หญิงสาวยังไม่ทันหันไปมองก็มีมือหนาสองข้างถือวิสาสะเอื้อมมาแย่งดัมเบลจากมือเธอไป เขาเก็บมันไว้ในกล่องเช่นเดิม แล้วหยิบกล่องพัสดุของเธอวางซ้อนไว้ด้านบนกล่องดัมเบลก่อนจะยกไปอุ้มไว้ทั้งหมด
เสียงทุ้มนุ่มละมุนกับคำพูดลงท้ายประโยคว่าคะขา ไหนจะกลิ่นกายหอมเย้ายวนในตอนที่เจ้าตัวตั้งใจเบียดชิดเธอ พัชชาก็แทบจะเดาได้ว่าเขาเป็นใคร โดยไม่ต้องหันไปมองด้วยซ้ำ วันนี้มันวันอะไรทำไมเจอแต่คนหน้าด้านไม่จบไม่สิ้น โคตรวุ่นวาย ดูท่าพระเจ้าจะไม่ได้ฟังคำภาวนาของเธอเลย!
หญิงสาวหันไปหาผู้หวังดีที่ดูท่าแล้วประสงค์อาจไม่ค่อยดีสักเท่าไร
“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ” เธอหมายจะคว้ากล่องทั้งสองกล่องคืนมาแต่เขาเบี่ยงตัวหลบ พัชชาขัดใจจนเผลอส่งเสียงจิ๊จ๊ะ
“ไม่ต้องเกรงใจนะคะ พี่ยินดีช่วยค่ะ” อาทิตย์ยังหน้าทน เขายิ้มตาพราวแล้วเสนอหน้าช่วยเหลือต่อไป ไม่สนสักนิดกับหัวคิ้วสวยขมวดมุ่นจนแทบเป็นปมของหญิงสาว
“ไม่ได้เกรงใจค่ะ แต่รำคาญ” พัชชาเริ่มกัดฟันพูดอย่างไม่คิดรักษามารยาทอีกต่อไป
“อย่าใจร้ายนักสิคะ พี่แค่...” อาทิตย์พูดไม่ทันจบคำหญิงสาวก็หันไปบอกกับพนักงานว่าฝากเก็บของไว้ที่นี่ก่อนแล้ววันหลังค่อยลงมาเอาใหม่ ก่อนจะเดินชนไหล่เขาแล้วก้าวฉับ ๆ ไปยังลิฟต์ฝั่งที่จะพาขึ้นไปยังชั้นดูเพล็กซ์อย่างไม่สบอารมณ์นัก ยอมทิ้งทั้งกล่องพัสดุและกล่องดัมเบลไว้
“ดื้อฉิบ!” อาทิตย์พูดพลางหัวเราะเบา ๆ เขาส่ายหน้าให้กับความใจแข็งของหญิงสาว ชายหนุ่มหมุนตัวจะเดินขึ้นลิฟต์อีกตัวไปยังเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของเขา แต่กลับโดนพนักงานสาวเรียกไว้
“ดะ เดี๋ยวค่ะ! คุณอาทิตย์!”
“ครับ” เขาเลิกเลิกคิ้วถาม ใบหน้าหล่อเหลากับเสียงทุ้มอ้อนบวกรอยยิ้มละลายใจทำเอาพนักงานสาวแทบใบ้กิน เธอยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายด้วยกลัวก้อนเนื้อจะกระโจนออกมานอกอก ก่อนจะกลั้นใจพูด
“นั่นพัสดุของคุณพายนะคะ คุณอาทิตย์จะเอาไปไหนคะ” ไม่รู้ทำไมพูดกับเขาถึงได้เสียงอ้อนอ่อนหวานขนาดนี้ โอ๊ย... อิช้อยใจละลาย! ยิ่งมายิ้มหล่อๆ ส่งตาหวานพราวระยับให้ ทำคนมองเหมือนต้องมนตร์สะกดแล้วใครจะต้านไหวกันล่ะพ่อคุณ
“ไม่เป็นไรนะครับผมเต็มใจ เดี๋ยวจะช่วยเก็บไว้ให้น้องเอง”
ชายหนุ่มเดินผิวปากเข้าเพนต์เฮาส์ของตัวเองมาอย่างคนอารมณ์ดีทั้งที่เพิ่งโดนสาวเมินมา พัชชาเป็นผู้หญิงคนแรกเลยกระมังที่ด่าเขาแต่เขายังยิ้มได้ไม่โกรธเลยสักนิด ผู้หญิงอะไรน่าจับกดให้หายหยิ่งชะมัด!
ทว่าทันทีที่เข้ามารอยยิ้มที่มักทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ใจละลายได้เสมอกลับต้องหุบฉับเมื่อสบตาเข้ากับบุคคลไม่ได้รับเชิญที่นั่งหน้าสลอนอยู่บนโซฟากลางโถงกว้างของเพนต์เฮาส์
“ไอ้วิช ไอ้น้องเวร!” กรวิชญ์ [1]หรือ วิช ลูกชายลุงภัทรสมาชิกแก๊งท่านประธานเพื่อนสนิทของมารดาเขา และมันดันมาสนิทกับเขาอีกที
“หิวว่ะพี่ มีบะหมี่ให้กูแดกบ้างไหม” เสียงเซ็ง ๆ เอ่ยทักทาย แค่คำแรกที่มันทักกันก็ไม่พ้นเป็นภาระให้เขาต้องหาอาหารให้ ไหนจะการเข้ามาอย่างถือวิสาสะนี่อีก
อาทิตย์กระแทกลมหายใจกับการโดนบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวครั้งที่เท่าไรแล้วก็จำไม่ได้เพราะนับไม่หมด ทั้งที่เหมือนจะชินหากก็ไม่อยากชินเสียที
“นี่มันเพนต์เฮาส์ของกูจริงดิ? ไอ้ฉิบหาย!” เพนต์เฮาส์ส่วนตัวราคาหลักร้อยล้าน หากความวุ่นวายไม่ต่างจากที่สาธารณะ! ทุกคนในแก๊งรู้รหัสห้องเขาทั้งนั้น ทั้งที่พวกมันต่างก็มีเพนต์เฮาส์คนละห้องอยู่ชั้นเดียวกันหมดก็ยังชอบมาขลุกที่ห้องเขากันจนแทบจะเป็นห้องส่วนกลางอยู่แล้ว
ชายหนุ่มวางกล่องที่เขาถือวิสาสะขนติดมือกลับมาด้วยไว้บนโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ขนาดแปดที่นั่งกลางห้องโถงกว้าง ก่อนจะหายเข้าห้องน้ำไปล้างมือล้างไม้ให้สะอาด ไม่วายมีเสียงของกรวิชญ์ตะโกนถามไล่หลังเสียงดัง
“ไอ้พี่ทิต! กูหิว!”
“ไปบอกพ่อมึงโน่นไปไอ้ควาย! พูดเพราะ ๆ ไม่เป็นก็ไม่ต้องแดก!” อาทิตย์ตะโกนตอกกลับด้วยความหมั่นไส้ ไอ้เด็กเวรนี่เป็นภาระไม่พอ ยังเป็นเด็กไม่มีสัมมาคารวะอีกต่างหาก เรียก‘ไอ้’ชัดแจ๋วขนาดนี้ ไม่ต้องใส่คำว่าพี่แล้วก็ได้
“พี่ทิดฮะ! น้องวิชของพี่คนนี้หิวบะหมี่มากเลยฮะ แต่มันหมดแล้วแน่ ๆ หาไม่เจอเลย” กรวิชญ์รีบเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกรุ่นพี่คนสนิทอย่างไว
“นอกจากอกไก่กับบรอกโคลี ในห้องคุณพี่ก็ไม่มีอะไรให้กระผมแดกอีกเลยฮะ” ใบหน้าหล่อกะพริบตาอ้อนแล้วพูดสอพลอด้วยประโยคยาวเหยียดอย่างที่น้อยครั้งจะทำ หากเพื่อของกินกรวิชญ์ทำได้ ให้อาทิตย์ผู้ที่ใจอ่อนกับน้องเสมอให้อภัย และมองข้ามความปากหมาที่เรียกมันว่า ‘ไอ้’ ไปเมื่อครู่
‘แหม... เรียกไอ้ตั้งแต่เด็กจนโต วันนี้เสือกกระแดะรับไม่ได้ ไอ้พี่เวร!’ กรวิชญ์บ่นต่อในใจ และได้ผลเมื่ออาทิตย์เดินออกจากห้องน้ำแล้วตะโกนกลับมา...
"บะหมี่เกาหลีสูตรโลว์โซเดียมในกล่องบนเคาน์เตอร์ครัว กูเพิ่งสั่งมาให้ แดก ๆ ไปซะ!" เห็นกรวิชญ์ชอบกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโซเดียมสูงบ่อย ๆ เลยกลัวจะไตวายตายเข้าสักวัน แล้วถ้าดันมาตายในห้องเขาด้วยจะลำบากเป็นภาระเพิ่มอีก ถึงได้อุตส่าห์เลือกสั่งสินค้าสำหรับคนรักสุขภาพมาให้มันกินแทนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบเดิม ๆ
ความจริงห้องอาทิตย์มีอาหารสดและแช่แข็งให้เลือกสรรค์ไม่ว่าจะเป็นผักหรือเนื้อและโปรตีนเสริมอีกเพียบ หากแต่กรวิชญ์ไม่คิดแตะต้อง เพราะขี้เกียจทำอาหาร
ล้างมือเสร็จชายหนุ่มเจ้าของห้องก็เดินปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาอวดเรือนร่างกำยำ และมัดกล้ามหนั่นแน่นขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวที่อยู่บนชั้นสองของเพนต์เฮาส์เพื่อเปลี่ยนเป็นชุดลำลอง อาทิตย์ไม่เหมือนผู้ชายวัยเดียวกันที่ชอบใส่ชุดนักศึกษาทำกิจวัตรประจำวันหรือไปไหนมาไหน เขาชอบแต่งตัวตามกาลเทศะมากกว่า
ทว่าทันทีที่เดินลงมาถึงชั้นล่าง ไม่ทันจะเข้าไปในครัวเพื่อจะชงโปรตีนกิน กลับต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ากรวิชญ์กำลังทำอะไรอยู่... มันกำลังแกะกล่องพัสดุของพัชชา!
"ไอ้ห่าวิช! มึงทำเหี้ยอะไร!" ร่างสูงรีบพุ่งตัวก้าวยาว ๆ กระโดดลงมาจากบันไดสามขั้นสุดท้าย แล้ววิ่งกระโดดข้ามโซฟาเหมือนตัวเองเป็นนักวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางทีมชาติไทย เพื่อมาคว้ากล่องพัสดุที่โดนกรวิชญ์ใช้มีดคัตเตอร์กรีดพลาสติกไปแล้วกำลังจะง้างมือเปิดกล่องอยู่รอมร่อเข้าอ้อมอกตัวเองทันที
"เชี่ยไรเนี่ย!" มือของกรวิชญ์ชะงักค้างกลางอากาศ ใบหน้าหล่อเหลานิ่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
“กล่องนี้ไม่ใช่บะหมี่ของมึง!”
“เอ๊า... แล้วอะไร ก็เห็นบอกให้เปิดแดกได้เลยไม่ใช่เหรอวะ อย่างก!” กรวิชญ์หมายจะคว้ากล่องกลับมา อยากรู้ว่าอะไรอาทิตย์ถึงได้หวงนักหนา ปกติก็ไม่เห็นว่าจะเคยมีความลับกับเพื่อนสักคน
“กูบอกว่ากล่องบนเคาน์เตอร์ครัวไอ้ควาย อันนี้ไม่ใช่” อาทิตย์ยื้อแย่งกล่องกลับมาไม่อยากให้กรวิชญ์วุ่นวาย ถึงเขาจะถือวิสาสะเอาของของพัชชามาเก็บไว้ หากเพียงเพราะอยากใช้เป็นข้ออ้างเพื่อได้เจอกับหญิงสาวอีก ไม่ได้ต้องการละลาบละล้วงถึงของส่วนตัวของหญิงสาวแต่อย่างใด เขาหน้าด้านก็ใช่แต่ไม่ได้ไร้มารยาทขนาดนั้น
สองหนุ่มยื้อแย่งกันได้ไม่นาน ด้วยพละกำลังของผู้ชายตัวโตสองคนและมือหยาบกร้านทำให้กล่องที่โดนเปิดฝาออกอยู่แล้วเกิดฉีกขาด ของที่อยู่ด้านในพากันร่วงกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
“เชี่ย! / ฉิบหาย!” เสียงทุ้มอุทานพร้อมกันด้วยความตกใจเมื่อเห็นของที่กระจายอยู่เต็มพื้นพวกนั้น
“ไม่ใช่บะหมี่จริงด้วยว่ะพี่... ” แต่เป็นบิคีนี! กรวิชญ์พูดต่อในใจ เขาหันมามองอาทิตย์แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยจนเจ้าของห้องถอนหายใจกลบเกลื่อนทั้งที่หน้าซับสีแดงลามไปถึงใบหู
“ไอ้วิช... ไม่ใช่ของกู!”
[1] My baby รักนี้(ต้อง)ข้ามรุ่น โดย แพรสีนิล