สุดท้ายแล้วปาริฉัตรก็ต้องยอมให้วิศรุตมาส่งอย่างจนใจ ไม่มีทางเลือกเพราะดึกมากแล้ว รถเมล์ไม่มี แท็กซี่หายาก เรียกแกร็บก็ลำบาก และที่สำคัญคือเขารั้นจะมาส่งเธอให้ได้ ตลอดเส้นทางทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเพลงสากลที่วิศรุตเปิดคลอแผ่วเบาผสานกับเสียงลมหายใจของคนตัวเล็กที่กำลังนอนเอนตัวหลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยล้า “ปริม... ถึงบ้านแล้ว” เมื่อรถจอดสนิท วิศรุตดับเครื่องยนต์แล้วกระซิบปลุกปาริฉัตรที่กำลังหลับสบาย หญิงสาวลืมตาตื่นไม่ใช่เพราะเสียงเขา แต่เป็นเพราะสัมผัสแผ่วเบาตรงข้างแก้มต่างหาก เธอเห็นบ้านยังเปิดไฟ ยกหลังมือขึ้นขยี้ตา หันไปขอบคุณเขาแล้วเปิดประตูลงจากรถไปอย่างไม่คิดหันมาสนใจคนที่อาสามาส่ง “พี่ปริม! หายไปไหน โปรดโทรหาไม่ติดเลย” ทันทีที่เปิดประตูเข้าบ้านไปเสียงของน้องชายก็ดังขึ้นถามด้วยความเป็นห่วงพี่สาว ทรงโปรดใช้ไม้เท้าพยุงกายตรงเข้าไปหาปาริฉัตรเพราะสัมผัสถึงอาการเดินแปลก

