ลัลลลินก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานกว้างด้วยความประหม่า สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่ใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย แต่เป็นพนักเก้าอี้หนังราคาแพงที่หันหลังให้เธออยู่ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนนั้นกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่เห็นวิวกรุงเทพฯ สุดลูกหูลูกตา
"เชิญนั่งครับคุณลัลลลิน"
เสียงที่เอ่ยออกมานั้นดูแหบพร่าและทุ้มต่ำกว่าปกติจนลัลลลินชะงักไปครู่หนึ่ง
'เอ๊ะ... เสียงคุณทำไมแปลกๆ หรือเขาเป็นหวัด' เธอคิดในใจพลางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ติณภพเดินมาวางแฟ้มประวัติลงบนโต๊ะทำงานเบา ๆ ก่อนจะเลี่ยงไปยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่ดูเหมือนจะแอบกลั้นขำเอาไว้
"ขอบคุณค่ะ" ลัลลลินตอบรับเสียงเบา
"ผมอ่านประวัติคุณแล้ว..." ชายหนุ่มที่ยังคงหันหลังให้ค่อย ๆ หมุนเก้าอี้กลับมามาช้า ๆ แต่เขากลับก้มหน้าลงจนเงาจากเส้นผมบดบังดวงตา แสร้งทำเป็นตรวจเอกสารอย่างเคร่งขรึม
"จบจาก คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบเครื่องประดับ โดยตรง"
"เกรดเฉลี่ยวิชาออกแบบของคุณเป็นอันดับหนึ่งของรุ่น... น่าสนใจดีนะ"
เขาจงใจดัดเสียงให้ฟังดูเข้มและดุขึ้น จนลัลลลินแอบขมวดคิ้วนิด ๆ '
"เล่นอะไรของคุณเนี่ย"
แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอจริงๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับส่องประกายวาววับเหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างใน ภวินทร์ในลุคทำงานดูแปลกตาสำหรับลัลลลินเสมอ
เขาดูสุขุม ทรงอำนาจ และน่าเกรงขามจนเธอแอบประหม่าไปชั่วขณะ เธอจึงต้องรีบปั้นหน้านิ่งเหมือนไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเพื่อไม่ให้เสียแผน เพราะด้านนอกมีสายตาคนสมัครอื่น ๆ จ้องมองมาทางเธออยู่
"ฉันตั้งใจเรียนมากค่ะ เพราะฉันรักในการสร้างสรรค์อัญมณีให้มีชีวิต"
"ความรัก... งั้นเหรอ" ภวินทร์เลิกคิ้ว คราวนี้เขาใช้เสียงจริงที่ทุ้มกังวานและมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างที่เธอคุ้นเคย
"ที่นี่ Pawin Jewelry เราไม่ต้องการแค่ความรักที่เพ้อฝันเท่านั้นนะครับ"
"แต่เราต้องการคนที่มีสัญชาตญาณในการคัดเลือกและออกแบบสิ่งที่คู่ควรกับแบรนด์ของเราที่สุด" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแกล้งกวาดสายตามองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน
"คุณคิดว่าพนักงานใหม่เริ่มฝึกงานแต่งตัว... บ้าน ๆ แบบคุณ จะเข้าใจรสนิยมของลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ของเราได้ยังไง" ลัลลลินยิ้มมุมปาก เธอรู้ว่าเขากำลังลองดี
"ความหรูหราไม่ได้อยู่ที่การประโคมใส่ค่ะท่านประธาน"
"แต่อยู่ที่การเลือกชิ้นที่ใช่ให้เข้ากับคนที่ถูก"
"เหมือนกับอัญมณีที่ถึงจะยังไม่เจียระไน"
