ตอนที่ 7 : กาฝากในคราบเพื่อนร่วมรุ่น

1845 Words
ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่กั้นด้วยกระจกฝ้าหรูหรา พะแพง ยืนกอดอกอยู่หลังม่านที่ถูกแง้มออกเพียงเล็กน้อย สายตามาดร้ายจับจ้องไปยังร่างบางของลัลลลินที่กำลังนั่งจมอยู่กับกองเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์กลางแผนก ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ “เหอะ... เกียรตินิยมงั้นเหรอ จะดูซิว่าจะทนไปได้สักกี่น้ำ” พะแพงพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ในใจเธอมั่นใจเกินร้อยว่างาน Summer Collection ที่เธอจงใจปล่อยให้รวนจนเละนั้น ไม่มีทางที่เด็กจบใหม่หน้าไหนจะกู้ซากมันเสร็จภายในคืนเดียวได้แน่ ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่มาพร้อมกับจังหวะประจบสอพลอทำให้นางพญาแห่งฝ่ายออกแบบละสายตาจากเหยื่อ “ขออนุญาตเข้าไปนะคะพี่พะแพง” อลิสรา พนักงานใหม่อีกคนที่เพิ่งได้รับการเซ็นสัญญาเข้าทำงานในวันเดียวกับลัลลลิน ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับแก้วกาแฟแบรนด์ดังในมือ เธอเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อมผิดกับตอนที่อยู่ข้างนอก ราวกับฝึกฝนการเข้าหาผู้ใหญ่มาเป็นอย่างดี “กาแฟค่ะพี่พะแพง อลิสเห็นพี่ดูเหนื่อย ๆ จากการสอนงานยัยลันเมื่อกี้" "อลิสเลยรีบอาสาไปชงกาแฟมาให้เลยค่ะ” อลิสราวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะพลางชะโงกหน้าไปมองที่หน้าต่างเดียวกับที่พะแพงเพิ่งผละมา “ว้าว... ยังนั่งบื้ออยู่จริง ๆ ด้วยนะคะนั่น ท่าทางจะช็อกจนสมองรวนไปแล้วมั้งคะ” พะแพงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เดินกลับมาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานหนังตัวใหญ่ “เธอนี่ก็ตาถึงเหมือนกันนะอลิส เข้ามาวันแรกก็รู้เลยว่าควรจะเลือกข้างไหน” “โถ่ พี่พะแพงคะ อลิสดูคนไม่ผิดหรอกค่ะ” อลิสรารีบขยับเข้าไปใกล้โต๊ะ ประจบประแจงด้วยสีหน้าจริงจัง “ถึงอลิสจะเข้ามาพร้อมยัยลันนั่น" "แต่อลิสมองปราดเดียวก็รู้แล้วค่ะว่าใครคือของจริง ใครคือของปลอม" "ยัยนั่นน่ะทำเป็นหยิ่งถือตัวว่าจบเกียรตินิยม แต่อลิสว่าคงเก่งแต่ในกระดาษ" "เจอของจริงเข้าไปคงไปไม่เป็น" "ดูสิคะ... พี่พะแพงให้งาน Summer Collection ไปกองเบ้อเริ่มขนาดนั้น เป็นอลิสคงร้องไห้ขอกลับบ้านไปแล้ว” “คนเก่งจริงเขาไม่พูดเยอะหรอกอลิส เขาพิสูจน์ด้วยผลงาน” พะแพงจิบกาแฟพลางเหยียดยิ้ม “ซึ่งฉันมั่นใจว่ายัยเด็กนั่นไม่มีทางทำเสร็จง่าย ๆ หรอก" "ข้อมูลที่ฉันให้ไปมันคือเศษขยะที่รวบรวมมาจากความผิดพลาดล้วน ๆ" "ถ้ามันแก้เสร็จได้ในคืนเดียว ฉันคงต้องยอมก้มกราบมันล่ะ” “อุ๊ย พี่พะแพงพูดอะไรแบบนั้นค่ะ ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ” อลิสราหัวเราะคิกคัก “อลิสล่ะทึ่งในความเฉียบขาดของพี่พะแพงจริง ๆ ค่ะ ที่กล้าใช้ชื่อท่านประธานมาขู่" "ยัยนั่นหน้าซีดจนอลิสแอบสะใจแทนเลยค่ะ" "อลิสว่ามันคงกลัวความลับนางฟ้าแตกมากกว่าว่าตัวเองน่ะไม่มีน้ำยา” “เธอก็เหมือนกันนะอลิส... อย่าให้ฉันผิดหวัง” พะแพงปรายตามองพนักงานใหม่ที่ดูจะรู้งานคนนี้ “เห็นว่าเข้ามาพร้อมกัน ถ้าเธอช่วยฉันจับตาดูยัยนั่นให้ดี" "อย่าให้มันแอบจ้างคนนอกทำ หรือแอบไปอ่อยใครให้ช่วยงาน" "ฉันจะพิจารณาให้เธอผ่านโปรตั้งแต่วันนี้เลยก็ได้” อลิสราดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความโลภ เธอรีบโน้มตัวลงหาพะแพงทันที “พี่พะแพงไม่ต้องห่วงเลยค่ะ อลิสจะคอยเป็นหูเป็นตาให้พี่ทุกฝีก้าวเลยค่ะ" "ต่อให้ยัยลันจะแอบขยับตัวทำอะไร อลิสจะคาบข่าวมาบอกพี่เป็นคนแรกเลย พี่พะแพงวางใจอลิสได้ 100% ค่ะ” “ดี... ฉันชอบคนฉลาดเลือกแบบเธอ” อลิสราแววตาเต็มไปด้วยความลำพองที่คิดว่าตัวเองหาที่พึ่งได้ถูกคน โดยหารู้ไม่ว่าเพื่อนร่วมรุ่นที่เธอกำลังดูถูกอย่างลัลลลินนั้น ไม่ได้กำลังนั่งสิ้นหวัง แต่กำลังวางโครงสร้างงานที่อัญมณีทุกเม็ดจะส่องประกายจนพะแพงและอลิสราต้องแสบตาจนลืมไม่ลงในเช้าวันพรุ่งนี้ [ โต๊ะทำงานลัลลลิน ฝ่ายออกแบบ ] ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปกคลุมไปทั่วแผนกออกแบบ ลัลลลิน นั่งจ้องแฟ้มงาน Summer Collection ที่วางแผ่อยู่ตรงหน้า แววตาของเธอหรี่ลงด้วยความพินิจพิจารณา นิ้วเรียวสวยกรีดเปิดไปทีละหน้า แต่ละภาพร่างที่ปรากฏสู่สายตาทำเอาคนรักงานศิลปะอัญมณีอย่างเธอถึงกับแอบถอนหายใจในใจ ‘แบบโหลมาก... แถมคู่สีที่ใช้ยังดูไร้รสนิยมสิ้นดี’ ลันคิดพลางมองแบบร่างสร้อยคอพลอยสีฉูดฉาดที่ดูขัดตา ยิ่งมองรายละเอียดการจัดวางมุกและอัญมณีชิ้นอื่น ๆ ก็ยิ่งพบว่างานแต่ละชิ้นเดินไปคนละทิศคนละทาง ไม่มีจุดร่วมที่สื่อถึงคำว่า "หรูหราอย่างมีระดับ" ของ Pawin Jewelry เลยแม้แต่นิดเดียว “ลัน... เป็นยังไงบ้างคะ ไหวไหม” เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความกังวลดังขึ้นข้างหู ลันเงยหน้าขึ้นพบกับ หนูนิด ที่ชะโงกหน้ามามองด้วยแววตาห่วงใย ตอนนี้เวลาใกล้เที่ยงแล้ว พนักงานคนอื่นเริ่มลุกไปทานข้าว แต่หนูนิดยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เพื่อนใหม่ที่เธอนึกเอ็นดู “ลันจ้องแฟ้มนี้มาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ หน้าเครียดเชียว... มันแย่มากเลยใช่ไหมคะงานชิ้นนี้” หนูนิดเอ่ยถามพลางลูบแขนลันเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ ลันคลี่ยิ้มบาง ๆ “มันก็นิดหน่อยค่ะ นิด ข้อมูลมันไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไหร่ แต่ลันพอจะเห็นช่องทางแก้แล้วค่ะ” “โถ่ลัน... นิดอยากช่วยจังเลยค่ะ” หนูนิดทำเสียงอ่อยพลางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง “แต่ลันก็เห็นใช่ไหมว่าเมื่อกี้พี่พะแพงประกาศกร้าวขนาดไหน" "คำสั่งพี่พะแพงคือเด็ดขาดมาก ใครช่วยลันคือโดนหางเลขไปด้วยแน่ ๆ " "นิดมันก็แค่พนักงานตัวเล็ก ๆ ... นิดขอโทษนะลันที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย” “ไม่เป็นไรเลยค่ะนิด แค่นิดมายืนอยู่ข้าง ๆ ลันตอนนี้ ลันก็ดีใจมากแล้วค่ะ” ลันบอกด้วยความจริงใจ เธอเข้าใจกฎของออฟฟิศดีและไม่อยากให้เพื่อนใหม่ต้องมาเดือดร้อนเพราะเธอ “ไปทานข้าวกันเถอะค่ะลัน เที่ยงแล้วนะ กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ” หนูนิดพยายามดึงมือลัน “วันนี้เดย์แรก ลันต้องไปชิมอาหารที่แคนทีนชั้น 5 นะคะ" "ราคาถูกแถมอร่อยมาก เดี๋ยวถ้ามัวแต่นั่งเครียดตรงนี้ สมองจะล้าเอาซะก่อน” ลันพยักหน้าพลางเก็บแฟ้มงาน “ไปค่ะนิด ลันเองก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” ระหว่างที่เดินไปยังลิฟต์ หนูนิดก็ยังไม่หยุดบ่นถึงความอยุติธรรมที่ลันได้รับ “ลันรู้ไหม งาน Summer เนี่ย ความจริงมันต้องเป็นงานระดับหัวหน้าทีมเป็นคนคุมนะฎ "แต่นี่พี่พะแพงเอามาโยนให้เด็กใหม่ที่เพิ่งมาถึงไม่กี่ชั่วโมงทำคนเดียว" "แถมยังขู่เรื่องผ่านโปรอีก นิดว่าพี่เขาใจร้ายเกินไปจริง ๆ ค่ะ" "ลันไปทำอะไรให้เขาเขม่นหรือเปล่าคะ” ลันหัวเราะเบา ๆ “ลันก็เพิ่งเจอเขาพร้อมนิดนั่นแหละค่ะ คงเป็นวิธีรับน้องแบบเฉพาะตัวของเขามั้งคะ” “รับน้องแบบนี้มันคือการฆ่ากันชัด ๆ เลยค่ะ” หนูนิดทำหน้ามุ่ยขณะก้าวเข้าสู่แคนทีน ที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน “เมื่อกี้นิดแอบเห็นอลิสรา พนักงานใหม่อีกคนที่มาพร้อมเรา" "รายนั้นน่ะเข้าไปคลุกวงในกับพี่พะแพงในห้องทำงานใหญ่โตเลยนะ" "ท่าทางจะเป็นพวกประจบเอาตัวรอดล่ะสิ ลันต้องระวังยัยนั่นด้วยนะ" "รายงานตัววันเดียวกันแท้ ๆ แต่ดันเลือกทางเดินกาฝากซะงั้น” “ขอบคุณที่เตือนนะคะนิด” ลันมองไปรอบ ๆ ห้องอาหารขนาดใหญ่ เห็นพนักงานจากหลายแผนกนั่งพูดคุยกันอย่างออกรส บางคนก็แอบปรายตามามองเธอด้วยความสงสัย “ทานให้เยอะ ๆ นะคะลัน คืนนี้ลันคงต้องอยู่ยาวแน่ ๆ” หนูนิดตักกับข้าวใส่จานให้เพื่อนใหม่ “นิดจะอยู่เป็นเพื่อนลันจนกว่านิดจะเลิกงานเลยนะคะ" "ถึงจะช่วยงานออกแบบไม่ได้ แต่นิดช่วยหาขนม ช่วยนวดไหล่" "หรือช่วยด่าพี่พะแพงเบา ๆ ในใจเป็นเพื่อนลันได้นะ” ลันมองหนูนิดด้วยความซาบซึ้งใจ มิตรภาพที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความวุ่นวายนี้เป็นสิ่งที่เธอไม่คิดว่าจะได้รับในวันแรกของการทำงาน “นิดคะ... ลันถามอะไรหน่อยสิ” ลันเอ่ยขึ้นขณะตักข้าวเข้าปาก “ที่นี่... ท่านประธานวินเขาลงมาทานข้าวที่นี่บ้างไหมคะ” หนูนิดตาโตทันที “หูย ลัน ท่านประธานน่ะเหรอคะจะมานั่งปะปนกับพวกเรา" "ห้องอาหารผู้บริหารอยู่ชั้นบนสุดนู่นค่ะ หรูหราอย่างกับโรงแรมห้าดาว" "ส่วนใหญ่ท่านประธานจะสั่งขึ้นไปทานบนห้องทำงานมากกว่าค่ะ" "น้อยคนนักที่จะได้เห็นท่านตัวเป็น ๆ ในแคนทีนแบบนี้" "ถ้าท่านลงมานะ... ลันเอ๊ย สาว ๆ ทั้งออฟฟิศคงสำลักข้าวตายเพราะความหล่อกันพอดี” ลันแอบอมยิ้มก้มหน้าทานข้าวต่อ ‘ถ้าทุกคนรู้ว่าท่านประธานที่ว่าน่ะ อ้อนให้เมียทำอาหารเช้าให้ทานทุกวัน คงจะตกใจยิ่งกว่านี้สิคะ’ “แต่ลันไม่ต้องห่วงนะ งานที่พี่พะแพงสั่งน่ะ ลันทำให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ก็พอ” หนูนิดพูดต่อด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม “ถ้ามันไม่เสร็จจริง ๆ นิดจะช่วยลันอ้อนวอนคุณติณภพเอง" "คุณติณภพดูท่าทางใจดีและน่าจะคุยกับท่านประธานได้" "ลันเก่งขนาดนี้ บริษัทไม่ปล่อยให้คนเก่งหลุดมือไปเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้หรอกค่ะ” “ลันจะพยายามทำออกมาให้ดีที่สุดค่ะนิด... ดีจนคุณพะแพงหาที่ติไม่ได้เลยล่ะ” แววตามุ่งมั่นของลัลลลินทำให้หนูนิดรู้สึกแปลกใจ พนักงานใหม่คนนี้ดูไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับมีรัศมีบางอย่างที่ดูเยือกเย็นและทรงพลัง ราวกับว่าเธอกำลังรอจังหวะที่จะโชว์ให้ทุกคนเห็นว่า "เพชรแท้" เมื่อโดนแสงแดดในฤดูร้อน... มันจะส่องประกายเจิดจ้าขนาดไหน!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD