1 ปลอดภัย

2089 Words
“เป็นไรวะ” ชาลีเห็นวาโยไม่เดินเข้ามาในห้องพักฟื้นสักทีเขาจึงเดินออกมาตามก็เห็นว่าเพื่อนของเขายังยืนใช้แผ่นหลังพิงกับกำแพงของห้องพักฟื้นด้านนอกไม่ยอมเข้ามา ก่อนหน้านี้สองชั่วโมงหมอบอกแล้วว่าลูกพีชปลอดภัยแล้ว แต่จะยังไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยา ใบพายก็มาถึงแล้วเมื่อครู่นี้เองมาพร้อมกับลุงเกื้อเมื่อเห็นพี่สาวที่ตัวเองรักก็ร้องห่มร้องไห้ออกมาจนชาลีต้องปลอบน้องสาวไปยกใหญ่พอเธอสงบลงได้เธอก็นอนหลับอยู่ที่โซฟาในห้องพักคนไข้ “พี่พีชยังไม่ตื่นเหรอ” “ยัง น่าจะตื่นพรุ่งนี้แหละมั้ง ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว” ทำไมไอ้นี่มันดูห่วงพี่สาวของเขามากกว่าเขาเสียอีก “เข้าไปข้างในเถอะ มึงออกมายืนรอตรงนี้พี่พีชก็ไม่ตื่นมาในนาทีสองนาทีนี้หรอกน่า” แต่เขาก็เข้าใจได้ว่าเพราะตั้งแต่เด็กจนโตวาโยมักจะใช้ชีวิตอยู่แต่กับแม่นมของเขา พ่อกับแม่ของวาโยมักจะเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยครั้งเรียกง่าย ๆ ว่าใช้เงินเลี้ยงลูกไม่ได้ใช้ความรักเลี้ยงลูก พอวาโยมารู้จักเขา ได้เห็นว่าเขามีพี่น้องก็คงจะเหงา และคิดว่าพี่สาว น้องสาวของเขาก็เหมือนกับพี่สาว น้องสาวของตัวเองล่ะมั้ง คิดได้อย่างนี้เขาก็รู้สึกเอ็นดูเพื่อนรักไม่หยอกเลย “อืม” วาโยเริ่มตัวสั่นทันทีที่ชาลีผลักประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป ภายในห้องเงียบสงบราวกับไม่มีคนอยู่ บนเตียงผู้ป่วยมีหญิงสาวร่างบางนอนหลับอย่างสงบอยู่โดยที่เธอแทบจะไม่ขยับเขยื้อนเลย ใบหน้าสวยแม้จะปิดผ้าก๊อซติดเอาไว้ที่แก้ม และมีผ้าพันแผลที่รอบศีรษะ แต่ความงดงามบนใบหน้าเธอก็ไม่ได้หายไปเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวขาเรียวยาวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง ส่วนชาลีเดินไปอีกฝั่งของเตียงแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงเช่นกัน เด็กหนุ่มในวัย 15 ปี นั่งจ้องมองใบหน้าน่ารักที่หลับอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขาอดที่จะนึกถึงดวงตากลมโตของเธอไม่ได้ ยามที่พวกเราไปเรียนพร้อมกันเธอมักจะถักเปียสองข้าง มันช่างเข้ากับเธอมากจริง ๆ วาโยกดยิ้มยามที่นึกถึงเพราะทุกครั้งที่เขานึกถึงเขาก็มักจะได้ยินเธอล้อว่าเขาเป็นเด็กที่อายุ 15 ขวบปลอมเพราะตัวของเขาสูงกว่าเธอเสียอีก “เด็ก ๆ เดี๋ยวหม่ามี๊จะพาน้องพายกลับบ้านก่อน แล้วจะมาใหม่ เด็ก ๆ อยู่เป็นเพื่อนพี่พีชไปก่อนได้ไหมลูก” “เดี๋ยวผมเฝ้าพี่พีชให้เองครับคุณอา” ชาลีหันมองหน้าเพื่อนอย่างตกใจเขาไม่คาดคิดว่าเพื่อนเขาจะอาสาขอเฝ้าไข้ “คือ ผมกลับบ้านไปก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้วครับ กลับไปก็อยู่คนเดียว” พลอยไพลินทอดมองเพื่อนลูกชายพลางกดยิ้มอย่างเบาใจ สุดท้ายแล้วเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธอมีลูกสี่คนจนได้ “ขอบใจจ้ะ วาโย” “ไม่เป็นไรครับคุณอา คุณอาเหนื่อยมามากแล้วพักผ่อนแล้วค่อยมาพรุ่งนี้นะครับ เดี๋ยวเจ็บป่วยไปอีกคนจะแย่เอา” “เอ่อ หม่ามี๊ครับ ชาลีขออยู่กับวาโยนะครับ” “ขอบใจนะครับชาลี ลูกเป็นลูกชายที่หม่ามี๊พึ่งพาได้เสมอเลย” เธอก้มลงจูบหน้าผากกว้างของลูกชาย ก่อนจะเดินมาลูบศีรษะของเพื่อนลูกชายอย่างเอ็นดู แล้วเดินกลับไปอุ้มใบพายลูกสาวคนเล็กที่นอนหลับไปแล้ว ส่วนลุงเกื้อก็กุลีกุจอมาช่วยถือข้าวของแล้วเดินตามคุณผู้หญิงของเขาออกไป “หิวปะ เดี๋ยวกูไปซื้ออะไรมาให้กิน” ชาลีถามขึ้นหลังจากอยู่ในห้องเงียบ ๆ กับวาโยมาพักหนึ่งแล้ว เขาทั้งนอนดูโทรทัศน์ที่โซฟา ลุกขึ้นมาเล่นเกมในสมาร์ตโฟน จนท้องร้องแล้ว เพื่อนของเขาก็ยังนั่งมองหน้าพี่สาวเขาไม่ยอมขยับตัวราวกับตัวเองเป็นรูปปั้นหินอย่างไรอย่างนั้น “เออ เอาเงินกูจ่ายได้เลย” “เฮ้ย นี่พี่สาวกูนะ” จะให้เอาเงินเพื่อนได้อย่างไร ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ขณะที่ชาลีหยัดกายลุกขึ้นเตรียมตัวจะเดินออกไปซื้อของกินให้เพื่อนทั้ง ๆ ที่เขาคิดว่าคนที่ต้องนั่งน่าเศร้าอยู่ตรงนั้นมันควรเป็นเขาไม่ใช่หรือ? แต่ก็เอาเถอะ เขาไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว แต่ว่าตอนที่เขาหมุนตัวจะเดินออกไปก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา “คิดไว้แล้วเชียว ว่าชาลี กับวาโยต้องอยู่” “พี่นารา พี่อิงอิง” นารากับอิงอิงทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทของลูกพีชเรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว และสนิทกันมากขึ้นนับตั้งแต่นั้นมา แถมยังสนิทสนมกับน้อง ๆ ของแต่ละฝ่ายอีกด้วย “มาทำอะไรครับ” “มาเฝ้าเพื่อนน่ะสิ เราสองคนอยู่ดูยัยพีชเหรอ” ชาลีพยักหน้าก่อนจะเดินไปช่วยถือของจากมือของนารากับอิงอิงที่ถือของเข้ามากันอย่างพะรุงพะรังจนเขาอดที่จะค่อนขอดไม่ได้เลยจริง ๆ “นี่พี่สองคนตั้งใจจะย้ายมาอยู่ที่โรงบาลเลยปะเนี่ย” ว่าเพื่อนพี่สาวแล้วก็ชูของขึ้นมา ถึงแม้ว่าทั้งหมดนั้นจะเป็นของกินทั้งสิ้นก็เถอะ แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็มักจะเห็นเพื่อนพี่สาวทั้งสองคนเป็นเหมือนพี่สาวของเขาด้วย อีกทั้งเพื่อนพี่สาวยังชอบหิ้วของพะรุงพะรังมาให้เขากับน้อง ๆ กินอยู่เสมอเหมือนอย่างตอนนี้ “เดี๋ยวทุบเลย ยัยพีชเป็นไงบ้าง” หลังจากที่ทั้งสองคนมาก่อนหน้านี้ ทั้งสองคนได้ถูกพลอยไพลินบอกให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน พวกเธอก็กลับแล้วนัดกันมาใหม่ และคาดเอาไว้แล้วว่าคนที่จะอยู่เฝ้าเพื่อนรักของเธอต้องเป็นน้องชาย และเพื่อนซี้ปึกของน้องชายคนนั้นแน่ ถึงแม้ว่าเพื่อนของน้องชายคนนั้นจะไม่ค่อยคุยกับพวกเธอเท่าไหร่ แต่พวกเธอก็ไม่ถือสาอะไร มีเพียงความแปลกใจเล็ก ๆ เท่านั้นเพราะเพื่อนของชาลีคนนี้มักจะพูดเก่งเสมอตอนที่คุยกับลูกพีช “ก็ยังไม่ฟื้น หน้าถลอกเพราะถูกเศษกระจกน่ะ แขนซ้ายหัก ขาขวาร้าวเดี๋ยวรอตื่นก่อนผมว่าจะถามว่าพี่พีชห้อยพระรอดรึเปล่า ผมเห็นรูปรถแท็กซี่คันนั้นยับเลยนะแต่พี่ผมรอดมาได้สุดยอดจริง ๆ” “แล้วเรื่องคดีว่ายังไงบ้าง” นารากับอิงอิง ถามไปด้วยเทก๋วยเตี๋ยวไปด้วย “ปะป๊าตามเรื่องเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุนะ ส่วนตอนนี้ตำรวจกำลังตามตัวคนที่ปาดหน้าอยู่” ทั้งสองสาวพยักหน้า แล้วยกชามก๋วยเตี๋ยวไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าวที่ทางโรงพยาบาลเตรียมเอาไว้ให้ “มา มากินข้าวทั้งสองคน” “ผมเห็นแต่ก๋วยเตี๋ยวนะ” ชาลีหยอกก่อนเดินไปลากแขนเพื่อนรักมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน โชคดีหน่อยที่เขาไม่ต้องลงไปซื้อแล้ว “ขอบคุณครับพี่ ๆ” ชาลีใช้ศอกกระทุ้งแขนของเพื่อน “ขอบคุณครับ” วาโยจึงกล่าวขอบคุณที่ทั้งสองคนซื้อก๋วยเตี๋ยวมาให้ด้วย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้ถือสาอะไรวาโย กลับพากันเดินไปนั่งแทนที่วาโยกับชาลีที่ข้างเตียงคนไข้พลางดูแลเพื่อนสาวคนสนิทเป็นอย่างดีจนวาโยเลิกเป็นห่วง “กูขอบใจนะ ที่อยู่เป็นเพื่อน” “ไม่เป็นไร พี่พีชก็เหมือน...” วาโยเม้มปากแน่น ไม่อยากพูดคำนี้ออกไปเลย “พี่สาวกูเหมือนกัน” ชาลีฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนพลางใช้แขนแกร่งเกี่ยวคอของเพื่อนเข้ามาก่อนกดเซลฟีตอนที่วาโยกำลังซดเส้นบะหมี่แล้วโพสต์ลงโซเชียลของตัวเอง “ของมึงดูน่าอร่อยว่ะ” ได้ยินชาลีพูดแบบนี้วาโยก็กลอกตาไปทั่วเพราะรู้ว่าประโยคต่อไปเพื่อนจะพูดว่าอะไร “ปรุงให้กูมั่งดิ” เฮ้อ... เห็นไหมล่ะพอ ๆ กับพี่สาวของเขาเลย แต่วาโยก็ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดอะไร เขาเอาชามของชาลีมาแล้วปรุงให้เพื่อนในรสชาติที่เขาชอบกิน ทั้งสองคนกินกันไปคุยกันไปกระทั่งกินหมดชาลีเป็นคนเอาชามไปล้าง ส่วนวาโยก็เดินไปนั่งที่โซฟาเพราะที่นั่งข้างเตียงคนไข้ถูกสองสาวเพื่อนรักของลูกพีชแย่งไปแล้ว “พี่นารา พี่อิงอิง กลับได้แล้วมั้งครับ ดึกแล้วนะ” “พี่อยากอยู่ต่ออีกแป๊บนึง” อิงอิงตอบพลางหันไปมองเพื่อนรัก ถึงแม้ว่าลูกพีชจะพ้นขีดอันตรายแล้วแต่เพื่อนเธอก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาเธอสองคนเลยยังไม่วางใจ “ทำไม... พวกพี่ถึงแยกกันไปกับพี่พีชล่ะครับ” อยู่ ๆ วาโยก็ถามขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทำเอาสองสาว และชาลีหันไปมองเป็นตาเดียว เด็กคนนี้คิดอยากจะพูดก็พูด แต่ตอนที่อยากจะให้พูดกลับง้างปากไม่ออกเลย “ตอนแรกจะไปด้วยกัน แต่ว่ายัยพีชบอกว่ามีคนที่ต้องไปเจอเลยให้พวกเราสองคนมาก่อน เราสองคนคิดว่าอีกพักนึงยัยพีชน่าจะมาก็เลยคุยกันว่าจะแอบไปซื้อซาลาเปาไส้ครีมที่ซอยข้างโรงเรียนกันก่อน” นาราอธิบายให้วาโยกับชาลีฟังด้วยความสัตย์จริง และซาลาเปาไส้ครีมที่ซอยข้างโรงเรียนเป็นของชอบของลูกพีช คนที่สนิทกับเธอเท่านั้นถึงจะรู้ “แต่พอเรามาถึงห้างหลังจากที่ซื้อซาลาเปาเสร็จ เราสองคนก็เห็นร่องรอยของการเกิดอุบัติเหตุ แต่ตอนนั้นไม่คิดว่าจะเป็นยัยพีชหรอกแต่เราโทรหาแล้วคุณน้าลินเป็นคนรับน่ะ เราถึงรู้เรื่อง” “คนที่ต้องไปเจอ? ใครเหรอครับ” คราวนี้เป็นชาลีกับวาโยที่ถามออกมาพร้อมกันราวกับนัดกันถาม แต่สองสาวต่างก็ส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะพวกเธอไม่รู้จริง ๆ “ไอ้แอลรึเปล่า!” ชาลีพูดด้วยน้ำเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน พี่สาวของเขาเคยคบกับคนคนนี้สมัยยังเป็นเด็ก ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดพี่ลูกพีชน่าจะประมาณ 9 ขวบเองมั้ง เป็นเพราะตอนนั้นทั้งสองคนเรียนห้องเดียวกัน และไอ้เวรนี่มันก็ชอบพี่สาวเขา เขาจำได้ดี เขาในวัย 6 ขวบเห็นพี่สาวร้องไห้จึงเค้นถามพอรู้เรื่องเขาก็รีบไปมีเรื่องกับมันจนเรื่องถึงขั้นเรียกผู้ปกครอง แต่หลังจากนั้นมาแม้ว่าไอ้นี่มันจะยังเรียนอยู่ที่เดียวกันแต่พี่สาวของเขาก็ไม่แม้แต่จะชายตามองมันอีกแล้ว มีแต่มันก็จ้องจะหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดพี่สาวของเขาอีก โชคดีที่ตั้งแต่ มอ.4 มาจนถึง มอ.6 นี้ พี่สาวของเขากับไอ้นั่นเรียนกันคนละห้องเขาถึงได้เบาใจขึ้นมาได้ “ไม่ใช่หรอก ถ้าเป็นแอลกับได๋ได๋ พี่สองคนคงไม่ปล่อยเพื่อนไปคนเดียวหรอก” เพราะแอลชอบมาก้อร่อก้อติกเพื่อนของพวกเธอ ส่วนได๋ได๋ก็คอยตามหึงหวงจนพวกเธอต้องกลายเป็นองครักษ์คอยพิทักษ์เพื่อนตัวเอง “พี่สองคนกลับได้แล้วครับ นี่มันดึกมากแล้ว” วาโยยกแขนขึ้นดูนาฬิกาที่ข้อมือเขาเห็นว่าสี่ทุ่มกว่าแล้วทั้งสองคนควรจะกลับได้แล้ว “ไอ้ชาลีมึงไปส่งพี่เขาสิ เดี๋ยวกูดูพี่พีชให้” ทำไมอยู่ ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนถูกไล่ออกไปนะ?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD