ผัวะ!
“โอ๊ย! ตบทำไมวะ ก็กูไม่รู้นี่หว่า” กรวิชญ์ลูบหัวตัวเองป้อย ๆ หลังจากที่โดนอาทิตย์ตบกะบาลเข้าให้
“อู้วว...! เน้นๆเลยครับ เสียงโคตรแน่น” ธิติสูดปากเจ็บแทนหากแต่ใบหน้ากลับออกไปทางสะใจจนโดนกรวิชญ์ชี้หน้าอาฆาต
“มึงไม่ต้องมาสะใจเลยไอ้พี่แบงค์!” กรวิชญ์เห็นอาทิตย์ตามติดพัชชามาหลายวันแล้ว หนำซ้ำวันนี้ยังจับมือถือแขนหญิงสาวจนแทบจะดึงมากอดไว้แนบอก ดูจากดาวอังคารก็รู้ว่ามันสนใจ ไม่รู้มันจีบติดหรือยังเขาก็แค่อยากแซวเล่น ๆ ไปอย่างนั้นเอง แต่ใครจะไปรู้ว่ากล่องพัสดุเป็นของพัชชา เมื่อวานถามแล้วไม่ยอมบอกเอง เขาผิดตรงไหน!
“เสือกไม่เข้าเรื่องนะมึง เดี๋ยวปั๊ด อีกสักทีดีไหม” อาทิตย์ง้างมือหมายจะเพ่นกะบาลรุ่นน้องคนสนิทอีกรอบ แต่โดนอาชวินพี่ใหญ่ของกลุ่มห้ามไว้เสียก่อน
“มึงไม่ต้องไปด่าน้องมัน มึงนั่นแหละตัวดี ผิดเองแล้วเสือกโวยวาย” อาชวินตำหนิ ใครใช้ให้มันบ้าไปเอาพัสดุของคนอื่นมาเก็บไว้ล่ะ นิสัยไม่น่ารักเลยไอ้น้องห่านี่
“คิดจะจีบสาว มึงเข้าหาเขาแบบดีๆ แบบที่คนปกติเขาทำกันไม่ได้รึไง”
“ว่าแต่ในกล่องนั่นอะไร” เป็นอคินที่เอ่ยถาม คนที่นาน ๆ จะนึกอยากเสือกเรื่องชาวบ้านสงสัยขึ้นมาบ้าง เห็นหญิงสาวรุ่นน้องเดือดดาลขนาดนั้นเขาก็ชักอยากรู้แล้วสิ
“ว่าไงไอ้วิช” ทุกสายตาจับจ้องมาทางกรวิชญ์แทนที่จะมองอาทิตย์คนต้นเรื่อง
“เดี๋ยวๆ เกี่ยวไรกับกูวะ ถามไอ้ทิตมันโน่น!” กรวิชญ์โวยวายอีกรอบ ไม่พูดแล้วเรื่องนี้ พูดแล้วซวยทุกที อาทิตย์มองเขาราวกับจะแดกหัว หากพูดไปมีหวังโดนตบหัวทิ่มอีกแน่ ไม่ใช่เรื่อง
“ว่าไงไอ้ทิต...” ธิติคาดคั้นด้วยความอยากรู้หากแต่อาทิตย์ก็ไม่ยอมปริปาก ไม่อยากพูดให้ใครฟังทั้งนั้น ชายหนุ่มนั่งคิดอะไรอยู่คนเดียวสักพักก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“กูไปละ เจอกันห้องเรียนทีเดียวเลย”
เย็นวันนั้นหลังจากจบคาบสุดท้ายของวิชาเรียน ปราณชนกชวนทั้งพัชชาและกนธิชาไปกินมื้อเย็นโดยมีพี่ชายของหญิงสาวเสนอตัวเป็นเจ้ามือ
“ปราง ฉันไม่ไปได้ไหม” พัชชาอยากปฏิเสธเพราะวันนี้อารมณ์ไม่ดี หากให้ไปนั่งร่วมโต๊ะกับพี่ของเพื่อนเกรงจะทำตัวเสียมารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่
“ไปเถอะน่า ไปด้วยกัน” ปราณชนกอยากปลอบประโลมให้พัชชาใจเย็นลง หลังจากเรื่องกับอาทิตย์พัชชาก็อารมณ์ไม่ดีมาทั้งวันแล้ว ซึ่งปราณชนกเองไม่มั่นใจนักว่าคือเรื่องอะไร
“ไปเถอะพาย ดีกว่านั่งเซ็งอยู่คอนโดคนเดียวนะ” กนธิชาช่วยพูดอีกแรง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพัชชากับรุ่นพี่สองสาวไม่คิดถามต่อแล้วว่ามันเป็นเรื่องอะไร เพราะรู้ดีว่าหากพัชชาไม่อยากปริปากเล่าเอง ถามไปก็ไร้คำตอบอยู่ดี
“อืม ไปก็ไป” สุดท้ายพัชชาก็พยักหน้ารับ
“ว่าแต่จะไปกินที่ไหน ต้องเปลี่ยนชุดก่อนไหม” ตอนนี้ทั้งสามสาวยังอยู่ในชุดนักศึกษา พัชชาชอบแต่งตัวตามกาลเทศะและสถานที่มากกว่าจะใส่ชุดนักศึกษาตะลอนไปทุกที่ มันจะดูไม่ดี ถึงเธอจะแต่งตัวโชว์เนื้อโชว์หนังบ่อยครั้งหากก็ดูสถานการณ์และสถานที่ก่อนทุกครั้ง
“ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ไปกินข้าวร้านแถวนี้แหละ ค่อยกลับคอนโดเปลี่ยนทีเดียวจะได้ไม่เสียเวลา เดี๋ยวพี่ปริ๊นก็ถึงละมั้ง... นั่นไง! มาพอดีเลย” ว่าไม่ทันจบคำรถเอสยูวีสีดำก็มาจอดเทียบข้างฟุตพาทใกล้โต๊ะใต้ต้นไม้ที่สามสาวนั่ง
ปริญ หรือ ปริ๊น นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สามของมหาวิทยาลัยเดียวกัน เป็นพี่ชายของปราณชนกลูกชายคนที่สองของทนายชื่อดังอย่างทนายวิศรุต[1]
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อร้ายสไตล์แบดบอย รูปร่างสูงใหญ่เดินลงมาจากที่นั่งฝั่งคนขับเข้ามาหาสามสาว เสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวๆคณะบริหารทั่วบริเวณก็ดังขึ้นอย่างอิจฉา โดยเฉพาะตอนที่เขายกมือหนาขึ้นมาลูบหัวปราณชนกผู้เป็นน้องสาวยิ่งกร้าวใจ
“สวัสดีค่ะพี่ปริ๊น” กนธิชาทักทาย เธอเคยเจอปริญมาก่อนแล้วแต่พัชชาเพิ่งเคยเจอเขาเป็นครั้งแรก
“สวัสดีค่ะ” พัชชายกมือไหว้พี่ชายเพื่อน
“สวัสดีครับน้องพาย” ปริญรับไหว้ สายตาอ่อนโยนของชายหนุ่มมองเพื่อนน้องไม่วางตาจนคนเป็นน้องเบ้หน้า
พี่ชายเธอเห็นพัชชาครั้งแรกจากภาพที่เธออัปลงไอจีเมื่อหลายวันก่อน หลังจากนั้นก็ถามถึงแต่พัชชาทุกวัน แถมวันนี้ก็ยังเสนอตัวอยากมาหาน้องถึงที่ ปราณชนกเลยถือโอกาสให้เลี้ยงข้าวถือเป็นการทำหน้าที่กามเทพนัดเดตให้พี่ชายด้วยเพราะที่ผ่านมาพี่เธอไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษ
“พี่ปริ๊น ปรางหิวแล้ว”
“อยากกินอะไรกันครับ” เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยถาม ทำเอาปราณชนกเบ้หน้าอีกครั้ง
“ถามน้อง? แต่ตามองใครก่อน” ปราณชนกแซวทำเอาพี่ชายเธอหน้าแดงในขณะที่พัชชายังไม่รู้เรื่องอะไร
“ขึ้นรถเร็วสาวๆ แดดมันร้อน” ปริญทำหน้าที่เปิดประตูให้เพื่อนน้องสาว แต่เป็นปราณชนกที่กระโดดขึ้นเบาะหลังแทนพัชชาหลังจากที่กนธิชาขึ้นไปนั่งแล้ว จงใจเปิดทางให้พัชชาไปนั่งเบาะหน้าข้างคนขับใกล้พี่ชาย
“อะไรของเธอ” พัชชาขมวดคิ้วถาม
“เราอยากนอนหนุนตักกอหญ้า พายไปนั่งหน้าก่อนนะ” แล้วคนอยากเป็นกามเทพก็ทิ้งตัวลงนอนหนุนตักกนธิชา พัชชาพยักหน้ารับแล้วก็ขึ้นไปนั่งข้างคนขับอย่างเสียไม่ได้ ปริญยิ้ม เขาแอบยกนิ้วโป้งให้น้องสาวก่อนจะทะยานรถออกไป
หน้าตึกคณะมีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นอยู่ตลอดเช่นกัน
“มีคู่แข่งแล้วมึงไอ้ทิต” เสียงของลีโอเพื่อนสนิทในสาขาของอาทิตย์เอ่ยขึ้น เขาเป็นพี่รหัสของปราณชนก ลีโอสังเกตอาการของอาทิตย์ก็รู้ได้แล้วว่าเพื่อนคิดอะไรกับรุ่นน้องอย่างพัชชา ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้บอกใครตรง ๆ ก็ตาม
“เอาไงต่อ จะยอมแพ้มันไหม”
“ให้ยอมแพ้ไอ้ปริ๊น กูกัดลิ้นตายดีกว่า” อาทิตย์เสียงเย็นคนอย่างเขาไม่เคยแพ้ใคร แพ้ใจพัชชาไม่เท่าไร แต่ให้แพ้คนอย่างปริญเขายอมไม่ได้แน่นอน
ปริญพาสาวๆมากินโอมากาเสะร้านดังที่ขึ้นขื่อว่าจองยากมากราคาหัวละหลายหมื่น แทนที่จะกินอะไรง่าย ๆ อย่างที่สามสาวตั้งใจไว้ อยากเอาใจเพื่อนน้องสาวล้วน ๆ
“ขอบคุณนะคะพี่ปริ๊น มื้อนี้อร่อยมากค่ะ” พัชชาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม พออิ่มท้องด้วยของอร่อยแล้วอารมณ์ก็ดีขึ้นมาหน่อยนึง
“ยินดีครับ พี่ดีใจนะที่พายชอบ” ปริญน่ารักเป็นกันเองชวนคุยเก่งจนคนหน้าหยิ่งพูดน้อยอย่างพัชชาสามารถทำตัวเป็นกันเองได้ภายในระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมง
“คราวหน้าไว้ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันอีกนะสาวๆ” เขาชวนทุกคนแต่ปราณชนกรู้ดีว่าพี่อยากชวนแค่พัชชามากกว่า จากนั้นปริญก็ทำหน้าที่ไปส่งสาวๆกลับคอนโด ส่วนตัวเขาก็ไปหาเพื่อนต่อเพราะนัดกันไว้แล้ว
“พี่ปริ๊นน่ารักเนอะพาย” กนธิชาช่วยชง ปริญวางตัวดี เป็นผู้ชายที่หล่อและอบอุ่นขัดกับลุคหล่อร้ายจนไม่น่าเชื่อ เธอหันไปขยิบตากับปราณชนกอย่างรู้กัน
“นี่... ฉันรู้นะว่าพวกเธอคิดอะไร” พัชชาเสียงเย็น มองทั้งสองคน ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าเพื่อนกำลังทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชัก และรู้ด้วยเช่นกันว่าพี่ชายเพื่อนดูสนใจเธอเป็นพิเศษ แต่ที่เธอสบายใจจะคุยกับเขา เพราะเขาเป็นพี่ชายของปราณชนก และเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามจนน่าเกลียดเท่านั้นเอง ไม่เหมือนอีกคน... คิดแล้วชักหงุดหงิดขึ้นมา
“ปะ ขึ้นห้องกันดีกว่า” พัชชาและกนธิชาอยู่ชั้นเดียวกันเลยขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกัน ส่วนปราณชนกก็แยกไปขึ้นลิฟต์อีกตัวคนเดียวเพราะเธออยู่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดที่บิดาซื้อไว้ให้
ห้องของพัชชาและกนธิชาเป็นห้องดูเพล็กซ์แต่ราคาก็ไม่เบาเลยทีเดียว ต้องซื้อเท่านั้นไม่มีให้เช่า บิดาเธอก็เต็มใจจัดให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างเธอเช่นกัน
เมื่อลิฟต์เปิดออกเสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือของพัชชาก็ดังขึ้น เป็นกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัยที่รุ่นพี่เพิ่งจะชวนเธอเข้าร่วมด้วยเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง
“หญ้า พี่หลีดชวนไปดื่มอะ ไปด้วยกันไหม” พัชชาชวนเพื่อน ปีหนึ่งรุ่นเดียวกันที่เป็นหลีดส่วนใหญ่ก็มาจากต่างคณะกันทั้งนั้น อยากชวนเพื่อนตัวเองไปด้วยแต่ก็ไม่ได้บังคับ
“ไม่ดีกว่า เราอยากกลับไปนอนดูซีรีส์อ่า ขี้เกียจไปด้วย เราไม่รู้จักใครในกลุ่มหลีดเลย” กนธิชาปฏิเสธ เธอไม่ได้เป็นสมาชิกเชียร์ลีดเดอร์กลัวไปเป็นส่วนเกินมากกว่า
“จะดูซีรีส์หรือจะอยู่ส่องไอจีผู้ชาย?” พัชชาแกล้งแซวหน้าตาย
“อย่ารู้ทันเยอะ อายเป็นนะ!”
“จ้า... แม่คนขี้อาย” สองสาวหัวเราะแล้วแยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเอง พัชชาที่คิดว่าอยากกลับมาพักผ่อนก็เปลี่ยนเป็นอาบน้ำแต่งตัวใหม่ ถึงไม่ใช่สายปาร์ตี ไม่ค่อยสนิทกับใคร ไม่ใช่คนเฟรนด์ลี่ หากก็ปฏิเสธงานเลี้ยงรับน้องของกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์ไม่ได้ ทุกคนไปกันหมดเธอก็ไม่ได้อยากทำตัวแหกคอก ต่อไปต้องทำกิจกรรมร่วมกันสานสัมพันธ์และทำความรู้จักกันไว้ดีกว่าไม่รู้จักกับใครเลย
[1] พระเอกจากเรื่อง รักเล่ห์บุพเพร้าย โดย PURE EVIL