ห้องลับ 5 | ผู้มีอิทธิพลทั้งสองคน

1872 Words
สวนลับ 16:00น. “สวัสดีค่ะ คุณเอเดน ขอโทษที่ต้องให้รอนะคะ พอดีช่วงนี้งานยุ่งนิดหน่อยค่ะ” ร่างบางเลื่อนประตูเปิดเข้าไปในห้องอาหารส่วนตัวที่อยู่ไม่ห่างจากห้องทำงานของเธอมากนัก ริมฝีปากอวบอิ่มส่งยิ้มให้กับชายหนุ่มใส่สูทหน้าตาดีที่นั่งรอเธออยู่ด้านในอีกครั้งแล้วหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามเขา “ไม่เป็นไรเลยครับ ผมต่างหากที่มาไม่บอกไม่กล่าว เฟรย่าจะยุ่งก็ไม่แปลก” นัยน์ตาสวยมองผู้ชายที่ชื่อเอเดนส่งยิ้มกลับมาให้เธอ เขาเป็นเจ้าของที่ดินตรงนี้ที่เธอได้ซื้อต่อมาเพื่อทำธุรกิจหอนายโลม แถมยังเป็นคนที่มีอิทธิมากคนหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ด้วยธุรกิจที่ทำ ภาพลักษณ์ และความนิยมจากคนรุ่นใหม่ เพราะเอเดนเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีผลคะแนนโหวตมากที่สุดทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งเข้ามาเล่นการเมืองได้ไม่นาน ทำให้สื่อต่างจับตามองเพราะผู้ชายตรงหน้าเธอมีแนวโน้มจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนถัดไป “…ว่าแต่ มีธุระอะไรรึเปล่าคะ มาหาเฟรย่ากะทันหันแบบนี้” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงหวานพลางเหลือบมองพนักงานของตนเองที่กำลังนำอาหารมาเสิร์ฟลงบนโต๊ะ “อืม จริง ๆ แค่อยากมาทานข้าวด้วยเฉย ๆ ครับ” เอเดนพูดออกมาตามตรงพร้อมอมยิ้มมุมปากเล็ก ๆ อย่างคนขัดเขิน แม้ภาพลักษณ์ของเขาจะดูเป็นคนสุขุมสำหรับคนภายนอก แต่พอต้องมานั่งอยู่ต่อหน้าสาวสวยกลับมีอาการประหม่าจนตัวเองยังรับรู้ได้ “…อื้ม ค่ะ ความหมายคือ คุณเอเดนสนใจเฟรย่า แบบนั้นรึเปล่าคะ?” เฟรย่าขยับใบหน้าขึ้นลงแล้วเป็นฝ่ายเริ่มตักอาหารทานโดยปราศจากอาการเขินอายอย่างใครอีกคน เธอพูดถามด้วยความมั่นใจก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อยตามประสาสาวมากเสน่ห์ “ถ้าเข้าใจแบบนั้น…ก็ถูกแล้วครับ” เอเดนฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่ขาว เขาส่ายหัวไปมากับความมั่นปนแก่นของเฟรย่า สิ่งที่หญิงสาวทำกลับไม่ได้ดูมั่นอกมั่นใจจนเกินไป แต่มันกำลังบอกว่าผู้หญิงคนนี้ฉลาด และมีชั้นเชิงมากขนาดไหนในสายตาเขา “ถ้าแบบนั้น ก็ไม่ติดอะไรนะคะ แต่หวังว่าคงไม่มองเฟรย่าเป็นของเล่นแก้เบื่อหรอกนะ” ดวงตาของชายหนุ่มมีประกายความสนใจออกมามากกว่าเดิมเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวเจ้าของหอนายโลมเพิ่งพูดออกมา เขาเลือกจะส่งอาหารในมือเข้าปากไปก่อนแล้วถึงได้พูดคุยกับเธอต่อ “คิดว่ายังไงล่ะครับ ผมดูจริงจังไหม?” “อืมม…ไม่รู้สิคะ คงต้องดูไปก่อน” เฟรย่ายกยิ้มตอบกลับไป เธอเคี้ยวอาหารในปากด้วยท่าทางสุภาพแล้วถึงได้ยกน้ำขึ้นจิบด้วยท่าทางละเมียดละไม “ดูไม่ธรรมดาเลยนะครับ ทั้งสวย ทั้งฉลาด” เอเดนมองทุกการเคลื่อนไหวของมาเฟียสาวอยู่ตลอด เขาเอ่ยออกไปตามที่คิด ทำให้คนที่กำลังวางแก้วน้ำกลับลงไปที่เดิมส่งรอยยิ้มมาให้เขาอีกครั้ง “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ” “หึ” ทันทีที่เฟรย่าตอบกลับไปแบบนั้น หนุ่มใส่สูทสุดเนี๊ยบก็หัวเราะในลำคอออกมาอย่างคนกลั้นไม่อยู่ ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมความมั่นใจของสาวสวยถึงได้ดูน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ “อยากทานอะไรเพิ่มไหมคะ” “ไม่ครับ แค่เห็นหน้าเฟรย่าผมก็อิ่มใจละ” “โอ้ ไหนในข่าวบอกเป็นคนสุขุม ฮ่า ๆ” สาวสวยหัวเราะออกมาโดยไม่ลืมยกมือขึ้นมาปิดปากไว้ด้วย เธอส่ายหัวเบา ๆ เพราะไม่คิดว่าผู้ชายนิ่ง ๆ อย่างเอเดนจะยิงมุกจีบออกมาตรง ๆ แบบนี้ “…อันนี้อร่อยดีนะครับ” หนุ่มหล่อรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะรู้สึกแปลก ๆ กับสิ่งที่เพิ่งพูดออกไปเหมือนกัน ซึ่งเฟรย่าก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีทำให้หลังจากนั้นคนทั้งคู่ต่างพากันรับประทานอาหาร และหาเรื่องมาพูดคุยกันเป็นระยะ ทั้งมีสาระ และไม่มีสาระ เพื่อทะลายกำแพงให้รู้จักกันมากขึ้น สองชั่วโมงหลังจากนั้น… เฟรย่าเดินเคียงคู่ออกมาจากห้องทานอาหารพร้อมกับเอเดน เธอออกมาส่งเขาด้านหน้าแล้วยืนรอจนกระทั่งรถตู้คันสีดำ และผู้ติดตามของเขาขับเคลื่อนออกไปจากอาณาเขตของเธอ ดวงตารูปทรงอัลมอนด์มองนิ่งไปยังถนนตรงหน้า มุมปากของหญิงสาวยกขึ้นน้อย ๆ เมื่อในหัวของเธอนึกถึงสิ่งที่คุยกับเอเดนขึ้น “มีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรูล่ะนะ” เฟรย่าพึมพำออกมาให้พอตัวเองได้ยินก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านในพร้อมคนสนิทประจำตัว สิ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจเปิดโอกาสให้เอเดนได้ทำคะแนนไม่ใช่เพราะว่าเขาหล่อ หรือจากความชอบส่วนตัว แต่มันเป็นเพราะเขาสามารถเอื้อประโยชน์ในธุรกิจที่เธอกำลังทำต่างหาก อีกอย่างเท่าที่พอจะทราบประวัติ เขาก็ดูไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ค่อนข้างจะสุภาพ ใจเย็น และตรงไปตรงมา เลยค่อนข้างน่าสนใจพอสมควร… อีกด้านหนึ่ง นัยน์ตาคมมองรถตู้คันใหญ่ติดฟิล์มดำทึบเฉกเช่นเดียวกันกับเขาขับออกมาจากหอนายโลมมุ่งหน้าออกไปยังถนนหลัก คิ้วของมาเฟียหนุ่มย่นเข้าหากันเพราะสัญชาตญาณของชายหนุ่มกำลังบอกว่าคนในรถคันนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน “ถึงแล้วครับ” หนุ่มญี่ปุ่นนามว่า ‘เรย์’ มือขวาของจินเบเป็นคนพูดบอกผู้เป็นนายของตนเองพร้อมเปิดประตูก้าวขาลงจากรถเป็นคนแรก ตามไปด้วย ‘ริว’ ฝาแฝดของเรย์ ที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถในวันนี้ คนสนิทประจำตัวมาเฟียหนุ่มทั้งสองคนลงไปยืนรอข้างตัวรถเพื่อรอให้ผู้เป็นนายก้าวลงมา ตึก ตึก ตึก จินเบลงมาจากรถแล้วใช้มือจัดสูทของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางแล้วถึงได้เดินตรงเข้าไปหาการ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าทางเข้า “สวัสดีครับ ที่นี่ ‘หอนายโลม’ เราไม่มีบริการสำหรับผู้ชายครับ ต้องขออภัยด้วยครับ” หนึ่งในการ์ดที่ยืนอยู่บอกกับแขกผู้ชายหน้าตาดีที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะโค้งตัวก้มหัวให้ด้วยท่าทางสุภาพ “ฉันมาพบเจ้าของที่นี่ ไปบอกนายพวกนายสิว่า จินเบ มาหา” ร่างสูงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่สิ่งที่เขาเพิ่งพูดบอกออกไปทำเอาการ์ดสามสี่คนที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้าต่างหันมองหน้ากันเอง ก่อนจะมีคนหนึ่งเดินหายเข้าไปด้านใน ก๊อก ก๊อก ก๊อก “คุณเฟรย่าครับ คุณจินเบมาขอพบครับ” เสียงของวิคดังเข้ามาด้านในทันทีหลังจากที่เขาเคาะประตู ทำให้สาวสวยที่กำลังนั่งทำงานอยู่ต้องยอมละสายตาออกจากหน้าจอคอมฯ เมื่อหูของเธอได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม “ให้เข้ามา” เสียงหวานติดเผด็จการอนุญาตออกไป และเพียงไม่ถึงสิบนาทีผู้ชายคนนั้นก็มายืนอยู่หน้าห้องทำงานของเธอแล้ว กริ๊ก! ร่างแบบบางลุกออกมาจากเก้าอี้แล้วเดินไปปลดล็อกประตูห้อง ตาของเธอปะทะเข้ากับตาคมของจินเบทันทีที่ประตูอ้าออกจากกัน นัยน์ตาสวยไล่สายตามองมาเฟียหนุ่มอีกครั้งเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาใส่เสื้อผ้า ไม่สิ! ใส่สูท… “มีธุระอะไร” ปากเล็กถามออกไปแล้วชำเลืองมองผู้ชายอีกสองคนที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลังเขา ฝาแฝดอย่างนั้นหรอ? “เรย์ กับ ริว มือขวา มือซ้ายฉัน” จินเบพูดออกมาเมื่อเห็นว่าเฟรย่ายังไม่เลิกชะเง้อคอมองคนของตัวเอง “ไม่ได้ถาม สรุปนายมีอะไร?” หญิงสาวตอบกลับทันทีโดยไม่ลืมถามย้ำถึงเหตุผลที่ทำให้เขามายืนอยู่ตรงนี้ “เข้าไปคุยกันข้างใน…ไปรอฉันข้างนอก” มาเฟียหนุ่มบอกกับสาวเจ้าของหอนายโลมก่อนที่ท้ายประโยคเขาจะหันไปสั่งสองคนสนิทของตัวเอง เรย์กับริวก้มหัวให้ผู้เป็นนายแล้วเดินออกไปจากตรงนี้ เหลือเพียงผู้ชายใส่แว่นดำตัวใหญ่ที่ยังยืนเฝ้าเจ้านายคนสวยของตนเองไม่ขยับไปไหน “บอกคนของเธอสิเฟรย่า” จินเบเอียงหัวเล็กน้อย เขาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มแล้วชำเลืองตามองวิคก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเธอ “เฮ้อ! วิคฉันขอคุยกับหมอนี่ก่อน นายไปดูงานตรงอื่นเถอะ” “ครับผม” ทันทีที่ได้รับคำสั่ง ชายร่างสูงใหญ่ก็เดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา “เข้าไปข้างใน” เสียงทุ้มบอกกับสาวเจ้าของห้อง แต่เจ้าตัวกลับเป็นฝ่ายเลื่อนประตูห้องแล้วแทรกตัวเข้าไปเสียเอง โดยไม่ลืมคว้าข้อมือของเฟรย่าให้เข้าไปข้างในด้วยกันกับเขาด้วย “เมื่อกี๊มีแขกคนใหญ่คนโตมาหรอ ก่อนเข้ามาฉันเห็นมีรถตู้ขับออกไปสามคัน เหมือนพวกมีอิทธิพลไม่มีผิด” จินเบถามออกไปตามตรง เขาปล่อยมือออกจากข้อมือของเธอแล้วเอามือไปเท้าเอวแทน “ทำท่าอะไรของนาย เป็นนักเลงรึไง” เฟรย่ายกแขนขึ้นกอดอกแล้วไล่ตามองมาเฟียหนุ่มตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “ตอบคำถามฉัน” จินเบกดเสียงเข้ม เขาปล่อยแขนตกลงข้างตัวแล้วย่างเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอมากกว่าเดิม “ปกติลูกค้าฉันก็มีแต่คนมีชื่อเสียง และมีหน้ามีตาในสังคมอยู่แล้ว แต่จะให้บอกนายว่าเป็นใครคงไม่ได้เพราะนั่นเป็นกฎของที่นี่” คนตัวเล็กกว่าจ้องผู้ชายตรงหน้านิ่ง แม้ในใจจะรู้ดีว่าจินเบคงเห็นรถของเอเดนที่ขับสวนออกไป แต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องบอกเขานี่นา “…มาหาฉันเพราะจะถามแค่นี้เหรอ?” เฟรย่าเห็นว่ามาเฟียหนุ่มเอาแต่จ้องหน้าเธอ เธอเลยเร่งถามถึงเหตุผลที่เขาพาตัวเองมาถึงที่นี่แทน “เปล่า ฉันมีคลิปที่เรามีอะไรกันคืนนั้น” ชายหนุ่มปฏิเสธพร้อมล้วงเอาแฟลชไดร์ฟออกมาจากเสื้อสูทแล้วชูมันขึ้นให้สาวสวยได้เห็น “…อือฮึ แล้ว? จะแบล็กเมลฉันงี้เหรอ?” ใบหน้าสวยเชิดขึ้นก่อนจะใช้สายตาจ้องไปที่อะไหล่ชิ้นเล็ก ๆ ในมือเขา “ไม่หรอก เพราะเธอคงไม่กลัว” “ก็จริง ไม่ใช่ไม่กลัวหรอก แต่เพราะฉันรู้ว่านายไม่ทำ…นายแค่หาเรื่องมานอนกับฉันเฉย ๆ ติดใจล่ะสิ” เฟรย่าเยื้องย่างกายเข้าไปหาคนตัวสูง เธอยกแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอชายหนุ่มแล้วเอียงใบหน้าเล็กน้อยส่งยิ้มหวาน ๆ ไปให้อย่างคนมั่นใจ เพราะเธอรู้ทันความคิดของเขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD