มิจฉาชีพ

1144 Words
“เอ๊า ลุกไปเฉยเลย!” หญิงสาวถึงกับสบถออกมาเมื่อเห็นว่าเป้าหมายที่เพิ่งมองสบตากันเมื่อครู่ลุกเดินออกไปจากร้านเสียดื้อๆโดยที่ไม่คิดจะเข้ามาทักทายทำความรู้จักกับเธอเลยแม้แต่น้อย มันเป็นไปได้ยังไง! อุตส่าห์ส่งสายตาให้ตั้งนาน จริตจะก้านมารยาหญิงมีเท่าไรก็ดึงออกมาใช้ ชุดนี้ของเธอก็ทั้งสวยทั้งแพง หุ่นก็ดี หน้าตานี่ไม่ต้องพูดถึงเพราะมั่นใจว่าตัวเองโคตรสวย! แต่ทำไมถึงไม่สามารถดึงดูดใจให้ชายหนุ่มคนนั้นสนใจมากพอที่จะเข้ามาขอเบอร์หรือทำความรู้จักเธอได้ ทำไมกัน... หรืออีตานั่นเป็นเกย์! จากที่เคยมั่นหน้ามากตอนนี้ลดลงมาแล้วยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เป็นไร เขาอาจจะรีบหรือไม่กล้าเข้าหาคนสวยๆอย่างเธอก็ได้ ปลอบใจตัวเองอยู่ครู่หนึ่งหญิงสาวจึงเดินตามชายหนุ่มไป แต่ด้วยชายหนุ่มมีรูปร่างสูงใหญ่และขายาวมากทำให้เธอหาเขาไม่เจอแล้ว ไม่รู้จะเดินไวไปไหน “โอ๊ย หายไปไหนแล้วเนี่ย...” หญิงสาวที่ก้าวตามไม่ทันเริ่มโวยวาย เธอใส่ส้นสูงแถมกระโปรงยังทั้งสั้นทั้งแคบ จะวิ่งตามหาก็ทำไม่ได้ หันซ้ายแลขวาท่ามกลางผู้คนมากมายอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ เพิ่มความสูงให้ตัวเองเพื่อที่จะได้มองหาชายหนุ่มได้สะดวกขึ้น และแล้วก็สำเร็จ เธอเห็นหลังไวๆของเขาคนนั้นพร้อมเพื่อนเขากำลังเดินตรงไปที่ประตูทางออกในฝั่งของลานจอดรถแบบวีไอพี “บ้าเอ๊ย!” เขาจะไปแล้ว ไม่ได้การ เธอจะปล่อยให้เขาไปง่ายๆแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด หญิงสาวรีบหันกลับไปทางบันไดเลื่อน ทั้งวิ่งสลับเดินเพื่อไปให้ถึงประตูหน้าห้างให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนสิ่งที่เธอลงทุนลงแรงและยอมเสียเวลามาค่อนวันจะสลายไปกับอากาศ กว่าจะถึงหน้าห้างเล่นเอาปาริฉัตรหายใจหอบเหนื่อย ร่างสวยตรงไปที่ข้างถนน ซึ่งเป็นจุดที่รถจะต้องขับออกจากห้าง รอเพียงไม่ถึงห้านาทีซูเปอร์คาร์คันหรูของเป้าหมายก็ขับออกมาให้เห็นได้พอดิบพอดี “เอาไงต่อดี” และตอนนี้มีวิธีเดียวเท่านั้นที่ปาริฉัตรคิดได้... “เอาวะ!” เธอรอจังหวะให้รถเป้าหมายเคลื่อนเข้ามาใกล้ และในระยะเพียงไม่ถึงสี่เมตรเท่านั้นก่อนที่รถคันหรูจะเคลื่อนตัวผ่าน ทันใดนั้น... “เฮ้ย!” เอี๊ยดดด...! เท้าหนักเหยียบเบรกสุดแรงจนจมเท้าเมื่ออยู่ๆก็มีผู้หญิงกระโดนตัดหน้ารถของเขาในระยะประชิดจนเกือบเบรกไม่ทัน “ฉิบหายละ ชนป้ะวะ” ซารีฟที่นั่งมาด้วยกันเอ่ยถาม “กูว่าไม่” ยังดีที่เพิ่งเลี้ยวออกจากห้างเข้าสู่เส้นทางถนนหลักจึงไม่ทันได้ขับเร็วนัก ด้วยรถติดเป็นอีกหนึ่งปัจจัย จึงทำให้ไม่ได้ยินเสียงโครมครามใดที่บ่งบอกได้ว่าเกิดการชน หรือการปะทะเข้าให้แล้ว สองหนุ่มเปิดประตูลงจากรถมาดูก็ได้เจอเข้ากับคู่กรณีตัวปัญหาที่ดูเหมือนว่ากำลังจะทำให้เขาไปตามนัดลูกค้าสาย วิศรุตพบว่าเป็นหญิงสาวคนที่เพิ่งสบสายตากันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ในร้านอาหารนั่นเอง เขาจำเธอได้ และดูจากสายตาของเธอ วิศรุตมั่นใจเหลือเกินว่าเจ้าหล่อนก็จำเขาได้เช่นกัน “คุณครับ เป็นอะไรไหม” ซารีฟเป็นฝ่ายเอ่ยถามขณะที่เดินเข้าไปใกล้หญิงสาวเพื่อตรวจดูว่าเธอได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ในขณะที่เจ้าของรถที่มีดีกรีแพทย์ไม่คิดสะทกสะท้าน ทว่าหญิงสาวดูไม่ได้สนใจซารีฟแม้แต่น้อย เธอเอาแต่มองวิศรุตแล้วส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้เขา ใบหน้าสะสวยมองเขาอย่างอ้อนวอนรียกร้องให้ชายหนุ่มยื่นมือมาช่วยประคองหล่อนขึ้นไป “โอ๊ย เจ็บจังเลยค่ะ” หญิงสาวว่าพลางส่งเสียงร้องหวานเสียจนคนฟังนึกจินตนาการไปไกล เป็นเสียงที่ฟังแล้วเสียวสยิวถึงไส้ใน หากไม่ได้เจอกันในสถานการณ์แบบวันนี้และตอนนี้ เขาคงจะอุ้มเธอเข้าห้องแล้วจับโยนลงเตียงไปแล้ว “เหรอครับ” วิศรุตก้าวเข้าไปก่อนจะยอบตัวลงแล้วนั่งบนส้นเท้าข้างหนึ่งใกล้ๆหญิงสาวที่นั่งร้องโอดโอยอยู่บนพื้นถนนราวกับได้รับบาดเจ็บหนัก “เจ็บตรงไหน” อยู่ๆเขาก็ถามเสียงเย็นจนปาริฉัตรถึงกับเสียวสันหลังวาบ ยิ่งตอนเห็นแววตาคู่คมดุดันขึ้นกว่าเมื่อครู่นี้ ยิ่งทำเอาลมหายใจของเธอติดขัดกว่าเดิม น่ากลัวชะมัด! เขาจะเชื่อหรือเปล่านะถ้าเกิดเธอเสแสร้งแกล้งสำออยออกไป แต่เอาเถอะ เขาว่ากันว่าผู้ชายส่วนใหญ่แพ้มารยาหญิงกันทั้งนั้น แค่เห็นน้ำตากับใบหน้าสวยๆ เห็นเนื้อหนังมังสาวับๆแวมๆเข้าหน่อย ขี้คร้านจะเชื่อเธอสนิทใจ และหลงเธอหัวปักหัวปำ เธอคิดหาคำตอบอยู่เสี้ยววินาทีก่อนจะชี้บอกกับชายหนุ่มตรงหน้าว่าเธอเจ็บตรงไหนบ้าง อะ งั้นมาเริ่มจากขาอ่อนก่อนเลยก็แล้วกัน! “เจ็บตรงนี้ค่ะ ตรงนี้ก็ด้วย...” ก่อนจะเลื่อนไล้ปลายนิ้วอย่างอ้อยอิ่งขึ้นมาตรงสะโพกให้เขามองตาม สายตาหวานเย้ายวนสะกดชายหนุ่มหน้าหล่อคมคร้ามราวอยากให้เขาหลงใหล “เหรอครับ...” วิศรุตเผลอมองตามจนเกือบตกอยู่ในภวังค์นั้นเสียแล้วเชียว แต่เพียงแค่อึดใจ ทันใดนั้น... “ทำบ้าอะไรของเธอ! ไม่เห็นเหรอว่านี่มันถนนไม่ใช่เตียงนอนจะกระโจนตัวเข้ามาทำไม!” เขากัดกรามกรอดแล้วโพล่งเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ดูจากรูปการณ์แล้ววิศรุตประเมินได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่หญิงสาวตั้งใจ ระยะห่างระหว่างตัวหญิงสาวที่นั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับตัวรถของเขามีพื้นที่เหลือมากพอให้คนตัวโตอย่างเขาสามารถนั่งยอบตัวลงมาได้สบาย ไม่มีการปะทะใดๆเกิดขึ้น เธอกับรถยังไม่ทันแตะสัมผัสกันเลยด้วยซ้ำ แล้วที่บ่นว่าเจ็บนั่นเจ็บนี่ทำเพื่ออะไร?! “ร้อนเงิน? มิจฉาชีพ?” “นี่คุณ!” หญิงสาวเบิกตากว้างตกใจ เธอทั้งสวยทั้งดูดีขนาดนี้มากล่าวหากันว่าเป็นมิจฉาชีพได้ยังไง ถึงการเข้าหาเขาอาจจะไม่บริสุทธิ์ใจนัก แต่จะหาว่าเป็นมิจฉาชีพก็ดูจะเกินไปหน่อย!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD