[ภายในห้องทำงานประธานบริษัท – 15:30 น.]
ความเงียบสงบภายในห้องทำงานกว้างขวางถูกทำลายลงด้วยเสียงขยับดินสอดิจิทัลสลับกับเสียงคลิกเมาส์เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลัลลลินนั่งสมาธิจดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตเครื่องของภวินทร์จัดเตรียมไว้ให้บนโต๊ะทำงานเสริมตัวเล็กที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะของเขา
เธอกำลังรังสรรค์รายละเอียดสุดท้ายลงในโปรเจกต์ "The Radiance of Summer" ซึ่งเป็นคอลเลกชันที่เธอตั้งใจมากที่สุด แม้โครงร่างเดิมจะสวยงามอยู่แล้ว แต่ลัลลลินกลับเลือกที่จะปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเพิ่มมิติให้งานดูมีชีวิตชีวาขึ้น
"เสร็จแล้วค่ะพี่วิน ลันทำเสร็จแล้ว"
เสียงตะโกนที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาคนที่กำลังเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมของภรรยาถึงกับสะดุ้งสุดตัว แรงสะดุ้งทำให้เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ไถลถอยหลังไปกระแทกกับผนังด้านหลังเสียงดัง
ภวินทร์ที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความฝันอันแสนหวานถึงกับเสียหลักพนักพิงเก้าอี้ที่ปลดล็อกไว้จนเกือบหงายหลัง เขาต้องรีบคว้าขอบโต๊ะไว้พัลวันเพื่อพยุงตัวให้ทันท่วงที ท่าทางมาดเข้มที่รักษามาตลอดเกือบหลุดลอยไปในพริบตา
"ลัน... พี่ตกใจหมดเลยครับ"
ภวินทร์พยายามปรับเสียงให้กลับมานิ่งเหมือนเดิมพลางลูบอกตัวเองเบา ๆ แต่แววตากลับฉายความเอ็นดูเมื่อเห็นอาการดีใจจนเนื้อเต้นของคนตรงหน้า
"ขอโทษค่ะลันลืมตัวไปหน่อย" ลัลลลินรีบวิ่งอ้อมโต๊ะมาหาเขาด้วยความตื่นเต้น
"แต่อันนี้เป็นแบบที่สมบูรณ์ที่สุด... ชุดที่ลันอยากตัดให้เจ้าหญิงใส่จริง ๆ"
ผลงานเซตนี้ประกอบด้วย สร้อยคอ ต่างหู ข้อมือ และแหวน ที่ดูหรูหราสง่างาม ลัลลลินเลือกใช้จุดเด่นของอัญมณีสีอุ่นอย่าง บุษราคัม สีเหลืองทองอร่าม มาจับคู่กับ พิงค์ทัวร์มาลีน สีชมพูหวานฉ่ำ แล้วประดับลงบนตัวเรือน ทองคำขาว และไข่มุกเม็ดเล็ก ๆ ที่ไม่ใหญ่มากตรงกลางสร้อยคอ
การจัดวางสีสันถูกออกแบบมาอย่างมีชั้นเชิง...อัญมณีสีอุ่นเปรียบเสมือนแสงอาทิตย์ยามฤดูร้อนที่กำลังสาดแสงอย่างมีพลัง แต่เมื่อถูกโอบล้อมด้วยทองคำขาวที่ดูเย็นตา กลับทำให้รู้สึกเหมือน 'แสงอาทิตย์ที่กำลังกระทบผิวน้ำ' มันดูแพง เรียบหรู และเยือกเย็นในเวลาเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ
"พี่วินคะ... มาดูนี่สิคะ" ลัลลลินเรียกสามีเสียงใส
ภวินทร์ที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นทันที เขาละทิ้งงานทุกอย่างแล้วก้าวมาหยุดอยู่ข้างหลังเธอ วางมือหนาลงบนไหล่บางพลางก้มลงพิจารณาผลงานบนหน้าจอ
"สวยมาก... สวยกว่าร่างแรกที่พี่เห็นเสียอีก" ภวินทร์อุทานด้วยความทึ่ง
"โดยเฉพาะการจับคู่สี มันดูมีพลังแต่ก็ดูสงบอย่างบอกไม่ถูก"
"ลันตั้งใจใส่ความรู้สึกของคนออกแบบลงไปด้วยค่ะ" ลัลลลินเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของเธอส่องประกาย
"ความรักที่ลันใส่ลงไปในงานชิ้นนี้ คือความอบอุ่นที่ลันได้รับจากพี่วิน..."
คนฟังเลิกคิ้วขึ้นพลางหัวเราะร่วน
"พี่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ลันขนาดนี้เลยหรือ"
"พี่วินเหมือนแสงแดดที่มีตัวเรือนทองคำขาวคอยโอบอุ้มเอาไว้"
"ไม่ให้มันร้อนแรงจนเกินไป แต่ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย" วินหลุดขำออกมาเบา ๆ กับการเปรียบเทียบนั้น เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะคนตัวเล็กด้วยความเอ็นดู
"สรุปว่าพี่กลายเป็นเครื่องประดับไปเสียแล้วหรือเนี่ย แต่ถ้าเป็นทองคำขาวที่ทำให้ลันรู้สึกปลอดภัย พี่ก็ยอมเป็นให้ได้ทั้งชีวิตนั่นแหละ"
ภวินทร์หัวใจพองโตกับคำสารภาพผ่านผลงานของภรรยา เขาโน้มตัวลงจูบที่ขมับของเธอเบา ๆ
"ขอบคุณนะลันที่เลือกใช้ความรักของเรามาสร้างสรรค์สิ่งที่สวยงามขนาดนี้"
"งานชิ้นนี้... คือสุดท้ายที่สมบูรณ์ที่สุดค่ะ พี่วินสั่งผลิตได้เลยนะคะ"
"ได้ครับ" ภวินทร์กดโทรศัพท์สายในทันที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดขาดและมีอำนาจ
"ติณ... เข้ามาในห้องผมหน่อย"
ติณภพก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและปิดประตูลงอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อรอรับคำสั่งสำคัญ "มีงานด่วนให้ผมจัดการใช่ไหมครับท่านประธาน
"นำไฟล์งาน 'ชุดจริง' ของคุณลัลลลินไปส่งฝ่ายผลิตโดยตรง สั่งให้ช่างฝีมืออันดับหนึ่งขึ้นงานตัวอย่างทันที และกำชับด้วยว่า... ห้ามให้ข้อมูลนี้รั่วไหลไปถึงแผนกออกแบบเด็ดขาด"
"รับทราบครับท่านประธาน" เสียงติณภพตอบรับอย่างรวดเร็ว
ลัลลลินมองตามแผ่นหลังของติณภพที่เดินถือไดรฟ์ข้อมูลออกไปจากห้องด้วยความรู้สึกตื่นเต้นผสมระคนสะใจเล็ก ๆ
"คราวนี้... นางซินจะไม่ได้แค่ไปงานเต้นรำนะคะพี่วิน" ลัลลลินเอ่ยกลั้วหัวเราะ
"แต่ลันจะเอาคืนให้แสบถึงทรวงเลยล่ะค่ะ" ภวินทร์หัวเราะในลำคอพลางดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด
"พี่จะรอชมวันนั้นครับ... เจ้าหญิงของพี่"
ความเงียบก็กลับเข้ามาปกคลุมห้องทำงานกว้างขวางอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เคร่งเครียดเหมือนตอนปั่นงาน มันกลับเป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยมวลความรักที่เพิ่งสารภาพผ่าน "เครื่องประดับ" ไปเมื่อครู่
ภวินทร์ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู อีกเกือบสองชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเลิกงานปกติ แต่ใจของเขานั้นลอยกลับไปถึงบ้านตั้งแต่วินาทีที่เห็นรอยยิ้มของลัลลลินแล้ว
"ลันครับ... พี่ว่าเรากลับกันเลยไหม" ภวินทร์เอ่ยถามเสียงนุ่มพลางกระชับอ้อมกอด ลัลลลินชะงักไปเล็กน้อย
"จะดีเหรอคะพี่วิน นี่เพิ่งบ่ายสามโมงครึ่งเองนะคะ ถ้าท่านประธานเดินออกไปตอนนี้พร้อมลัน มีหวังโดนจับผิดแน่ ๆ โดยเฉพาะ... 'คุณพะแพง' รายนั้นน่ะหูไวตาไวจะตายไปค่ะ"
ลัลลลินเอ่ยถึง พะแพง ผู้จัดการสาวฝ่ายออกแบบที่ตั้งตัวเป็นคนโปรดของท่านประธานมาตลอด และมักจะหาเรื่องค่อนแคะลัลลลินทุกครั้งที่มีโอกาส หากเธอเห็นลัลลลินเดินออกจากห้องท่านประธานในเวลานี้ เรื่องนี้ต้องถึงหูแผนกออกแบบภายในห้านาทีแน่
"พี่ไม่อยากให้ลันต้องมานั่งอุดอู้อยู่ในห้องนี้นานกว่านี้แล้ว"
"พี่อยากพาเราไปฉลอง... ฉลองที่งานออกแบบสุดยอดขนาดนี้" ภวินทร์พูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
"พี่อยากอยู่กับลันสองคน ที่ไม่ใช่ในห้องทำงาน"
ลัลลลินหลุดขำกับท่าทางเหมือนเด็กอยากโดดเรียนของท่านประธานจอมเนี๊ยบ
"แต่พี่วินคะ สถานการณ์ตอนนี้มันเสี่ยงเกินไปค่ะ ลันยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าลันเป็นใคร ที่นี่"
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น เสียงเคาะประตูที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง ติณภพเดินกลับเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย
"ท่านประธานครับ... ผมส่งไปช่างขึ้นงานแล้วนะครับ" ติณภพเอ่ยเสียงเครียด
"แล้วนี่ท่านประธานจะไปไหนครับ"
"ผมอยากกลับบ้านแล้ว อยากให้ลันไปพักผ่อน"
"คุณพะแพงกับทีมออกแบบตอนนี้ กำลังประชุมลูกทีมห้องรับรองชั้นนี้ครับ"
"เห็นว่าให้ทีมแก้แบบร่างใหม่มาให้ท่านประธานเช็กงานใหม่ และดูเหมือนเธอจะตั้งใจรอ จนกว่าท่านประธานจะอนุญาตให้เข้าพบด้วยครับ"
ภวินทร์ถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ
"มาถูกจังหวะเสียจริงนะ"
"ถ้าท่านประธานเดินออกไปตอนนี้ หรือคุณลันเดินออกไป... ปะทะกันตรงหน้าห้องรับรองแน่นอนครับ" ติณภพวิเคราะห์สถานการณ์อย่างมืออาชีพ
"แล้วถ้าคุณพะแพงเห็นคุณลันในห้องนี้ แผนที่กำชับผมเมื่อกี้ว่าจะให้เป็นความลับ... พังแน่นอนครับ"
"แล้วทำยังไงดีคะพี่ติณ" ลัลลลินเริ่มลนลาน
"ลันไม่อยากให้แผนแตกตอนนี้"
ภวินทร์ขมวดคิ้ว เขาเดินวนไปมาในห้องอย่างใช้ความคิด ความอยากกลับบ้านไปอยู่กับเมียก็มีมาก ความปลอดภัยของแผนงานก็สำคัญ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นประตูห้องพักผ่อนส่วนตัวที่อยู่ด้านหลังโต๊ะทำงาน
"ติณ... รถผมเตรียมพร้อมหรือยัง" ภวินทร์ถามเสียงเรียบ
"จอดรออยู่ที่ชั้นใต้ดิน VIP ครับท่านประธาน ผมสั่งคนขับรถไปพักแล้ว ให้ผมตามให้ไหมครับ"
"แล้วท่านประธานกับคุณลันจะออกไปทางไหนครับ" ติณภพถามอย่างสงสัย
"ทางหนีไฟสำรองหลังห้องพักผ่อน" ภวินทร์ตอบ
"ทางนั้นเชื่อมต่อกับลิฟต์ขนของตัวเก่าที่ไม่ได้ใช้บ่อยนัก มันจะไปลงที่ชั้นจอดรถ VIP พอดี"
"แต่ทางนั้นไม่ค่อยมีคนใช้งาน แถมยังต้องเดินผ่านโซนเก็บของเก่าด้วย" ติณภพเตือน
"ฝุ่นแค่นั้นทำอะไรพี่วินของลันไม่ได้หรอกค่ะพี่ติณ" ลัลลลินพูดกลั้วหัวเราะ เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นที่จะหนีเที่ยวของสามี
"ถ้ามันจะทำให้ลันไม่ต้องไปปะทะกับยัยแม่มดตอนนี้ ลันยอมเดินลุยฝุ่นค่ะ"
"งั้นเริ่มแผนได้เลย ติณ...ฝากคุณออกจากห้องผม แล้วขยับรถ มาตรงทางหนีไฟสำรองให้ผมที"
"รับทราบครับท่านประธาน"
ติณภพพยักหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะเดินออกไปเผชิญหน้ากับ พะแพง ที่ยืนกอดอกรออยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ โดยมี อลิสรา ลูกน้องคนสนิทคอยยืนประกบและส่งสายตาจับผิดมาที่บานประตูห้องทำงานประธานอย่างไม่ลดละ"
ภายในห้องทำงาน ภวินทร์รีบคว้ากระเป๋าของลัลลลินมาถือไว้ให้ แล้วจูงมือเธอเข้าไปในห้องพักผ่อนส่วนตัว เขากดปุ่มลับหลังตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊คขนาดใหญ่ บานประตูลับที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียนก็เปิดออก
"ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าห้องทำงานพี่วินจะมีทางลับเหมือนในหนังเลย" ลัลลลินอุทานอย่างตื่นตาตื่นใจ
"พี่เอาไว้ใช้หนีพวกลูกค้าที่พูดไม่รู้เรื่องน่ะครับ... แต่วันนี้เอาไว้ใช้หนีพาภรรยาไปเดท" ภวินทร์ขยิบตาให้เธอหนึ่งที
"ระวังนะครับ ทางมันค่อนข้างแคบ"
ทั้งคู่เดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่สว่างด้วยไฟฉุกเฉินสีสลัว ลัลลลินรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นสายลับที่กำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญ หัวใจของเธอเต้นแรงไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้นที่ได้ทำอะไรแผลง ๆ ร่วมกับสามีมาดเนี๊ยบของเธอ
"พี่วินค่ะ... ถ้าพนักงานรู้ว่าท่านประธานหนีงานทางประตูหลังแบบนี้ จะมีใครเชื่อไหมคะ"
"ไม่มีใครรู้หรอกครับ เพราะคนที่จะรู้ก็มีแค่ลัน... กับติณที่ตอนนี้คงกำลังปั้นหน้ายักษ์หลอกพนักงานอยู่ข้างหน้า"
ทั้งคู่มาถึงลิฟต์ขนของตัวเก่า ภวินทร์กดปุ่มทำงานอย่างชำนาญ ลิฟต์เคลื่อนตัวลงอย่างช้า ๆ พร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ทำให้บรรยากาศดูน่าลุ้นยิ่งขึ้น จนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นใต้ดิน VIP ซึ่งเงียบสงบและไร้ผู้คน ติณภพมายืนรออยู่ข้างรถยุโรปคันหรูเรียบร้อยแล้ว เขารีบเปิดประตูให้ทั้งสองคนด้วยความรวดเร็ว
"ภารกิจลุล่วงครับท่านประธาน คุณพะแพงนั่นเดินหน้าตูมกลับไปที่แผนกแล้วครับ" ติณภพรายงานพร้อมรอยยิ้มกริ่ม
"ขอบใจมากติณ... พรุ่งนี้ฉันจะเพิ่มโบนัสพิเศษให้ฐานะ 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' " ภวินทร์พูดพลางก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับลัลลลิน
รถคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากตึกสำนักงานใหญ่ ลัลลลินมองย้อนกลับไปที่ตึกสูงระฟ้าด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ เธออิงแอบไหล่หนาของภวินทร์อย่างสุขใจ
"ขอบคุณนะคะพี่วิน ที่ยอมทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้เพื่อลัน"
"เพื่อลัน... พี่ทำได้มากกว่านี้อีกครับ" ภวินทร์กุมมือเธอแน่น
"ตอนนี้เราไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานกันดีกว่า"
ลัลลลินหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะของเธอในรถคันนั้นช่างดูสดใสและเต็มไปด้วยความหวัง