[บริเวณหน้าแผนกออกแบบ – 09:15 น.]
ภวินทร์ก้าวเท้าลงจากลิฟต์ผู้บริหารด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าสู่เขตห้องทำงานส่วนตัว ผู้จัดการฝ่ายผลิตก็รีบปรี่เข้ามาดักหน้าเพื่อรายงานปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับอัญมณีลอตใหม่ ภวินทร์จำต้องหยุดยืนสนทนาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สายตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะ
ในขณะที่กำลังหารือเรื่องงานอยู่นั้น เสียงเอะอะโวยวายแสบแก้วหูก็ดังเล็ดลอดมาจากโซนแผนกออกแบบที่อยู่ถัดไป มันดังพอที่จะทำให้พนักงานแถวนั้นเริ่มเสียสมาธิและหันไปมองเป็นตาเดียว
ภวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เขาหันไปสั่งการเลขาคนสนิทที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้าง ๆ ทันที
"ติณ ไปดูสิว่ามีเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงปล่อยให้เสียงดังออกมาถึงข้างนอก" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะดุนั้นทำให้คนฟังรู้ดีว่าเขากำลังเริ่มหมดความอดทน
"ส่วนฉันจะเข้าไปรอที่ห้องประชุม เตรียมเอกสารให้พร้อมภายในห้านาที"
"รับทราบครับคุณวิน" ติณภพรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว
ติณภพรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว เขาเดินแกะรอยตามเสียงโวยวายเข้าไปจนถึงกลางแผนกออกแบบ ฝูงชนพนักงานที่กำลังยืนมุงดูเหตุการณ์หนาตาทำให้เขาต้องเอ่ยปากเสียงเรียบเพื่อสยบความวุ่นวาย
"ใกล้จะถึงเวลาประชุมบอร์ดบริหารแล้ว ทำไมพวกคุณยังมามัวยืนจับกลุ่มเสียงดังกันอยู่ตรงนี้ แทนที่จะเตรียมไฟล์งานให้พร้อม"
น้ำเสียงนิ่งสนิททว่าทรงอำนาจนั้นทำให้พนักงานแถวนั้นพากันแตกฮือและก้มหน้ากริบ พะแพงรีบปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้ดูอ่อนลงทันทีเมื่อเห็นเลขาคนสนิทของท่านประธาน... พะแพงรีบปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้ดูอ่อนลงทันทีเมื่อเห็นคุณเลขาคนสนิทของภวินทร์
"คุณติณภพมาพอดีเลยค่ะ พะแพงกำลังปวดหัวกับเด็กฝึกงานคนใหม่... "
"ดูเหมือนว่าวันนี้ทีมออกแบบอาจจะไม่มีงานนำเสนอในห้องประชุมนะคะ"
"เพราะลัลลลินทำไฟล์งานหาย หรือจริง ๆ อาจจะไม่ได้ทำเลยก็ได้ค่ะ"
ติณภพชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันมามองลัลลลินที่ยืนหน้าเสียอยู่ข้างคอมพิวเตอร์ แววตาของเลขาหนุ่มวูบไหวไปชั่วครู่เมื่อเห็นความอิดโรยบนใบหน้าของคุณหญิงที่เขาแอบรู้อยู่เต็มอกว่าเธอทุ่มเทแค่ไหน
"หายงั้นเหรอครับ" ติณภพทวนคำพลางขยับแว่นสายตา
เขาพยายามข่มความรู้สึกตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยเมื่อรู้ว่าคนที่กำลังถูกรุมกินโต๊ะคือใคร น้ำเสียงที่เคยดุดันเมื่อครู่ค่อย ๆ ปรับลดระดับลงมาให้ดูนิ่งสุขุมขึ้นเพื่อไม่ให้เป็นการเปิดเผยตัวตนของลัลลลินต่อหน้าคนอื่นจนผิดสังเกต
"งานที่หายไป... มันเป็นงานส่วนไหนครับคุณลัลลลิน อธิบายรายละเอียดให้ผมฟังหน่อย" ติณภพเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเธอมากขึ้น
"เป็นคอลเลกชัน Summer ทั้งหมดค่ะ" ลัลลลินพยายามรวบรวมสติอธิบายเสียงสั่น
"ลันทำเสร็จถึงขั้นลงสีและจัดทำพรีเซนเทชันเสร็จสมบูรณ์เมื่อตอนตีสอง"
"ลันเซฟไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์นี้ และสำรองไว้ในไดรฟ์กลางของแผนกด้วย"
"แต่วันนี้พอเปิดมา... ทุกอย่างกลับว่างเปล่าค่ะ"
"แหม... เล่าเป็นตุเป็นตะเชียวนะจ๊ะ" พะแพงรีบแทรกขึ้นมาทันทีพลางเบะปากใส่
"สำรองไว้ในไดรฟ์กลางด้วยเหรอ พะแพงเช็กดูแล้วนะคะคุณติณ ไม่เห็นจะมีแม้แต่เงาไฟล์ของยัยเด็กนี่เลย"
"พะแพงว่าเธอคงเบลอจนไม่ได้เซฟมากกว่า หรือไม่ก็แกล้งสร้างเรื่องขึ้นมาเพราะงานมันห่วยจนไม่กล้าเอาออกมาโชว์"
"คุณพะแพงครับ รบกวนอยู่ในความสงบก่อน" ติณภพปรามด้วยสายตาคมกริบจนหัวหน้าฝ่ายออกแบบต้องยอมหุบปากลงอย่างไม่เต็มใจ
เขาหันกลับมาทางคอมพิวเตอร์ของลัลลลิน
"ขอผมเช็กเครื่องหน่อยครับ"
ติณภพลงมือตรวจสอบประวัติการใช้งานและระบบเบื้องหลังของเครื่องโดยตรง เขารู้ดีว่าลัลลลินไม่มีทางโกหกนิ้วเรียวของเลขาหนุ่มรัวแป้นพิมพ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าไปขุดค้นในส่วนของ Cache และไฟล์ชั่วคราว ที่ระบบมักจะเก็บร่องรอยเอาไว้โดยอัตโนมัติ
"นี่ไง..." ติณภพพึมพำ
พะแพงและอลิสราถึงกับชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความอยากรู้ ในไฟล์เลย์เอ้าท์ที่ถูกสำรองไว้อัตโนมัติก่อนการเซฟครั้งสุดท้าย ปรากฏเป็นภาพร่างเส้นสเก็ตช์ที่ออกแบบไว้ก่อนการลงสี แม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ชัดเจนว่าลัลลลินได้ลงมือทำงานนี้อย่างหนักจริง ๆ
"รูปพวกนี้..." ลัลลลินมองหน้าจอด้วยความดีใจ "นี่คือเส้นสเก็ตช์ที่ลันวาดก่อนจะลงรายละเอียดค่ะ แต่มันเหลือแค่ไฟล์ดิบพวกนี้เหรอคะคุณติณ"
"ดูเหมือนไฟล์หลักที่สมบูรณ์จะถูกลบทิ้งอย่างจงใจครับ" ติณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบพลางปรายสายตามองไปยังกลุ่มคนที่มุงอยู่
"และมันถูกลบหลังจากที่คุณลัลลลินชัตดาวน์เครื่องไปแล้วด้วยสิ"
พะแพงหน้าเสียไปวูบหนึ่งก่อนจะรีบก้าวเข้ามาแทรก ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วจ้องหน้าเลขานุการหนุ่มอย่างจริงจัง
"ต่อให้รีเซ็ตหรือกู้ร่องรอยอะไรขึ้นมาได้ แต่มันก็เป็นแค่เส้นสเก็ตช์ดิบ ๆ หยาบ ๆ เองนะคะคุณติณ" พะแพงกอดอก ชำเลืองสายตาอย่างมีจริตเชิงตักเตือน
"Pawin Jewelry ของเราเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ การเอาเศษเสี้ยวงานที่ยังไม่สมบูรณ์เข้าไปกางในห้องประชุมบอร์ดบริหาร พะแพงมองว่ามันจะทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเราดูไม่โปรเฟสชันนอลอย่างรุนแรง และที่สำคัญ... ท่านประธานยิ่งเป็นคนเป๊ะเรื่องมาตรฐานงานอยู่ด้วย ถ้าท่านเห็นงานสภาพนี้เข้า พะแพงเกรงว่า..."
ติณภพขยับแว่นสายตาเล็กน้อยพลางจ้องมองพะแพงด้วยสายตานิ่งลึกจนหัวหน้าฝ่ายออกแบบรู้สึกเย็นสันหลังวาบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่ทรงพลังขัดขึ้นมาทันควัน
“จะใช้ได้หรือไม่ได้... หรือจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทไหม คนที่จะเป็นคนตัดสินใจไม่ใช่คุณพะแพงครับ... แต่คือท่านประธาน”
ติณภพเอ่ยตัดบทอย่างเด็ดขาด ก่อนจะหันไปสั่งการพนักงานไอทีที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลทันที
“ฝากเจ้าหน้าที่ไอที ดึงไฟล์เส้นร่างพวกนี้ลงในแฟลชไดรฟ์สำรองให้ผมเดี๋ยวนี้ อย่างน้อยมันก็เป็นหลักฐานว่ามีการทำงานจริง ไม่ใช่อากาศธาตุอย่างที่คุณกล่าวหา”
เลขาหนุ่มปรายสายตาคมกริบมองไปยังอลิสราที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้างหลังพะแพง ก่อนจะหันมาบอกหญิงสาวที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความกังวล
“คุณลัลลลิน เตรียมตัวให้พร้อมครับ”
“แต่คุณติณค่ะ มันเป็นแค่เส้นสเก็ตช์หยาบ ๆ พะแพงว่ามันจะทำให้ภาพลักษณ์บริษัทเราดูไม่โปรนะคะ"
"ท่านประธานยิ่งเป็นคนเป๊ะเรื่องงานอยู่ด้วย...”
“คุณลัลลลินเอาไฟล์เส้นร่างพวกนี้แหละเข้าไปก่อน ท่านประธานเป็นคนที่รับฟังเหตุและผลเสมอครับ” เลขาหนุ่มปรายสายตาคมกริบมองไปยังพะแพง
“อีก 5 นาที ทุกคนต้องพร้อมหน้ากันในห้องประชุมบอร์ดบริหาร” ติณภพไม่รอฟังคำท้วงติง เขาหมุนตัวเดินนำออกไปพร้อมทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่สะกดให้ทุกคนในแผนกต้องขยับตัวตาม
“ใครช้ากว่าเวลาที่กำหนด ผมจะไม่ถือว่าเป็นแค่ความผิดพลาดเรื่องงาน... แต่จะถือว่าเป็นการขัดคำสั่งโดยจงใจ” พะแพงได้แต่สะบัดหน้าอย่างขัดใจ พลางหันไปมองลัลลลินด้วยสายตาอาฆาต
“รอดไปได้อีกน้ำนะ ลัลลลิน แต่เตรียมตัวไว้เถอะ"
"เข้าไปในห้องนั้นเมื่อไหร่... ท่านประธานจะสั่งสอนเธอเองว่า อะไรควรไม่ควรถูกเอามาวางบนโต๊ะประชุม”
“และจำใส่หัวไว้ด้วยนะลัลลลิน” พะแพงก้าวเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับลดเสียงลงให้ได้ยินกันเพียงสองคนน้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความจิกกัดและคาดโทษ
“ถ้าการประชุมวันนี้ต้องพังพินาศเพราะไอ้ไฟล์ขยะที่เธออุตส่าห์ขุดขึ้นมา"
"เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าท่านประธานเพียงคนเดียว”
พะแพงปรายสายตาเหยียดหยามมองมือของลัลลลินที่กำแฟลชไดรฟ์ไว้แน่น ก่อนจะสำทับอย่างไร้เยื่อใย
“อย่าได้คิดจะลากคนในแผนก หรือลากชื่อฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเด็ดขาด"
"ความไร้ฝีมือและความสะเพร่าของเธอ... เธอต้องแบกมันไว้คนเดียว"
"แล้วเตรียมตัวรับบทลงโทษที่หนักที่สุดจากท่านประธานไว้ได้เลย"
"เพราะคนอย่างคุณวิน ไม่เคยให้โอกาสครั้งที่สองกับคนที่ทำงานพลาด”
พูดจบ พะแพงก็สะบัดหน้าเชิดใส่แล้วเดินนำอลิสราออกไปจากแผนกทันที ทิ้งให้ลัลลลินยืนอยู่ท่ามกลางความกดดันที่หนักอึ้ง แต่ในความเงียบนั้น ลัลลลินกับกระชับแฟลชไดรฟ์ในมือแน่นขึ้นกว่าเดิม แววตาที่เคยสั่นระริกเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด
‘ได้ค่ะคุณพะแพง... ลันจะรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง’ เธอบอกตัวเองในใจ
ก่อนจะก้าวเท้าตามทุกคนมุ่งหน้าสู่ห้องประชุมที่กลายเป็นสมรภูมิพิสูจน์ชีวิตของเธอในวินาทีถัดมา หัวใจเต้นรัวด้วยความกดดัน แต่ในแววตาที่อิดโรยนั้นกลับมีความมุ่งมั่นบางอย่างที่วูบวาบขึ้นมา เธอรู้ดีว่านี่คือโอกาสที่จะพิสูจน์ศักดิ์ศรีของเธอ...ต่อหน้าคนทั้งบริษัท