สายลมเย็นยามใกล้เช้าพัดผ่านผ้าม่านเบาบาง ลัลลลินจึงฝืนลืมตาขึ้น พร้อมหัวใจที่เหนื่อยล้าจากการมองหน้าจอจนดึกเมื่อคืน เช้านี้เธอยังไม่ลืมทำหน้าที่ของภรรยาที่ดูแลสามีเหมือนเช่นเคย
เธอเดินงัวเงียไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ พลางยกมือปิดปากหาวเบา ๆ ด้วยความง่วงสะสม ก่อนเปิดตู้แล้วไล่ปลายนิ้วเลือกชุดสูทของสามีที่แขวนเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่แล้วมือบางก็ชะงักลงเมื่อเห็นเนกไทสีน้ำเงินเข้มเส้นหนึ่งที่เธอเคยชอบ ลัลลลินขมวดคิ้วน้อย ๆ พลางนึกถึงคำพูดของพะแพงในโรงอาหารขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณวินเขาชอบให้พี่เลือกเนกไทให้บ่อยๆ ...”
“หึ... เลือกเก่งนักใช่ไหม” ลันบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
พลางกระชากเนกไทเส้นหนึ่งออกมาวางไว้ข้าง ๆ แล้วหยิบเส้นสีเทาเรียบ ๆ ออกมาเทียบกับชุด แต่แล้วก็วางลงใหม่แล้วหยิบสีเลือดนกออกมา
“เส้นนี้ก็น่าจะเหมาะ... หรือว่าเขาจะชอบสีที่คุณพะแพงเลือกให้มากกว่านะ”
“บ่นอะไรแต่เช้าครับคนดี"
"แล้วนั่นทำไมต้องทำหน้ายุ่งใส่เนกไทพี่ขนาดนั้นด้วย”
“เปล่าค่ะ ลันก็แค่กำลังเลือก... สิ่งที่เข้าตาพี่วินที่สุดอยู่ไงคะ"
"เห็นว่าช่วงนี้รสนิยมลันอาจจะสู้คนอื่นไม่ได้”
ภวินทร์ทอดสายตามองใบหน้าซีดเซียว... เกินกว่าจะยอมทำตามใจเขา
“นี่เรายังไม่จบเรื่องเนกไทเจ้าปัญหานั่นอีกเหรอหืม” ภวินทร์เชยคางเธอขึ้น
“พี่บอกแล้วไงว่านั่นมันคืองาน ลันน่ะคิดมากไปเองแล้ว”
“ลันไม่ได้คิดมากค่ะ ลันแค่คิดตามข้อเท็จจริงที่ได้ยินมา” ลันสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย
“พี่วินบอกว่าให้เขาเลือกให้ลูกค้า"
"แต่เขาเอามาป่าวประกาศว่าเลือกให้พี่วินใส่"
"แล้วคนทั้งออฟฟิศเขาก็เชื่อไปแล้วด้วย"
"ป่านนี้ลันคงถูกมองว่าเป็นพวกไร้รสนิยมที่คิดจะปีนเกลียวคุณพะแพงคนโปรดของพี่วินไปแล้วมั้งคะ”
“คนโปรด..."
"อะไรกันล่ะลัน” ภวินทร์เริ่มขยับเสียงเข้มขึ้นนิดๆ แต่ยังคงมีความนุ่มนวล
"สำหรับพี่... คำว่าคนโปรดมันยังน้อยไปลัน เพราะลันคือ 'คนเดียว' "
"ที่มีสิทธิ์ก้าวล้ำเข้ามาในทุกพื้นที่ของชีวิตพี่ ไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยมการแต่งตัว แต่หมายถึงทั้งตัวและหัวใจ... พี่ให้ลันคนเดียว"
"ดูสิ... ตาโหลขอบตาดำหมดแล้ว” เขาลูบแก้มเนียนเบา ๆ ด้วยความเป็นห่วง
“วันนี้ลันหยุดพักเถอะนะ พี่สั่งงานลงไปให้เองว่าลันไม่สบาย"
"ไปนอนพักผ่อนให้เต็มที่เดี๋ยวพี่กลับมาดูแลตอนเย็นเอง”
“ไม่ได้ค่ะ” ลันปฏิเสธทันควัน แววตาดื้อรั้นฉายชัด
“ถ้าวันนี้ลันไม่ไปทำงาน มันก็เข้าทางคุณพะแพงนั่นสิคะ"
"เขาคงจะเอาไปป่าวประกาศว่าลันกลัวจนไม่กล้าสู้หน้า"
"หรือไม่ก็ทำงานไม่เสร็จเลยหนีงาน ลันยอมไม่ได้เด็ดขาดค่ะ”
“แต่สภาพลันตอนนี้เหมือนคนจะวูบได้ตลอดเวลาเลยนะ” ภวินทร์ขมวดคิ้ว
“งานน่ะมันเสร็จแล้ว ลันส่งไฟล์ให้พี่ตอนนี้เลยก็ได้"
"เดี๋ยวพี่เอาไปจัดการเปิดกลางประชุมเอง"
"รับรองว่าพะแพงไม่มีที่ยืนแน่ ลันไม่จำเป็นต้องเอาตัวไปเสี่ยงให้เหนื่อยเพิ่มเลย”
“พี่วินไม่เข้าใจ...” ลันจ้องตาเขาเขม็ง
“พี่วินห้ามออกหน้าเด็ดขาดเลยนะ” ลันรีบสำทับพลางใช้ปลายนิ้วกดหัวไหล่กว้างของคนตัวโตกว่าอย่างจริงจัง
“ถ้าพี่วินขยับตัวนิดเดียว คนเขาก็สงสัยกันทั้งออฟฟิศแล้วค่ะ"
"ลันอุตส่าห์อดนอนมาทั้งคืนก็เพื่อจะพิสูจน์ว่าลันอยู่ได้ด้วยฝีมือตัวเอง"
"ไม่ใช่พึ่งบารมีของท่านประธาน"
"ถ้าพี่ช่วยลัน... ความลับที่เราปกปิดกันมามันจะแตกโพละกลางห้องประชุมแน่ ๆ ” ภวินทร์ขมวดคิ้วมุ่น แววตาคมยังเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
“แต่สภาพลันตอนนี้ พี่ใจคอไม่ดีเลยนะ"
"ดูสิ... หน้าซีดจนจะกลืนไปกับผนังห้องอยู่แล้ว"
"ขอบตาก็คล้ำ ถ้าลันวูบไปกลางแผนก"
"พี่จะทนเฉยอยู่บนห้องทำงานได้ยังไง ลันคิดถึงหัวใจพี่บ้างสิครับ”
เขาลูบแก้มเนียนเบา ๆ พยายามจะเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมพัก แต่ลันกลับส่ายหน้าหวืดอย่างดื้อรั้น
“ไม่เป็นไรค่ะ ลันไหว..."
"แค่คอนซีลเลอร์ดี ๆ สักนิดกับลิปสติกสีสว่างๆ หน่อย"
"ลันก็ดูเหมือนพนักงานใหม่ที่ไฟแรงได้แล้วค่ะ” ลันฝืนยิ้มให้เขาสบายใจ
“แต่พี่จัดการให้ได้นะลัน แค่พี่พูดคำเดียว...”
“ลันบอกแล้วไงคะว่า ลันไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นแค่ เด็กเส้น...” ลันรีบขัดขึ้นพลางจ้องตาเขาเขม็งเพื่อที่จะบอกเขาว่าถ้าทำเธอโกรธเขาจริง ๆ
"ลันอยากให้คนใน Pawin Jewelry ยอมรับในตัวลัลลลินจริง ๆ ยอมรับที่ฝีมือของลัน"
"ไม่ใช่เพราะเป็นคนรักของท่านประธาน พี่วินเข้าใจลันนะ” ภวินทร์ถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนนต่อความใจเด็ดของเมียตัวน้อย
“พี่เข้าใจครับ... แต่ลันต้องสัญญาว่าถ้าไม่ไหว ห้ามฝืนเด็ดขาด”
“ลันสัญญาค่ะ วันนี้เราเป็นแค่ ท่านประธาน กับ พนักงานใหม่ นะคะ"
"พี่แอบส่งสายตา ห้ามเรียกไปพบ"
"และห้ามทำตัวสนิทสนมเด็ดขาด ลันกลัวความแตกที่สุดเลยค่ะ"
"ถ้าใครรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน งานที่ลันอดนอนทำมาทั้งคืนมันจะหมดความหมายทันที"
"เพราะคนจะคิดว่าลันชนะได้เพราะพี่วินช่วย” ภวินทร์พยักหน้าอย่างแกน ๆ แม้ในใจจะอยากอุ้มเมียไปนอนต่อใจจะขาด
“ตกลงครับ พี่จะวางมาดให้นิ่งที่สุด ทำเหมือนไม่รู้จักแม้แต่ชื่อลันเลยดีไหม"
"แต่ตอนอยู่บนรถ... ขอพี่กอดเติมพลังให้พนักงานใหม่คนเก่งหน่อยไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้ค่ะ ลันจะไป mrt เอง" ลันตัดบทอย่างไร้เยื่อใยพลางหยิบเนกไทสีน้ำเงินเข้มเส้นที่เธอเลือกไว้ขึ้นมาคล้องคอให้เขา
ปลายนิ้วเรียวขยับจัดแต่งปมเนกไทสีน้ำเงินเข้มอย่างประณีต ราวกับกำลังตีตราจองความเป็นเจ้าของลงบนตัวสามีทางอ้อม
"เนกไทเส้นนี้... ลันเป็นคนเลือก เพราะฉะนั้นมันต้องอยู่บนคอพี่วินตลอดทั้งวัน ห้ามใครมาแตะหรือเปลี่ยนมันเด็ดขาดนะคะ" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาของคนที่มีสิทธิ์ขาดเหนือใคร
“อ้าว... แล้วถ้ามีคนทัก จะให้พี่บอกว่ายังไงล่ะครับ” ภวินทร์แกล้งถามพลางโน้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกชนกัน
“ก็บอกไปสิคะว่าเป็นรสนิยมส่วนตัว เอาให้ใครบางคนดิ้นตายไปเลยค่ะที่ไม่มีโอกาสได้เลือกให้พี่วินอีก” ลันเชิดหน้าขึ้นอย่างแสนงอน
ภวินทร์หัวเราะหึในลำคอพลางรวบเอวบางเข้ามาปะทะอก "หึงพี่จนหน้ามืดตามัวหมดแล้วเมียใครเนี่ย... " "โอเคครับ พี่จะนิ่งที่สุด ใครทักเรื่องเนกไท พี่จะบอกว่าเป็นความลับที่สงวนไว้ให้คนพิเศษเท่านั้นที่รู้... ซึ่งคนพิเศษที่ว่า ก็คือเมียพี่ที่กำลังยืนทำหน้ามุ่ยอยู่นี่ไง”
“พี่วินอ่า ห้ามหลุดคำว่าคนพิเศษเด็ดขาดเลยนะ” ลันตีอกเขาเบา ๆ ใบหน้าที่เคยซีดเซียวเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาเพราะความเขิน
“ครับ ๆ ไม่หลุดแน่นอน... ไปทำงานได้แล้วค่ะพนักงานใหม่คนเก่ง วันนี้สู้เขานะครับ พี่วินจะแอบเชียร์อยู่บนห้องประธานเงียบ ๆ เอง” ภวินทร์จูบหน้าผากมนเป็นการให้กำลังใจครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันก้าวเข้าสู่สมรภูมิออฟฟิศที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและผลงานชิ้นโบแดง