"ถ้าคนมองเป็น... ก็จะรู้ว่ามันมีค่ามากกว่าเครื่องประดับราคาถูกที่ตกแต่งจนเกินจริง"
ภวินทร์ชะงักไปกับคำตอบที่เฉียบคมของภรรยา เขาเผลอมองริมฝีปากบางที่เจื้อยแจ้วนั้นอย่างลืมตัว จนติณภพต้องกระแอมไอเบา ๆ เพื่อเตือนสติประธานหนุ่มที่เริ่มจะหลุดมาด
"หึ... ปากดีเหมือนที่ติณบอกไว้จริง ๆ " ภวินทร์ขยับเนกไทเล็กน้อยพลางปิดแฟ้มลง
"ผมจะรอดูว่าตอนทำงานจริง คุณจะเก่งเหมือนตอนพูดไหม... ลัลลลิน"
"ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน"
หลังจากที่ร่างบางในชุดนักศึกษาเดินพ้นประตูห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่เบามือที่สุด ภายในห้องทำงานกว้างขวางก็กลับคืนสู่ความเงียบเชียบอีกครั้ง
ภวินทร์ที่เพิ่งสวมบทบาทท่านประธานจอมโหดไปเมื่อครู่ ทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง หลังจากที่ต้องฝืนปั้นมาดเข้มต่อหน้าภรรยามาครู่ใหญ่
"หึ ๆ ... เป็นไงบ้างติณ เก่งไหม"
ภวินทร์เอ่ยถามพลางหมุนปากกาในมือเล่นอย่างอารมณ์ดี สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูบานนั้นเหมือนอยากให้คนที่เพิ่งออกไปเดินกลับเข้ามาอีกรอบ
ติณภพที่ยืนนิ่งมานานขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างระอาในอาการคลั่งรักของเจ้านาย
"เก่งครับคุณวิน... ทั้งเรื่องตอบคำถาม แล้วก็น่าจะเก่งเรื่องอดทนกับความขี้แกล้งของคุณวินด้วย"
"ฉันแกล้งอะไร ฉันก็แค่ทดสอบไหวพริบเด็กฝึกงานตามระเบียบ"
"ดัดเสียงจนคอแห้งเนี่ยนะตามระเบียบ" ติณภพย้อนถามพลางอมยิ้ม
"แถมยังแกล้งทักเรื่องกระเป๋า ทั้งที่เงินที่จ่ายก็ตัดผ่านบัตรเครดิตคุณวินเองแท้ ๆ"
"ผมเห็นคุณลันแอบกำมือแน่นตอนถูกปรามาสว่าแต่งตัวบ้าน ๆ เย็นนี้เตรียมตัวโดนงดมื้อค่ำได้เลยครับ" ภวินทร์ชะงักไปนิดพลางหัวเราะร่วน
"ก็ลันเวลาโกรธแล้วหน้าแดง ๆ มันน่ารักนี่นา..."
"อีกอย่าง ถ้าไม่ดุใส่ตั้งแต่วันแรก"
"คนอื่นในออฟฟิศจะสงสัยเอาได้ว่าทำไมฉันถึงรับเด็กฝึกงานที่ดูธรรมดา ๆ อย่างเธอเข้าทำงาน"
"แต่ผมว่าการที่คุณวินลงมาสัมภาษณ์ด้วยตัวเองเนี่ยแหละครับ"
"ที่ทำให้คนทั้งชั้น 15 เขาแตกตื่นกันหมดแล้ว" ติณภพหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูตาราง
"ที่เหลืออีก 4 คนข้างนอกนั่น นั่งสั่นกันหมดแล้วครับ นึกว่าวันนี้ท่านประธานองค์ลง" ภวินทร์เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นจริงจังทันควัน
"ที่เหลือฉันฝากนายจัดการต่อเลยนะติณ"
"คัดคนที่เกรดดี ๆ และทัศนคติไม่แย่เข้ามาสักสองสามคน"
"แต่อย่าให้ไปอยู่แผนกเดียวกับลันนะ ฉันไม่อยากให้ใครไปวุ่นวายกับเมียฉัน... "
"อ้อ ยกเว้นยัยผู้จัดการที่ชื่อพะแพงนั่น"
"คุณวินหมายถึง... จะปล่อยให้คุณลันรับมือกับคุณพะแพงเองเหรอครับ"
"รายนั้นวีรกรรมเยอะนะครับ" ติณภพถามด้วยความเป็นห่วง
"ลันขอฉันไว้เอง... เธออยากใช้ชีวิตคนทำงานจริง ๆ "
"อยากรู้ว่าถ้าไม่มีนามสกุลฉันพ่วงท้าย เธอจะแกร่งแค่ไหน" ภวินทร์แววตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย
"ฉันจะคอยดูอยู่ห่างๆ ถ้าไม่ถึงขั้นเลือดตกยางออก"
"ฉันจะไม่เข้าไปแทรก... แต่ถ้าใครทำเมียฉันร้องไห้ขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว"
"ติณเตรียมร่างจดหมายไล่ออกไว้ได้เลย"
"รับทราบครับท่านประธานจอมโหด (เฉพาะกับคนอื่น) " ติณภพเหน็บแนมทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปที่ประตู
"งั้นผมขอตัวไปจัดการสัมภาษณ์ที่เหลือนะครับ"
"ส่วนคุณวิน... แนะนำว่ารีบเคลียร์งานแล้วไปหาซื้อของง้อคุณลันไว้รอเลยจะดีกว่าครับ"
"เออ รู้แล้วน่ะ" ภวินทร์โบกมือไล่เลขาคนสนิท ให้ไปสัมภาษณ์ต่อ
[ภายนอกห้องสัมภาษณ์ – โซนรับรอง]
ติณภพเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมและดูเป็นงานเป็นการตามแบบฉบับเลขาหน้าห้องชั้นยอด เขาปรายสายตามองกลุ่มนักศึกษาสาวสวยที่เหลืออยู่ ซึ่งตอนนี้แต่ละคนนั่งนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะกระซิบกันเหมือนตอนแรก
"คุณอลิสรา เชิญครับ" ติณภพเรียกชื่อถัดไป อลิสราลุกขึ้นด้วยอาการประหม่า เธอรีบปัดฝุ่นตามเสื้อสูทตัวแพงแล้วพยายามส่งยิ้มหวานที่สุดให้ติณภพ
"เอ่อ... คุณเลขาค่ะ ท่านประธานยังอยู่ข้างในใช่ไหมคะ"
"คุณภวินทร์ติดภารกิจด่วนครับ"
"ต่อจากนี้ผมจะเป็นคนดำเนินการสัมภาษณ์และคัดเลือกด้วยตัวเอง" ติณภพตอบเสียงเรียบ
"เชิญครับ อย่าให้เสียเวลา"
อลิสรา หน้าเสียไปเล็กน้อยที่ไม่ได้เจอเนื้อคู่ในฝันอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่เธอก็รีบเก็บอาการแล้วเดินเข้าห้องไป โดยไม่รู้เลยว่ามาตรฐานการให้คะแนนของติณภพนั้น... เข้มงวดยิ่งกว่าภวินทร์เสียอีก เพราะเขาได้รับคำสั่งลับมาแล้วว่า 'ห้ามใครเด่นกว่าหรือข่มลัลลลินได้เด็ดขาด'
กระบวนการสัมภาษณ์ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ติณภพใช้เวลาไม่นานในการคัดคนที่เปลือกออกไปจนหมด เขาเน้นถามถึงทัศนคติและการทำงานภายใต้ความกดดัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะตกม้าตายเมื่อเจอคำถามต้อนให้จนมุมของเลขามาดเนี้ยบ
ในขณะที่ข้างนอกกำลังตึงเครียด ลัลลลินที่เดินตัวลอยออกมาจากตึก Pawin Jewelry ก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาใครบางคนทันที
"แกล้งกันสนุกมากใช่ไหมคะคุณวิน เตรียมตัวนอนนอกห้องได้เลยค่ะ"
เพียงไม่กี่วินาที โทรศัพท์ในมือเธอก็สั่นแจ้งเตือน
"ออฟฟิศคือที่ทำงานครับคุณหนู... แต่ถ้าอยากให้ไถ่โทษ เย็นนี้ขึ้นรถไฟฟ้าข้ามฝั่งมาครับ"
"พี่จะขับรถไปรออีกฝั่ง... ห้ามปฏิเสธ"
"ไม่งั้นพรุ่งนี้ผมจะประกาศไม่รับลัลลลินเข้าทำงาน"
"คนบ้า เผด็จการที่สุด"
ในขณะที่ลัลลลินกำลังอมยิ้มให้หน้าจอโทรศัพท์จนลืมดูทาง เสียงส้นสูงที่กระแทกลงบนพื้นหินอ่อนอย่างเป็นจังหวะหนักแน่นและรวดเร็ว ราวกับเจ้าของเสียงกำลังพุ่งตรงมาหาเธอด้วยความตั้งใจ...
"แหม... ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ สงสัยจะดีใจจนเนื้อเต้นที่อ่อยท่านประธานสำเร็จ"