[ภายในห้องทำงานประธานบริษัท – 12:00 น.]
เข็มนาฬิกาบนฝาผนังเคลื่อนตัวมาบรรจบที่เลขสิบสองพอดิบพอดี บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด หลังจากม่านไฟฟ้าปิดลงสนิท ภวินทร์ก็ไม่ยอมปล่อยให้ร่างบางในอ้อมกอดห่างกายแม้แต่นิดเดียว
ภวินทร์ประคองลัลลลินมานั่งบนตักกว้างที่เก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ที่ทำจากหนังแท้ชั้นดี เขาพิจารณาใบหน้าหวานที่ดูอ่อนล้าจากการอดนอน ดวงตากลมโตที่เขาแสนรักบัดนี้หม่นลงเล็กน้อยด้วยความเพลีย
"ไฟล์งานหาย... ทำไมไม่บอกพี่สักคำครับ" ภวินทร์กดเสียงต่ำแต่แฝงความอาทร
"รู้ไหมว่าเมื่อกี้พี่ใจจะขาดที่เห็นลันยืนนิ่งให้พวกนั้นรุมรังแกอยู่ได้"
"ลันอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยลำแข้งนี่คะ... "
"ถ้าลันเอะอะก็ฟ้องพี่วิน เดี๋ยวคนทั้งออฟฟิศก็เอาไปลือกันสนุกปากพอดีว่าลันเป็นเด็กท่าน" ลัลลลินตอบเสียงอ้อมแอ้มพลางซบหน้าลงกับไหล่แกร่ง
"ลันไม่อยากให้ใครมองพี่วินไม่ดีด้วยว่าลำเอียงเพราะเมียตัวเอง"
"ดื้อจริงๆ เลยนะ" ภวินทร์บีบจมูกเธอเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากมนเนิ่นนานเพื่อซับเอาความกังวลออกไป
"นี่คือรางวัลสำหรับคนเก่งที่รักษามาดได้ดีเยี่ยมในที่ประชุม แต่คืนนี้... ต้องโดนทำโทษที่ทำให้พี่เป็นห่วงจนกินข้าวไม่ลงนะ"
ในขณะที่ลัลลลินกำลังจะประท้วงเรื่องบทลงโทษ ภวินทร์ก็กดอินเตอร์คอมเรียกเลขาคนสนิท
"ติณ... สั่งอาหารเข้ามาในห้องผมที เอาเมนูของโปรดที่ลันชอบ กุ้งแม่น้ำเผา ต้มยำกุ้งน้ำข้น แล้วก็ผัดผักบุ้งไฟแดง..."
"อ้อ แล้วจัดการเรื่องที่คุยกันไว้ด้วย"
[แผนกออกแบบ – 12:15 น.]
ในขณะที่พนักงานคนอื่นกำลังเตรียมตัวไปพักเที่ยง ติณภพเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยและดูดุดันกว่าปกติ เขาตรงไปที่โต๊ะทำงานของลัลลลินท่ามกลางสายตาใคร่รู้ของพะแพงและอลิสรา
"ทุกคนฟังทางนี้ครับ" เสียงทุ้มเข้มของติณภพทำให้ทั้งแผนกเงียบกริบ
"เนื่องจากเหตุการณ์ความบกพร่องในหน้าที่และการทำไฟล์งานสำคัญสูญหาย ท่านประธานมีคำสั่งให้ 'พักงาน' คุณลัลลลินโดยไม่มีกำหนด และให้เธอกลับบ้านไปสงบสติอารมณ์ทันที"
พะแพงที่นั่งฟังอยู่ถึงกับเหยียดยิ้มร้ายออกมาอย่างผู้ชนะ แม้จะไม่ถึงขั้นไล่ออกในทันที แต่การถูก 'พักงาน' แบบไม่มีกำหนดท่ามกลางโปรเจกต์สำคัญก็เท่ากับเป็นการตัดอนาคตกลาย ๆ
"แหม... ก็นึกว่าจะแน่ ที่ไหนได้ โดนสั่งพักงานจนได้นะคะ" อลิสราเอ่ยจิกกัดเสียงดัง
"สมควรแล้วค่ะคุณติณ คนทำงานชุ่ยๆ แบบนี้เก็บไว้ก็รกแผนกเปล่าๆ"
ติณภพไม่สนใจเสียงนินทารอบข้าง เขาก้มลงหยิบกรอบรูปเล็กๆ บนโต๊ะของลัลลลินขึ้นมาเช็ดฝุ่นเบา ๆ ก่อนจะวางลงในกล่องอย่างทะนุถนอม แม้แต่ปากกาหรือสมุดโน้ตเขาก็จัดเรียงมันอย่างเป็นระเบียบและเบามือที่สุด อลิสราที่เห็นดังนั้นก็รีบเสนอหน้าเข้ามาท้วงด้วยความหมั่นไส้
"เดี๋ยวค่ะคุณติณ ข้าวของพวกนี้ให้เด็กแม่บ้านมาเก็บก็ได้มั้งคะ"
"หรือจะให้ลัลลลินเดินมาร้องไห้เก็บเองให้เป็นภาระสายตาพวกเราเปล่า ๆ"
"ไม่ต้องครับ ผมได้รับคำสั่งให้ดูแลทุกอย่างของคุณลัลลลินให้ดีที่สุด" ติณภพตอบเสียงเย็นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
จนอลิสราชะงักไปกับคำว่าดูแลให้ดีที่สุด พะแพงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอพลางปัดมืออย่างไม่ใส่ใจ
"ปล่อยคุณติณเขาทำหน้าที่ไปเถอะอลิสรา ป่านนี้ยัยลัลลลินคงวิ่งกลับบ้านร้องไห้ฟูมฟายตาบวมไปแล้วล่ะ ความผิดครั้งนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าเด็กอย่างมันจะรับไหวนี่นะ"
[ภายในห้องทำงานประธานบริษัท – 12:45 น.]
ตัดภาพกลับมาภายในห้องทำงานอันแสนอบอุ่น กลิ่นหอมของกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตตลบอบอวลไปทั่ว ลัลลลินที่พะแพงคิดว่ากำลังร้องไห้ฟูมฟาย บัดนี้กำลังนั่งอยู่บนตักสามี คอยรับเนื้อกุ้งหวานฉ่ำที่ภวินทร์แกะให้ด้วยความเอาใจใส่
"อ้าม... ทานอีกนิดนะลัน เมื่อเช้าไม่ได้ทานอะไรมาใช่ไหม" ภวินทร์จ่อเนื้อกุ้งเข้าที่ปากบาง
"พอแล้วค่ะพี่วิน ลันอิ่มจะแย่แล้ว" เธอประท้วงพลางเคี้ยวตุ้ย ๆ
"แล้วคุณติณไปบอกคนอื่นแบบนั้น ลันจะกลับมาทำงานได้ยังไงคะ พะแพงเขาคงนึกว่าลันโดนไล่ออกไปแล้วแน่ ๆ" ภวินทร์ยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางลูบผมภรรยา
"ก็ให้เขาดีใจไปก่อนไงครับลัน ยิ่งเขามั่นใจว่าลันไม่อยู่"
"เขาก็ยิ่งจะเผยธาตุแท้ออกมา พี่อยากให้เขาตายใจ..."
"ส่วนลัน ช่วงที่พักงานนี้ พี่ไม่อนุญาตให้พักจริงๆ หรอกนะ"
"อ้าว แล้วจะให้ลันทำอะไรคะ"
"มาทำหน้าที่เป็น 'เลขาส่วนตัว' ให้พี่ที่ห้องนี้ไงครับ" ภวินทร์เชยคางเธอขึ้นมาสบตา แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัด
"ลันต้องมาช่วยพี่ตรวจงานฝ่ายผลิต... และต้องคอยดูแล 'หัวใจ' ของประธานคนนี้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วย เข้าใจไหมครับ"
"ลันจะได้มีเวลาออกแบบการผลิต Summer จะได้ให้ช่างขึ้นงานให้ทันส่งพอดีเลยค่ะ"
"นั่นละครับ จะได้ไม่มีใครเอาผลงานลันไปลอกอีก"
"ลันค่อยกลับมาปรากฏตัวอีกทีวันส่งงานจริง... สลัดลุคพนักงาน ที่โดนพักงานมาเป็นดีไซเนอร์ตัวจริงให้พวกนั้นหงายหลังไปเลยค่ะ"
ลัลลลินหน้าร้อนผ่าวจนต้องรีบซุกหน้าลงกับอกแกร่งเพื่อซ่อนความเขินอาย จังหวะหัวใจของเธอเต้นระรัวและรุนแรงเสียจนกลัวว่าคนตัวโตที่โอบกอดเธออยู่นี้จะได้ยินเสียงของมันเข้า
"พี่วินน่ะ... เจ้าเล่ห์ที่สุดเลย"
เธอกระซิบเสียงอู้อี้อยู่กับสาบเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขา ภวินทร์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกของเขา
"ถ้าไม่เจ้าเล่ห์... จะจับกระต่ายดื้อแถวนี้มาอยู่ใกล้ตัวยี่สิบสี่ชั่วโมงได้ยังไงครับ" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างมีความสุขของคนทั้งคู่ดังสะท้อนอยู่ในห้องทำงานที่ปิดสนิท...
[แผนกออกแบบ – 13:30 น.]
แม้ว่าติณภพจะเข้ามาเก็บข้าวของของลัลลลินออกไปแล้ว และประกาศก้องว่าเธอถูก "พักงาน" แต่ความกระวนกระวายใจกลับเริ่มเกาะกินความรู้สึกของ พะแพง อย่างประหลาด เธอนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้เฉย ๆ โดยไม่ได้ขยับทำงานมาเกือบชั่วโมงแล้ว มือเรียวสวยเผลอเคาะโต๊ะเป็นจังหวะถี่ ๆ ตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
อลิสรา ที่สังเกตเห็นท่าทางของหัวหน้าสาว จึงเดินเข้ามาใกล้พลางแสร้งทำเป็นหยิบแฟ้มงานขึ้นมาบังหน้าเพื่อกระซิบกระซาบ
"คุณพะแพงค่ะ... ฉันว่ามันชักจะยังไง ๆ อยู่นะคะ" อลิสราเริ่มเปิดประเด็น
"ตอนแรกคุณติณบอกว่าท่านประธานเรียกยัยลัลลลินไปตำหนิ"
"แต่ทำไมป่านนี้ยัยนั่นยังไม่เดินร้องไห้ออกมาอีกละคะ นี่มันเลยเวลาพักเที่ยงมานานมากแล้วนะ"
"เธอก็ได้ยินที่เลขาเขาพูดไม่ใช่เหรออลิสรา ว่ายัยนั่นโดนพักงาน" พะแพงตอบเสียงเขียวพยายามสะกดอารมณ์ แต่แววตากลับสั่นระริก
"ก็ใช่ค่ะ... แต่คุณพะแพงลืมไปหรือเปล่าคะ ว่าคุณคือคนโปรดของท่านประธานมาตลอด" อลิสราเริ่มใช้คำพูดที่ปั่นประสาท
"ปกติเวลาใครทำงานพลาด ท่านประธานจะด่าประจานแล้วไล่ออกทันที"
"แต่นี่เรียกเข้าไปคุยนานสองนาน ในห้องปิดตายแบบนั้น"
"แถมคุณติณยังเข้าไปขนของออกมาเองอีก มันดูให้เกียรติเด็กนั่นเกินไปหน่อยไหมคะ"
คำพูดของอลิสราเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟในใจของพะแพง
"หรือว่า... ยัยลัลลลินจะงัดไม้ตาย มารยาเด็กฝึกงาน ไปอ้อนวอนท่านประธานคะ" อลิสรายังคงพูดต่อโดยไม่ดูสีหน้าหัวหน้า
"หน้าตาซื่อ ๆ แบบนั้นแหละตัวดีเลย ยิ่งห้องนั้นเก็บเสียงด้วย ไม่รู้ว่าคุยเรื่อง 'งาน' หรือคุยเรื่อง 'อย่างอื่น' กันแน่"
"หยุดพูดบ้า ๆ นะอลิสรา" พะแพงตวาดเสียงต่ำจนเพื่อนร่วมงานหันมามอง
"ท่านประธานไม่ใช่คนหน้ามืดตามัวขนาดจะไปคว้าเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาทำอะไรแบบนั้น"
"อีกอย่าง... ยัยนั่นทำงานชุ่ยจนไฟล์หาย ท่านประธานไม่มีวันเอาคนแบบนั้นไว้แน่" พะแพงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามเชิดหน้าเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองคืนมา
"ฉันจะไปดูให้เห็นกับตาเอง ว่ายัยเด็กนั่นมันยังเสนอหน้าอยู่ในห้องนั้นจริงไหม หรือว่าแอบมุดหัวหนีออกทางประตูหลังไปแล้ว"
พะแพงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามเชิดหน้าเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองคืนมา เธออาศัยจังหวะที่พนักงานคนอื่นเริ่มทยอยกลับเข้าประจำที่เพื่อเริ่มงานช่วงบ่าย เดินตรงไปยังโซนห้องทำงานประธานด้วยความร้อนรุ่ม...