ตอนที่ 2 : ห้องสัมภาษณ์งาน

1544 Words
ลัลลลินก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานกว้างด้วยความประหม่า สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่ใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย แต่เป็นพนักเก้าอี้หนังราคาแพงที่หันหลังให้เธออยู่ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนนั้นกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ที่เห็นวิวกรุงเทพฯ สุดลูกหูลูกตา "เชิญนั่งครับคุณลัลลลิน" เสียงที่เอ่ยออกมานั้นดูแหบพร่าและทุ้มต่ำกว่าปกติจนลัลลลินชะงักไปครู่หนึ่ง 'เอ๊ะ... เสียงคุณทำไมแปลกๆ หรือเขาเป็นหวัด' เธอคิดในใจพลางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ติณภพเดินมาวางแฟ้มประวัติลงบนโต๊ะทำงานเบา ๆ ก่อนจะเลี่ยงไปยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่ดูเหมือนจะแอบกลั้นขำเอาไว้ "ขอบคุณค่ะ" ลัลลลินตอบรับเสียงเบา "ผมอ่านประวัติคุณแล้ว..." ชายหนุ่มที่ยังคงหันหลังให้ค่อย ๆ หมุนเก้าอี้กลับมามาช้า ๆ แต่เขากลับก้มหน้าลงจนเงาจากเส้นผมบดบังดวงตา แสร้งทำเป็นตรวจเอกสารอย่างเคร่งขรึม "จบจาก คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบเครื่องประดับ โดยตรง" "เกรดเฉลี่ยวิชาออกแบบของคุณเป็นอันดับหนึ่งของรุ่น... น่าสนใจดีนะ" เขาจงใจดัดเสียงให้ฟังดูเข้มและดุขึ้น จนลัลลลินแอบขมวดคิ้วนิด ๆ ' "เล่นอะไรของคุณเนี่ย" แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอจริงๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับส่องประกายวาววับเหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงข้างใน ภวินทร์ในลุคทำงานดูแปลกตาสำหรับลัลลลินเสมอ เขาดูสุขุม ทรงอำนาจ และน่าเกรงขามจนเธอแอบประหม่าไปชั่วขณะ เธอจึงต้องรีบปั้นหน้านิ่งเหมือนไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเพื่อไม่ให้เสียแผน เพราะด้านนอกมีสายตาคนสมัครอื่น ๆ จ้องมองมาทางเธออยู่ "ฉันตั้งใจเรียนมากค่ะ เพราะฉันรักในการสร้างสรรค์อัญมณีให้มีชีวิต" "ความรัก... งั้นเหรอ" ภวินทร์เลิกคิ้ว คราวนี้เขาใช้เสียงจริงที่ทุ้มกังวานและมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างที่เธอคุ้นเคย "ที่นี่ Pawin Jewelry เราไม่ต้องการแค่ความรักที่เพ้อฝันเท่านั้นนะครับ" "แต่เราต้องการคนที่มีสัญชาตญาณในการคัดเลือกและออกแบบสิ่งที่คู่ควรกับแบรนด์ของเราที่สุด" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแกล้งกวาดสายตามองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน "คุณคิดว่าพนักงานใหม่เริ่มฝึกงานแต่งตัว... บ้าน ๆ แบบคุณ จะเข้าใจรสนิยมของลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ของเราได้ยังไง" ลัลลลินยิ้มมุมปาก เธอรู้ว่าเขากำลังลองดี "ความหรูหราไม่ได้อยู่ที่การประโคมใส่ค่ะท่านประธาน" "แต่อยู่ที่การเลือกชิ้นที่ใช่ให้เข้ากับคนที่ถูก" "เหมือนกับอัญมณีที่ถึงจะยังไม่เจียระไน" "ถ้าคนมองเป็น... ก็จะรู้ว่ามันมีค่ามากกว่าเครื่องประดับราคาถูกที่ตกแต่งจนเกินจริง" ภวินทร์ชะงักไปกับคำตอบที่เฉียบคมของภรรยา เขาเผลอมองริมฝีปากบางที่เจื้อยแจ้วนั้นอย่างลืมตัว จนติณภพต้องกระแอมไอเบา ๆ เพื่อเตือนสติประธานหนุ่มที่เริ่มจะหลุดมาด "หึ... ปากดีเหมือนที่ติณบอกไว้จริง ๆ " ภวินทร์ขยับเนกไทเล็กน้อยพลางปิดแฟ้มลง "ผมจะรอดูว่าตอนทำงานจริง คุณจะเก่งเหมือนตอนพูดไหม... ลัลลลิน" "ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน" หลังจากที่ร่างบางในชุดนักศึกษาเดินพ้นประตูห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่เบามือที่สุด ภายในห้องทำงานกว้างขวางก็กลับคืนสู่ความเงียบเชียบอีกครั้ง ภวินทร์ที่เพิ่งสวมบทบาทท่านประธานจอมโหดไปเมื่อครู่ ทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง หลังจากที่ต้องฝืนปั้นมาดเข้มต่อหน้าภรรยามาครู่ใหญ่ "หึ ๆ ... เป็นไงบ้างติณ เก่งไหม" ภวินทร์เอ่ยถามพลางหมุนปากกาในมือเล่นอย่างอารมณ์ดี สายตายังคงจับจ้องไปที่ประตูบานนั้นเหมือนอยากให้คนที่เพิ่งออกไปเดินกลับเข้ามาอีกรอบ ติณภพที่ยืนนิ่งมานานขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างระอาในอาการคลั่งรักของเจ้านาย "เก่งครับคุณวิน... ทั้งเรื่องตอบคำถาม แล้วก็น่าจะเก่งเรื่องอดทนกับความขี้แกล้งของคุณวินด้วย" "ฉันแกล้งอะไร ฉันก็แค่ทดสอบไหวพริบเด็กฝึกงานตามระเบียบ" "ดัดเสียงจนคอแห้งเนี่ยนะตามระเบียบ" ติณภพย้อนถามพลางอมยิ้ม "แถมยังแกล้งทักเรื่องกระเป๋า ทั้งที่เงินที่จ่ายก็ตัดผ่านบัตรเครดิตคุณวินเองแท้ ๆ" "ผมเห็นคุณลันแอบกำมือแน่นตอนถูกปรามาสว่าแต่งตัวบ้าน ๆ เย็นนี้เตรียมตัวโดนงดมื้อค่ำได้เลยครับ" ภวินทร์ชะงักไปนิดพลางหัวเราะร่วน "ก็ลันเวลาโกรธแล้วหน้าแดง ๆ มันน่ารักนี่นา..." "อีกอย่าง ถ้าไม่ดุใส่ตั้งแต่วันแรก" "คนอื่นในออฟฟิศจะสงสัยเอาได้ว่าทำไมฉันถึงรับเด็กฝึกงานที่ดูธรรมดา ๆ อย่างเธอเข้าทำงาน" "แต่ผมว่าการที่คุณวินลงมาสัมภาษณ์ด้วยตัวเองเนี่ยแหละครับ" "ที่ทำให้คนทั้งชั้น 15 เขาแตกตื่นกันหมดแล้ว" ติณภพหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูตาราง "ที่เหลืออีก 4 คนข้างนอกนั่น นั่งสั่นกันหมดแล้วครับ นึกว่าวันนี้ท่านประธานองค์ลง" ภวินทร์เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นจริงจังทันควัน "ที่เหลือฉันฝากนายจัดการต่อเลยนะติณ" "คัดคนที่เกรดดี ๆ และทัศนคติไม่แย่เข้ามาสักสองสามคน" "แต่อย่าให้ไปอยู่แผนกเดียวกับลันนะ ฉันไม่อยากให้ใครไปวุ่นวายกับเมียฉัน... " "อ้อ ยกเว้นยัยผู้จัดการที่ชื่อพะแพงนั่น" "คุณวินหมายถึง... จะปล่อยให้คุณลันรับมือกับคุณพะแพงเองเหรอครับ" "รายนั้นวีรกรรมเยอะนะครับ" ติณภพถามด้วยความเป็นห่วง "ลันขอฉันไว้เอง... เธออยากใช้ชีวิตคนทำงานจริง ๆ " "อยากรู้ว่าถ้าไม่มีนามสกุลฉันพ่วงท้าย เธอจะแกร่งแค่ไหน" ภวินทร์แววตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย "ฉันจะคอยดูอยู่ห่างๆ ถ้าไม่ถึงขั้นเลือดตกยางออก" "ฉันจะไม่เข้าไปแทรก... แต่ถ้าใครทำเมียฉันร้องไห้ขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว" "ติณเตรียมร่างจดหมายไล่ออกไว้ได้เลย" "รับทราบครับท่านประธานจอมโหด (เฉพาะกับคนอื่น) " ติณภพเหน็บแนมทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปที่ประตู "งั้นผมขอตัวไปจัดการสัมภาษณ์ที่เหลือนะครับ" "ส่วนคุณวิน... แนะนำว่ารีบเคลียร์งานแล้วไปหาซื้อของง้อคุณลันไว้รอเลยจะดีกว่าครับ" "เออ รู้แล้วน่ะ" ภวินทร์โบกมือไล่เลขาคนสนิท ให้ไปสัมภาษณ์ต่อ [ภายนอกห้องสัมภาษณ์ – โซนรับรอง] ติณภพเดินออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมและดูเป็นงานเป็นการตามแบบฉบับเลขาหน้าห้องชั้นยอด เขาปรายสายตามองกลุ่มนักศึกษาสาวสวยที่เหลืออยู่ ซึ่งตอนนี้แต่ละคนนั่งนิ่งไม่กล้าแม้แต่จะกระซิบกันเหมือนตอนแรก "คุณอลิสรา เชิญครับ" ติณภพเรียกชื่อถัดไป อลิสราลุกขึ้นด้วยอาการประหม่า เธอรีบปัดฝุ่นตามเสื้อสูทตัวแพงแล้วพยายามส่งยิ้มหวานที่สุดให้ติณภพ "เอ่อ... คุณเลขาค่ะ ท่านประธานยังอยู่ข้างในใช่ไหมคะ" "คุณภวินทร์ติดภารกิจด่วนครับ" "ต่อจากนี้ผมจะเป็นคนดำเนินการสัมภาษณ์และคัดเลือกด้วยตัวเอง" ติณภพตอบเสียงเรียบ "เชิญครับ อย่าให้เสียเวลา" อลิสรา หน้าเสียไปเล็กน้อยที่ไม่ได้เจอเนื้อคู่ในฝันอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่เธอก็รีบเก็บอาการแล้วเดินเข้าห้องไป โดยไม่รู้เลยว่ามาตรฐานการให้คะแนนของติณภพนั้น... เข้มงวดยิ่งกว่าภวินทร์เสียอีก เพราะเขาได้รับคำสั่งลับมาแล้วว่า 'ห้ามใครเด่นกว่าหรือข่มลัลลลินได้เด็ดขาด' กระบวนการสัมภาษณ์ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ติณภพใช้เวลาไม่นานในการคัดคนที่เปลือกออกไปจนหมด เขาเน้นถามถึงทัศนคติและการทำงานภายใต้ความกดดัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะตกม้าตายเมื่อเจอคำถามต้อนให้จนมุมของเลขามาดเนี้ยบ ในขณะที่ข้างนอกกำลังตึงเครียด ลัลลลินที่เดินตัวลอยออกมาจากตึก Pawin Jewelry ก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาใครบางคนทันที "แกล้งกันสนุกมากใช่ไหมคะคุณวิน เตรียมตัวนอนนอกห้องได้เลยค่ะ" เพียงไม่กี่วินาที โทรศัพท์ในมือเธอก็สั่นแจ้งเตือน "ออฟฟิศคือที่ทำงานครับคุณหนู... แต่ถ้าอยากให้ไถ่โทษ เย็นนี้ขึ้นรถไฟฟ้าข้ามฝั่งมาครับ" "พี่จะขับรถไปรออีกฝั่ง... ห้ามปฏิเสธ" "ไม่งั้นพรุ่งนี้ผมจะประกาศไม่รับลัลลลินเข้าทำงาน" "คนบ้า เผด็จการที่สุด" ในขณะที่ลัลลลินกำลังอมยิ้มให้หน้าจอโทรศัพท์จนลืมดูทาง เสียงส้นสูงที่กระแทกลงบนพื้นหินอ่อนอย่างเป็นจังหวะหนักแน่นและรวดเร็ว ราวกับเจ้าของเสียงกำลังพุ่งตรงมาหาเธอด้วยความตั้งใจ... "แหม... ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ สงสัยจะดีใจจนเนื้อเต้นที่อ่อยท่านประธานสำเร็จ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD