ตอนที่ 3: บทเรียนของงานออกแบบ

1266 Words
อลิสรา เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีก 4 คนที่เหลือ โดยมีสองคนที่ทำหน้าภูมิใจเพราะถูกคัดเลือกเข้ามาฝึกงานในตำแหน่งประสานงานและฝ่ายบุคคล ส่วนอีกสองคนที่เหลือเดินหน้าตูมเพราะเพิ่งถูกติณภพปฏิเสธไปหมาด ๆ "มีอะไรหรือเปล่าคะ" ลัลลลินถามเรียบ ๆ เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า "อย่ามาทำเป็นซื่อหน่อยเลย" อลิสรากอดอก กวาดสายตามองชุดนักศึกษาของลันด้วยความไม่พอใจ "พวกฉันสงสัยกันหมดว่าทำไมเธอถึงเป็นคนเดียวที่ได้เข้าสัมภาษณ์กับท่านประธานตัวต่อตัวนานสองนาน" "ทั้งที่คนอื่นต้องสัมภาษณ์กับเลขาติณภพหมด" "เธอใช้วิธีไหนล่ะ... หรือว่าแกล้งทำของตก หรือแสร้งทำเป็นอ่อนแอให้ท่านประธานสงสาร" "ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นค่ะ" ลัลลลินตอบเสียงนิ่ง "พวกคุณก็เห็นว่าคุณเลขามาเชิญฉันต่อหน้าทุกคนเป็นคนแรก " "ถ้าจะสงสัยว่าทำไมท่านประธานถึงเลือกสัมภาษณ์ฉันคนเดียว" "แทนที่พวกคุณควรกลับไปเช็กคุณภาพของพอร์ตตัวเองดีกว่าไหมคะ" "นี่เธอ กล้าดียังไงมาสอนพวกฉัน!" อลิสราหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ที่เธอได้เข้าไปก่อน ก็แค่เพราะดวงดีหรือเปล่า อย่ามาทำเป็นอวดฉลาดหน่อยเลย" "ดวงอาจจะช่วยเปิดประตูโอกาสได้นะคะ... แต่ถ้าไม่มีฝีมือ ประตูบานนั้นก็ปิดลงได้เร็วพอๆ กับตอนที่เปิดนั่นแหละค่ะ" ลัลลลินขยับยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนเป็นการให้เกียรติแต่แฝงไปด้วยความเหนือชั้น "และคุณติณภพเขาก็ประกาศชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอคะ ว่าเขาเรียงคิวตามคุณภาพงานไม่ใช่ความสวย หรือราคาสูทที่ใส่มา" "เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นลูกใคร..." "ลันไม่ทราบค่ะ และคิดว่าท่านประธานก็คงไม่ทราบเหมือนกัน" "เพราะที่นี่เขาจ้างคนมาทำงานออกแบบ ไม่ได้จ้างมาเดินแฟชั่นโชว์อวดนามสกุล" ลัลลลินกระชับสายกระเป๋าสะพายใบเก่ง "ขอตัวนะคะ แดดเริ่มร้อนแล้ว เดี๋ยวผิวที่พวกคุณบำรุงมาอย่างดีจะเสียเอาเปล่า ๆ" "เจอกันวันจันทร์หน้านะคะ... ถ้าพวกคุณผ่านการคัดเลือกนะ" ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ร่างบางก็หมุนตัวเดินตรงไปยังสถานี MRT ทันที ทิ้งให้อลิสราและเพื่อนๆ ยืนกรีดร้องเบาๆ ด้วยความเจ็บใจอยู่หน้าตึก โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า บทสนทนาทั้งหมดนี้ถูกจับจ้องผ่านกล้องวงจรปิดคุณภาพสูงโดยชายหนุ่มที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ในห้องทำงานชั้นบนสุด [เวลา 17:30 น. – จุดนัดพบสถานี MRT เพชรบุรี] ลัลลลินเดินขึ้นมาจากสถานีด้วยท่าทางอิดโรยเล็กน้อย แต่ความเหนื่อยก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นรถสปอร์ตสีดำคันคุ้นตาจอดรออยู่ในมุมมืดที่ห่างจากสายตาผู้คน "ขึ้นมาสิครับ... หรือจะให้พี่ลงไปเปิดประตูให้ครับ" เธอยืนอยู่ข้างรถไม่ยอมขึ้นสักที เสียงทุ้มของเขาดังลอดออกมาจากกระจกที่เลื่อนลง "พี่วิน อย่าเล่นพิเรนทร์สิคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" ลัลลลินรีบมุดเข้ารถทันที "หึ ๆ ... ปากเก่งหน้าบริษัทเมื่อกี้หายไปไหนแล้วล่ะ" ภวินทร์ออกรถพลางเอื้อมมือมาบีบจมูกเมียตัวแสบเบา ๆ "ติณมันรายงานพี่หมดแล้วนะ ว่าเมียพี่ตบหน้าพวกคุณหนูไฮโซกลางอากาศซะเละเลย" "ก็พวกนั้นมาว่าลันก่อนนี่คะ หาว่าลันไปอ่อยพี่วินบ้างล่ะ ใช้ทางลัดบ้างล่ะ" เธอทำแก้มป่อง "แต่ลันบอกไว้ก่อนนะ วันจันทร์หน้าถ้าพี่ยังกล้าแกล้งลันแบบวันนี้อีก ลันจะหนีไปนอนบ้านคุณแม่จริง ๆ ด้วย" "โอเค ๆ ยอมแล้วครับ... ต่อหน้าคนอื่นผมจะดุให้เหมือนเสือเลย" "แต่พอกลับบ้านมา..." เขาเว้นจังหวะพลางเลื่อนมือมาจับมือบางไว้แน่น "พี่จะเป็นลูกแมวให้ลันคนเดียว ดีไหมครับ" ลัลลลินหน้าร้อนฉ่า แอบอมยิ้มจนลักยิ้มโผล่ การเริ่มต้นชีวิตเด็กฝึกงานวันแรก... จบลงด้วยความละมุนละไมที่ทำให้เธอมั่นใจว่า ไม่ว่าจะเจอศึกหนักแค่ไหนในออฟฟิศ เธอก็จะมี 'หลังบ้าน' ที่แข็งแกร่งที่สุดคอยหนุนหลังเสมอ [Pawin Jewelry : แผนกออกแบบ] ภายในแผนกออกแบบของ Pawin Jewelry ที่ควรจะเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์ กลับปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดจนพนักงานแทบไม่กล้าหายใจ เสียงฝีเท้าจากรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมราคาแพงระยับกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นและเยือกเย็น ก่อนที่ร่างระหงของ ‘พะแพง’ ผู้จัดการฝ่ายออกแบบจะปรากฏตัวขึ้น พะแพงในวัย 27 ปี คือนิยามของคำว่า สวยสังหาร เธออยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีเขียวเอเมอรัลด์ที่ตัดเย็บอย่างประณีต ใบหน้าเฉี่ยวคมถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศ ริมฝีปากสีแดงก่ำรับกับสร้อยคอเพชรน้ำงามที่เป็นคอลเลกชันล่าสุดของบริษัท เธอสวย สง่า และดูแพงจนพนักงานรุ่นน้องต่างพากันก้มหน้ามองโต๊ะทันทีที่เธอเดินผ่าน “นี่คืออะไร” เสียงหวานแต่เย็นเยียบดังขึ้นพร้อมกับที่ปึกกระดาษแบบร่างเครื่องประดับถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานของดีไซเนอร์รุ่นน้องคนหนึ่งอย่างแรงจนกระจัดกระจาย “ฉันให้เวลาพวกเธอสามวัน เพื่อหาแรงบันดาลใจสำหรับคอลเลกชัน Summer" "แต่สิ่งที่พวกเธอส่งมา... มันดูเหมือนเศษอลูมีเนียมราคาถูกที่วางขายตามตลาดนัดมากกว่าจะเป็นงานของ Pawin Jewelry” “แต่... คุณพะแพงค่ะ พวกเราพยายามดึงจุดเด่นของพลอยสีฟ้ามาใช้ตามที่คุณสั่ง” พนักงานสาวคนหนึ่งพยายามแย้งเสียงสั่น “พยายามงั้นเหรอ” พะแพงกอดอก เชิดหน้าขึ้นพลางกรีดกรายนิ้วที่เรียวยาวและทำเล็บมาอย่างดี “ในพจนานุกรมของฉันไม่มีคำว่าพยายาม" "มีแต่คำว่าทำได้หรือทำไม่ได้ ถ้าพวกเธอไม่มีปัญญาดึงความเลิศเลอของอัญมณีออกมาได้" "ก็ลาออกไปซะ ไปเปิดร้านขายกิ๊บติดผมหน้าโรงเรียนน่าจะเหมาะกับรสนิยมต่ำ ๆ แบบนี้มากกว่า” พะแพงเดินวนรอบโต๊ะทำงานของลูกน้องเหมือนนางพญาที่กำลังตรวจตราอาณาจักร สายตาจิกกัดมองไปที่ผลงานแต่ละชิ้นด้วยความสมเพช “จำใส่หัวพวกเธอไว้ด้วยนะ ว่าชื่อเสียงของฉันที่สะสมมา... " "จะมาแปดเปื้อนเพราะความไร้ฝีมือของพวกเธอไม่ได้" "ฉันเป็นถึงว่าที่... คนสำคัญของคุณวิน ฉันมีมาตรฐานสูง และพวกเธอต้องปีนขึ้นมาให้ถึง” เธอหยุดกะทันหันก่อนจะหยิบแบบร่างชิ้นหนึ่งขึ้นมาขยำแล้วโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี “พรุ่งนี้เช้า ฉันต้องเห็นแบบใหม่ที่ดูแพงกว่านี้" "และถ้าใครยังกล้าส่งงานขยะ ๆ แบบนี้มาอีก เตรียมตัวเก็บของออกจากแผนกฉันได้เลย..." "อ้อ แล้วเช็ดเหงื่อบนหน้าพวกเธอด้วย เห็นแล้วมันขยะแขยง เสียบรรยากาศห้องทำงานหรู ๆ หมด” พะแพงสะบัดหน้าเดินกลับเข้าห้องทำงานส่วนตัวไป ทิ้งไว้เพียงกลุ่มพนักงานที่ได้แต่ถอนหายใจและมองหน้ากันด้วยความท้อแท้ โดยที่พะแพงไม่ได้รู้เลยว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า จะมี ‘เด็กฝึกงาน’ คนใหม่ที่กุมความลับสำคัญเดินเข้ามาสั่นคลอนอำนาจมืดและตำแหน่ง ‘คนสำคัญ’ ที่เธอเฝ้ามโนมาตลอด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD