มื้ออาหารอันแสนฝืดคอเพราะอาทิตย์เอาแต่นั่งจ้องและเรียกร้องความสนใจจากพัชชาจบลงแล้ว จิรกรจึงขับรถมาส่งหญิงสาวและเพื่อนสนิทตัวดีที่ลานจอดรถของตึกคณะ เพราะต่างก็บอกว่าจอดรถตัวเองทิ้งไว้ที่นี่ทั้งคู่ ส่วนเขามีธุระค่อนข้างด่วนต้องไปทำต่อหลังจากนี้
“พี่ส่งแค่ตรงนี้นะพาย ดูแลตัวเองได้ใช่ไหม” จิรกรลดกระจกลงแล้วถามหญิงสาว พัชชาเลิกคิ้วแปลกใจกับคำพูดแปลก ๆ ของพี่รหัส
“นี่มหา’ลัยนะคะพี่จอม ทำไมพายจะดูแลตัวเองไม่ได้” เธอพูดติดขำ ทำอย่างกับมาส่งเธอไว้ที่ทางเปลี่ยว หรือป่ารกร้างแล้วกลัวโจรมาลากเธอไปข่มขืนอย่างไรอย่างนั้น ถึงคนที่ลงจากรถมายืนข้างกันจะไม่น่าไว้ใจเท่าไรก็ตาม
“ไม่ต้องห่วง มีกูอยู่ทั้งคน เดี๋ยวดูแลน้องต่อให้” เสียงอาทิตย์พูดแทรก จิรกรถึงกับถลึงตาใส่แล้วด่าเพื่อนแบบไม่มีเสียงว่า
‘มึงอะตัวดีเลย’ มันนี่แหละที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดแล้ว
“ไม่ต้องห่วงค่ะ พายดูแลตัวเองได้” พัชชาให้ความมั่นใจเช่นนั้นจิรกรจึงพยักหน้า เพราะมีสายเข้ารัว ๆ และคิดว่าอาทิตย์คงไม่ใช่คนไร้อารยะที่จะลากน้องรหัสเขาไปปู้ยี่ปู้ยำกลางวันแสก ๆ เป็นแน่ ไอ้นี่มันเหนือชั้นกว่านั้น มันมีวิธีการล่อลวงให้เหยื่อตายใจ
จิรกรยอมทะยานรถออกไปในที่สุด หากพอออกรถมาไกลโขเขาก็เพิ่งสำนึกได้ว่าเพราะมันมีวิธีล่อลวงเหยื่ออย่างเหนือชั้นนี่แหละจึงไม่ควรวางใจ
“ช่างเถอะ พายไม่ได้โง่ เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว” เขาได้แต่ปลอบใจตัวเอง
“ให้พี่ไปส่งไหมคะ” อาทิตย์ถามหญิงสาวเมื่อเหลือกันแค่สองคนที่ลานจอดรถ นักศึกษาบริเวณนี้เริ่มบางตา เวลานี้ห้าโมงกว่าใกล้จะค่ำเต็มที
พัชชาไม่ตอบคำถามเขา เธอทำเพียงใช้สายตาหันไปมองยังรถหรูคู่ใจของตัวเองที่จอดอยู่ใกล้ๆ บอกเขาเป็นนัยว่าเธอมีปัญญากลับเองได้
อาทิตย์มองสีหน้าที่ราวกับมีเสียงด่าของพัชชาลอยมาแล้วได้แต่ยกยิ้ม หาได้สลดหรือสำนึกว่าตัวเพิ่งถามคำถามแสนโง่เง่าไปแต่อย่างใด เขายังรั้นถามต่อ
“น้องพายพักที่ไหนเหรอคะ จอดรถไว้นี่สิ เดี๋ยวพี่ไปส่ง หนูจะได้ไม่ต้องขับเองให้เหนื่อยไง” ถามไม่ตอบ กูถามคำถามใหม่ก็ได้ แบบนี้สิชอบ ยิ่งชอบก็ยิ่งอยากได้
น้ำหยดลงหินเรื่อย ๆ ทุกวัน หินไม่รำคาญบ้างก็ให้มันรู้ไป!
คราวนี้พัชชาเลิกคิ้วแล้วหันมามองรุ่นพี่ตรง ๆ เธอแสดงออกชัดเจนขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมแพ้อีก หน้าทนชะมัดเลยคนอะไรเนี่ย หล่อแบบนี้น่าจะมีผู้หญิงรุมล้อมให้เลือกเยอะแยะ แล้วจะมายุ่งกับเธอทำไม นี่จะรำคาญแล้วนะ!
“ทำไมคะ จะจีบ?” พัชชาเอียงคอถามจนอาทิตย์ยกยิ้ม ผู้หญิงตรง ๆ แมน ๆ ไม่เขิน ไม่ขี้อายแบบนี้เขาชอบชะมัด เจอเธอไม่เท่าไรเขามีแต่คำว่าชอบ ชอบเป็นพันครั้งในหัว ชอบทุกอย่าง โคตรท้าทาย!
“แล้วจีบได้ไหมล่ะคะ” เสียงทุ้มละมุนขึ้นอีกระดับ นัยน์ตาคมพราวระยับในขณะที่ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มมองสบตาเธออย่างสื่อความหมาย รอยยิ้มมุมปากที่ประทับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาเบ้าฟ้าประทาน หากเป็นสาวอื่นรับรองได้ใจเหลวทรุดลงไปกองกับพื้นแล้วกระมัง แต่ไม่ใช่กับคนอย่างพัชชา
“อย่าดีกว่าค่ะ”
“ทำไมเหรอคะ หรือว่าหนูมีแฟนแล้ว?” อาทิตย์ยังไม่ละเลิกความพยายามจนพัชชาชักจะรำคาญ เธอทำเสียงจิ๊ในคอก่อนจะเอ่ยตัดบทออกไป
“มีไม่มีก็เท่านั้นแหละค่ะ ถ้าพายไม่สนคือไม่สน” ความหล่อเหลาและความแพรวพราวของเขาทำอะไรเธอไม่ได้สักนิด เธอไม่ใช่พวกหลงรูปลักษณ์เพราะที่บ้านมีแต่คนหล่อจัดทั้งนั้น ไม่ว่าจะพ่อ จะอา หรือว่าบรรดาพี่น้อง ลูกพี่ลูกน้องของเธอแต่ละคนเบ้าดีอย่าบอกใครเชียวละ เพราะฉะนั้นแค่นี้เธอเฉยมาก!
“แต่พี่อยากรู้จักหนูนะ ถ้ายังไม่อยากให้ถึงขั้นจีบ เรามาทำความรู้จักกันก่อนก็ได้นี่คะ” อาทิตย์ยังคงทำหน้าซื่อตาใส จนพัชชาต้องกลอกตามองบนอย่างระอาใจ
คนอะไร หน้าด้านชะมัด!
“ชื่อพาย บริหารอินเตอร์ น้องรหัสพี่จอมค่ะ” เธอพูดเพียงเท่านั้นแล้วทิ้งสายตาแสนเหยียดไว้ให้ชายหนุ่ม ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นรถตัวเองไป หากแต่ไม่ทันที่จะออกตัวรถอาทิตย์กลับเดินมาเคาะกระจกรถ
“มีอะไรอีกคะ” พัชชาลงกระจกแล้วถามเขาอย่างระอาเหลือทน เธอไม่มีเวลามาให้เขาเต๊าะเล่นหรอกนะ หากไม่ติดว่าเป็นเพื่อนสนิทของจิรกรเธอคงด่ากราดไปแล้ว และครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นความอดทนครั้งสุดท้าย
ร่างสูงโน้มหน้าลงมาในระยะที่หญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจกลิ่นมินต์ เธอพลาดมากที่ลงกระจกรถกว้างเกินไป และเขาก็หน้าด้านมาก ทั้งยังฉวยโอกาสโน้มหน้าเข้ามาใกล้ เล่นเอาผู้หญิงใจหินอย่างเธออดหายใจติดขัดขึ้นมาไม่ได้
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะน้องพาย เราต้องได้เจอกันบ่อย ๆ แน่นอน”
ระหว่างขับรถตรงไปยังคอนโดมิเนียมพัชชาหัวเสียไม่น้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของรุ่นพี่ขี้หลีที่ชื่ออาทิตย์ ยิ่งนึกถึงกิริยาวาจาที่พยายามมาสนิทสนมด้วยทั้งที่เธอไม่ได้เปิดทางให้ก็ยิ่งไม่ชอบใจ ทำมาพูดคะพูดขา ทำมาเรียกเธอว่าหนูอย่างนั้นหนูอย่างนี้
“หนูกับผีน่ะสิ อี๊... ขนลุก!” พัชชาถึงขั้นทำหน้ายี้
รู้ตัวเองดีว่าเป็นคนสวยจัดคนหนึ่ง แต่การวางตัวหยิ่ง หน้านิ่ง ๆ บอกบุญไม่รับของเธอก็ช่วยกันพวกผู้ชายขี้หลีที่เข้าหาต่างก็รีบเผ่นออกไปได้เสมอ หากไม่ใช่กับอาทิตย์ เขาหน้าด้านกว่าที่คิดไว้มาก ไม่เคยมีใครที่โดนเธอมองแรงพูดห้วนใส่พร้อมตัดไมตรีแล้วยังตื๊อต่อได้ขนาดนี้ เขาทำหน้าซื่อตาใสทั้งที่มุมปากยกยิ้มร้ายได้ยังไงกันนะ
ใบหน้าที่หล่อเหลาและมีเสน่ห์จนทำให้เธอหายใจติดขัดได้อย่างน่าประหลาดใจ... แต่ช่างมันเถอะ! พัชชาสะบัดหน้าเรียกสติตัวเองแล้วพรูลมหายใจออกมา ถึงจะเป็นรุ่นพี่ในคณะและเป็นเพื่อนของจิรกร แต่หวังว่าจะไม่ต้องเจอกันบ่อยหรอกนะ หญิงสาวได้แต่ภาวนาในใจ
เพียงไม่กี่นาทีรถคันหรูก็มาถึงคอนโดมิเนียมหรูและราคาแพงที่สุดใกล้มหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ คนที่จะได้จับจองเป็นเจ้าของต้องรวยระดับพันล้านเป็นอย่างต่ำถึงจะมีได้
หญิงสาวลงจากรถแล้วยังไม่ขึ้นห้อง เธอต้องไปที่ส่วนกลางก่อนเพราะที่บ้านบอกว่าเพิ่งส่งพัสดุมาให้และยังมีของที่เธอสั่งออนไลน์มาอีกด้วย
“ดัมเบลมาถึงแล้วด้วยเหรอ ไวจัง” พัชชาพึมพำ เมื่อดัมเบลออกกำลังกายที่เพิ่งสั่งไปมาถึงไวกว่าที่คาด
“กล่องนี้มันหนักนะคะ ตอนนี้รถเข็นก็ไม่เหลือเลยสักคันค่ะ คุณพายรอหน่อยได้ไหมคะ” เสียงจากพนักงานดูแลคอนโดบอกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังมองหารถเข็น
ปกติแล้วทางคอนโดจะมีรถเข็นให้บริการลูกบ้านทำการขนของหนักขึ้นลิฟต์ หรือในบางครั้งก็ให้พนักงานช่วยยกไปให้ หากวันนี้ทุกอย่างดูไม่พร้อมเพราะลูกบ้านดันมาพร้อมใจใช้รถเข็นกันหมดเลย
“พายยกขึ้นไปเองเลยดีกว่าค่ะ ไม่น่าหนักมาก” เธอกะจากน้ำหนักของดัมเบลทั้งสามคู่ที่ต่างขนาดกัน รวมแล้วก็ราวเจ็ดกิโลกรัม คาดว่าพอจะยกไหว
พัชชาเสพติดการออกกำลังกาย ตอนอยู่บ้านเธอและครอบครัวออกกำลังกายทุกวัน ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็หลายวันแล้วที่มัวแต่ยุ่งกับทั้งเรื่องเรียนและกิจกรรมจนไม่ได้จับลูกเหล็กเลย พอเห็นแล้วมันอดใจรอไม่ไหว
“แต่มันหนักนะคะคุณพาย” พนักงานสาวรีบเอ่ยขัด ถึงพัชชาจะดูคล่องแคล่วและแข็งแรงมาก หากแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังอยู่ในชุดนักศึกษา สวมกระโปรงทรงเอและใส่ส้นสูงแหลมเปี๊ยบสามนิ้วครึ่ง ไหนจะกระเป๋าสะพายและกล่องพัสดุอื่นอีก เกรงจะพลาดพลั้งจนเกิดอุบัติเหตุเอาได้
“งั้นเอาไปสักคู่ก่อนแล้วกัน ที่เหลือพายฝากไว้ก่อนนะคะ พรุ่งนี้ลู่วิ่งน่าจะมาถึง รบกวนให้คนยกไปพร้อมกันเลยก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยบอกแล้วหยิบดัมเบลขนาดหนึ่งกิโลกรัมออกมาจากกล่องคู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มเอ่ยแทรกขึ้นจากข้างหลัง...
“ให้พี่ช่วยนะคะ”