เก้านาฬิกา

1213 Words
ครั้งหนึ่งเคยใฝ่ฝันจะเป็นหมอสูตินรีเวช ไม่ใช่เพราะใจรักแต่เป็นเพราะความคิดจัญไรตามวัยคึกคะนอง กว่าจะคิดได้ว่าหากของยังดีๆยังสวยงามสดใหม่อยู่ ผู้หญิงที่ไหนจะมาเปิดอ้าให้หมอช่วยรักษากัน ความฝันครั้งนั้นจึงยุติลงไปโดยปริยาย เรียนให้จบแค่เอาปริญญามาประดับโพรไฟล์ให้พ่อแม่ได้สบายใจ ในระหว่างนั้นเขาลงเรียนปริญญาอีกใบในมหาวิทยาลัยเปิด เริ่มต้นไม่ใช่เพราะชอบ แต่เพราะความท้าทาย เขาว่ากันว่าจบยากจบเย็น เพื่อนมันท้าให้เรียนพร้อมกัน แพทย์วิศรุตเลยเอาบ้าง เรียนไปเรียนมาถึงรู้ตัวเองว่าชอบเส้นทางนี้มากกว่า วิศรุตจบมาจึงทิ้งวิชาชีพหมอแล้วทำงานเป็นทนายรับว่าความ สั่งสมประสบการณ์อย่างโชกโชนและโชคเลือด จนในที่สุดเขาก็ได้เปิดสำนักงานกฎหมายสมใจ ส่วนใหญ่วิศรุตมักจะชอบใช้ให้เงินทำงาน ร่วมลงทุนร่วมหุ้นกับเขาไปทั่ว ตัวเองรอรับผลประโยชน์ไป ได้มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ผลประกอบการ เจ๊งบ้างขาดทุนบ้างก็มี อะไรที่เขาว่าดี อะไรที่มีความเป็นไปได้สูงในการทำงาน วิศรุตพร้อมลงทุนทั้งนั้น “ทำมาว่ากูนอกคอก ใครมันจะไปเหมือนมึงล่ะครับไอ้ลูกกตัญญู น้อมรับทุกอย่างตามที่พ่อบัญชา แล้วเป็นไงล่ะ ว่าที่เจ้าสาวมึง? วันนี้ไม่พามาด้วยล่ะ” เพื่อนจิกมาวิศรุตมีหรือจะไม่กัดกลับ เล่นเอาซารีฟรีบหุบยิ้มฉับ ใบหน้าคมคายแปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดขึ้นมาทันใด “พอๆ เปลี่ยนเรื่อง!” ซารีฟรีบเปลี่ยนเรื่องและทันใดนั้นเขาใช้ปลายเท้าสะกิดขาวิศรุตให้หยุดชะงักทุกบทสนทนาแล้วให้หันไปมองตามจุดหมายที่ตนว่า “ไอ้เล็กๆ เก้านาฬิกา” เล็ก คือชื่อเล่นของวิศรุตที่มีเฉพาะคนสนิทเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เรียกได้ แต่ต้องไม่ใช่ในเวลาและสถานที่แบบตอนนี้! “ไอ้ซัน ไอ้สัด! กูบอกอยู่ข้างนอกให้เรียกรุต ไอ้เวรนี่ สักทีดีไหมฮะ!” วิศรุตกระซิบก่นด่าเพื่อนสนิทเสียงไม่ดังนัก แต่ลูกกะตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้าอยู่แล้ว เขาไม่ชอบให้ใครรู้ชื่อเล่นที่เป็นเสมือนปมในใจ “เออๆ โทษที” ซารีฟมองคนที่ยังไม่เลิกฝังใจเรื่องชื่อแล้วส่ายหน้าให้ก่อนเอ่ยย้ำทิศทางตามเข็มนาฬิกาใหม่อีกครั้ง “เก้านาฬิกา” “มีอะไร?” ปากถามแต่หน้าก็หันไปตามที่เพื่อนบอกอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก จนเมื่อสายตาเฉียบคมปะทะเข้ากับใครบางคนอย่างจังวิศรุตถึงกับชะงัก หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีในชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีขาวสะอาด ตาคมสบกับดวงตากลมหวานคู่นั้นที่กำลังมองเขาอยู่เช่นเดียวกัน นอกจากความสวยน่ารักแล้ว ที่ชะงักเพราะรู้สึก.. 'คุ้นหน้า' เขาคุ้นหน้าหญิงสาวอย่างประหลาด ทว่าคิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน “เห็นมองมึงมาพักใหญ่แล้ว” ความสวยสะดุดตาของหญิงสาวทำให้ซารีฟมองเธอตั้งแต่หล่อนเดินเข้ามานั่งในร้านแล้ว วิศรุตมัวแต่ใจจดใจจ่ออยู่กับเอกสารจึงไม่ทันได้เห็นว่าหล่อนมองเขามาแต่ไกล จนตอนนี้หญิงสาวก็ยังไม่ละสายตาไปไหน ซารีฟคิดว่าตนก็หล่อพอสู้วิศรุตได้สบาย ทว่าเจ้าหล่อนกลับไม่เผื่อหางตามาทางเขาเลย ให้ตาย! ความจริงวิศรุตเองรู้สึกมาสักพักใหญ่แล้วว่าตนกำลังโดนจับจ้อง รู้สึกราวกับตนเองตกเป็นเป้าสายตาของใคร แต่อยู่ในร้านอาหารภายในห้างดังคนก็เยอะมาก ความเพอร์เฟกต์ตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายเท้าทำให้วิศรุตถูกจับตามองตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามา เขาจึงไม่นึกสนใจอะไรหรือใครมากนัก ทว่าเมื่อเพื่อนเรียกให้มอง และเมื่อได้มองแล้ว เขารู้ตัวได้ทันทีว่าคราวนี้ 'ไม่สนใจไม่ได้!' หุ่นโคตรดี ทั้งหน้าตาก็สะสวย ผิวเนื้อเนียนขาวที่คิดว่าเจ้าตัวต้องดูแลตัวเองมาดีพอตัว ที่สำคัญคือสายตาคู่สวยแสดงออกชัดเจนว่าเธอกำลังสนใจเขาอยู่เช่นกัน ถึงไม่ได้ดูเชิญชวนโจ่งแจ้งแต่คนมีประสบการณ์เรื่องผู้หญิงโชกโชนอย่างวิศรุตก็รับรู้ได้ แอบเหลือบมองเป็นระยะ พอสบตากันกลับแสร้งเบือนหน้าหลบสายตา สักพักหันกลับมามองใหม่ราวกับไม่อาจละสายตาจากเบ้าหน้าฟ้าประธานของเขาได้ ถ้าไม่ตั้งใจอ่อยเขาแบบแอ๊บใสแล้วจะให้เรียกว่าอะไร “กูว่าเขาสนมึงนะ” 'เออดิ ก็ต้องสนปะวะ กูหล่อขนาดนี้' คนหลงตัวเองได้แต่ชมตัวเองอยู่ในใจ “สวยว่ะ เดินเข้าไปทักเลยไหม” ซารีฟถามด้วยท่าทีปกติราวกับเรื่องแบบนี้มันช่างธรรมดา แต่วิศรุตกลับตอบเสียงเรียบว่า... “ไม่” วันนี้เขามาเพื่อทำงาน และเมื่ออยู่ในเวลาทำงานเขาจะเกเรไม่ได้ กฎที่เคยตั้งไว้เขาจะไม่แหก เดี๋ยวเสียงาน ถึงใจจะอยากเข้าไปทักขนาดไหนก็ตาม วิศรุตผละสายตาจากสาวสวยแล้วจดจ่อกับเอกสารต่ออีกครั้งก่อนจะจัดเก็บมันกลับเข้าแฟ้ม ความจริงเขาชอบนะกับอะไรที่มัน... 'ง่ายๆ' แต่อีกประเดี๋ยวต้องไปอีกที่หนึ่งต่อแล้วเลยต้องข่มใจ เอางานเอาเงินก่อน ถึงเธอจะสวยปานนางฟ้า วิศรุตแอบเสียดายอยู่บ้างแต่ค่อยหากินเอาข้างหน้าก็ได้ หากเขาและเธอมีวาสนาที่จะได้มาเป็นคู่นอนร่วมเตียงกันอยู่บ้างสักคืนครึ่งคืน วันใดวันหนึ่งโลกคงเหวี่ยงมาให้เจอกันอีกครั้ง “กูไปละ” ว่าจบร่างสูงก็ลุกพรวดเดินออกจากร้าน “อ้าวเฮ้ย ไปเลยจริงดิ?” ส่วนซารีฟรีบลุกตามทันควัน “ไอ้เล็ก เสียดาย” “เสียดายก็ไปจีบเองดิ” “หึ ไม่” “ทำไม? เกรงใจคู่หมั้นเด็กมึงเหรอวะ หึหึ” “อย่าให้มึงได้เมียเด็กบ้างละกัน กูจะหัวเราะให้” สองหนุ่มเดินเถียงกันไปตลอดทางเดิน “เด็กๆไม่ใช่ทางว่ะ” เขาชอบคนเป็นงาน มีประสบการณ์มากกว่า เด็กๆต้องไปสอนงานกันใหม่ มันเสียเวลา และอาจไม่เร้าใจ “ลองก่อนเถอะ แล้วค่อยพูด” ซารีฟกลั้วหัวเราะ เพราะเขาเป็นคนหนึ่งที่ลองมาแล้ว และสุดท้ายก็ดันติดใจ “เออ แล้วนี่มึงจะไปยังไง ให้กูไปส่ง?” สถานที่ต่อไปที่ซารีฟมีนัดเป็นทางผ่านของวิศรุตพอดีเขาเลยเอ่ยถามตามมารยาท แต่ถ้าไม่ไปก็ดี ได้ไม่ต้องเสียเวลาและไม่ต้องมีเสียงน่ารำคาญของซารีฟรบกวนตลอดทาง คนห่าอะไรพูดมาก! แต่ซารีฟกลับตอบรับทันควัน “ไป” วิศรุตถึงขั้นถอนหายใจเบื่อหน่าย แต่ทำไปอย่างนั้นเพราะรู้กันว่าไม่ได้เบื่อเพื่อนอย่างที่แสดงออกแต่อย่างใด “ทำเป็นถอนหายใจ ทีหลังก็อย่าชวนกูไหมไอ้เพื่อนเวร”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD