดื้อจริง ๆ ... แต่ก็เพราะดื้อแบบนี้แหละ พี่ถึงไปไหนไม่รอด" ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและภวินทร์กำลังจะโน้มใบหน้าลงเพื่อมอบจูบที่โหยหามาตลอดทั้งวัน เสียงสัญญาณอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานดังขึ้น พร้อมกับเสียงกระแอมไออย่างจงใจของติณภพที่ดังผ่านลำโพง... "แคก ๆ ... ท่านประธานครับ ม่านกระจกฝั่งด้านหลังยังไม่ได้ปิดลงนะครับ..." "พนักงานฝ่ายขาย ฝั่งตึกโน้นอาจจะมองเห็นได้นะครับ" เสียงของติณภพดังลอดเข้ามาอย่างรู้จังหวะ "ขอบใจมากติณ... ไว้ฉันจะเพิ่มโบนัสให้ฐานะที่ตาไว" ภวินทร์ตะโกนบอกเลขาที่อยู่ด้านนอก ลัลลลินสะดุ้งสุดตัวรีบดีดตัวออกจากอ้อมกอดทันที ภวินทร์สบถเบา ๆ อย่างนึกขัดใจก่อนจะรีบกดรีโมตปิดม่านไฟฟ้าจนแสงภายนอกถูกตัดขาด เหลือเพียงความสลัวและบรรยากาศที่แสนเย้ายวนระหว่างเขากับเมียรักเพียงสองคนเท่านั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD