ลูกพีชนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องพักผู้ป่วยอย่างเบื่อหน่าย เมื่อเช้าพ่อของเธอเพิ่งบอกว่าจะอยู่กับเธอทั้งวัน แต่ว่าตอนนี้พ่อของเธอกลับต้องไปที่โรงพักเรื่องคดีเพราะตำรวจโทรมาจึงต้องรีบไป เธอจึงยินยอมที่จะอยู่คนเดียวเพราะแม่ของเธอยังคงอยู่ที่ร้านกาแฟที่เปิดไว้ที่บริษัทของพ่อ ในคราวแรกแม่ของเธอจะมาเฝ้าให้ได้แต่เพราะเธอไม่เป็นอะไรมากแล้วเลยบอกแม่ว่าอยู่ได้แต่แม่ของเธอก็ยังมาอยู่ดี และเพิ่งจะกลับไปเมื่อสักพักใหญ่ ๆ นี้เองเพราะดูเวลาแล้วใกล้เวลาที่ชาลีจะมาพอดี
แกร๊ก
“ฮาย~ เป็นไงมั่งพี่พีช” ชาลีเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้ามาตามมาด้วยเพื่อนของเขานำโดยวาโยที่มาพร้อมกับใบพาย วินเนอร์ ไลก้า แล้วเพื่อนของเธอก็ห้อยติดมาด้วย
“เคาะประตูไม่เป็นรึไง” พอได้เห็นหน้าของน้องชายแม้ในใจจะดีใจเพราะไม่ต้องนั่งเหงาอีกแต่ก็อดค่อนขอดน้องชายไม่ได้เลยจริง ๆ เพราะชาลีชอบเป็นแบบนี้มาตลอดนั่นแหละ ไม่มีมารยาทจนบางทีก็ลืมไปแล้วว่าเขากับเธอต่างก็โต ๆ กันแล้ว
“โห่ แค่นี้ก็ต้องดุด้วยเหรอ คนอุตส่าห์เป็นห่วง” ชาลีหันไปคว้าข้อมือของใบพายให้เดินเข้ามา จากนั้นก็นั่งลงปลายเตียงของลูกพีช ส่วนใบพายก็ถูกชาลีอุ้มขึ้นมานั่งด้วยกัน ด้านข้างเตียงลูกพีชเป็นวาโยที่หันไปคว้าเก้าอี้มานั่งลงข้างเตียง คนอื่น ๆ ต่างก็ยืนล้อมรอบเตียง
“ฉันไม่ใช่สโนว์ไวท์นะ”
ลูกพีชมองดูรอบเตียงแล้วก็หลุดขำออกมา เพื่อนเธอ เพื่อนน้อง ต่างก็ล้อมรอบเตียงของเธอมันทำให้เธออดนึกถึงสโนว์ไวท์ในค่ายดังที่เธอชอบดูบ่อย ๆ ไม่ได้เลยจริง ๆ ทว่าพอเธอพูดหยอกเย้าออกไปแบบนั้นคนที่ล้อมรอบเตียงเธอกลับมีสีหน้าไม่เข้าใจกันทุกคน มีเพียงคนเดียวที่หัวเราะคิกคักตามเธอ
“หัวเราะทำไมพาย”
“พายขำพี่พีช” ชาลีมองน้องสาวอย่างตกใจ ขณะเดียวกันสายตาของวาโยก็แสดงความสงสัยมากเหมือนกัน
“ขำอะไรเหรอครับ”
“ก็พี่พีชบอกว่าพวกเราเป็นคนแคระ คิก คิก” ใบพายหัวเราะออกมาดังกว่าเดิมหลังจากที่ได้เห็นสีหน้าของคนที่มาเยี่ยมพี่สาวเธอในวันนี้ แสดงว่าพี่ ๆ ทุกคนคงเอาแต่เรียนจนไม่มีเวลาว่างดูการ์ตูนเลยสินะเนี่ย ช่างน่าสงสารจริง ๆ
“ยัยพีช ยัยตัวแสบว่าพวกเราเป็นคนแคระเหรอ” นารากับอิงอิง หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ แต่ผู้ชายกลุ่มนี้กลับยังคงนิ่งไม่ไหวติง
“พี่พีช เป็นไงบ้างครับ” วินเนอร์ถามพร้อมกับระบายยิ้มออกมาด้วย เขาไม่อยากให้บรรยากาศเสียเพราะความไม่เข้าใจของพวกทึ่มทื่ออย่างพวกเขา
“นั่นสิ พวกผมสองคนจะตามมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่ถ้ามาทั้งกลุ่มได้โดนเพ่งเล็งแน่” ไลเนอร์พูดแทรกขึ้นมาอีก ปกติแล้วพวกเขาก็นับถือลูกพีชเหมือนพี่สาวคนหนึ่งอยู่แล้ว
“เจ็บสิ พวกนายลองโดนบ้างไหมล่ะ”
“ไม่เอา ผมไม่อยากเป็นมัมมี่เหมือนพี่พีช”
“วินเนอร์!” ลูกพีชแหวเสียงดุอย่างไม่จริงจังมากนัก ก่อนที่สายตาของเธอจะไปหยุดอยู่ที่วาโยที่กำลังนั่งเงียบ ๆ ปอกผลไม้อยู่ โดยมีทั้งเพื่อนเธอ และเพื่อนเขาหยิบชิ้นที่ปอกเรียบร้อยแล้วเข้าปาก วาโยไม่มีปากเสียงเขาปอกไปตีมือเพื่อนของเขาไปแต่คงไม่กล้าตีมือเพื่อนเธอเลยเร่งมือปอกให้มีปริมาณมากขึ้นจะได้เพียงพอต่อคนที่จ้องจะกิน
“กินฝรั่งสิครับพี่พีช”
“พี่กินไม่สะดวก” เธอเลื่อนสายตามองที่แขนเพราะเธอใส่เฝือกอยู่เลยไม่ถนัดหากจะหยิบอะไรเข้าปากเอง
“เดี๋ยวพี่ป้อน…”
“อะ ผมป้อน” วาโยรีบหยิบผลส้มที่ปอกแล้วขึ้นมาแตะริมฝีปากของลูกพีชท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมา เขารู้สึกได้เลยว่ามีสายตามองมาจริง ๆ แต่ก็ยังคงทำนิ่งอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“เอาแอปเปิลด้วย” ปากเล็กยังเคี้ยวตุ้ย ๆ จนคนป้อนมองตาไม่กะพริบ ขณะเดียวกันคนอื่น ๆ ก็หันไปพูดคุยกันอย่างปกติ นารากับอิงอิง อธิบายเรื่องที่เรียนมาให้ฟังส่วนวินเนอร์ ไลก้า ก็เล่นเกมกับชาลี ใบพายเดินมาหยิบผลไม้ที่ปอกแล้วในจานของนารากับอิงอิงเด็กหญิงกินไปดูการ์ตูนไปอย่างเพลินใจ
“ฝรั่งด้วย”
“สาลี่ด้วย”
“อะโวคาโดจะให้ผมราดน้ำผึ้งให้ไหมครับ” ลูกพีชฉีกยิ้มพลางพยักหน้าให้ วาโย ส่วนคนที่กำลังทำตัวเป็น ‘น้อง’ ก็ปรนนิบัติเธออย่างไม่อิดออดแถมยังมีสีหน้าแป้นแล้นอีกด้วย
“ยังเจ็บอยู่ไหมครับ” ลูกพีชพยักหน้าพลางมองผลไม้ในจานไปด้วย วาโยเห็นมุมปากเธอเลอะเขาเลยหันไปดึงทิชชูออกมาซับมุมปากให้เธอโดยจงใจให้ริมฝีปากของเธอสัมผัสกับมือเขา วาโยเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจของเขาเต้นแรงเหมือนเพิ่งออกกำลังกายมาหมาด ๆ ปลายนิ้วเขาร้อนผ่าวเพราะกลีบปากนุ่มของเธอสัมผัสมัน
“เจ็บ”
“มากไหมครับ” เขาอยากพูดว่าให้เขามาดูแลเธอทุกวันได้ไหม แต่เขาไม่พูดมันออกไปดีกว่า ไม่ใช่ไม่กล้าแต่กลัวเธอปฏิเสธไม่อยากให้เขามาดูแลเสียมากกว่า
“แล้วแกต้องหยุดนานแค่ไหน” อิงอิงถามโดยที่มือของเธอยังจดเลคเชอร์ให้ลูกพีชเผื่อเอาไว้ให้ลูกพีชอ่านในตอนที่กำลังพักรักษาตัว
“ประมาณเดือนนึง”
“โห เดือนนึงเลยเหรอ” โชคดีที่โรงเรียนนี้ไม่มีคะแนนช่วย เช่น ส่งงานเก็บคะแนนอะไรแบบนั้นที่โรงเรียนนี้มีเพียงคะแนนสอบ 100% เท่านั้น จึงไม่มีการบ้านหรือรายงาน แม้จะมีกิจกรรมต่าง ๆ แต่ก็ไม่มีคะแนนเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น
“อือ เบื่อแย่เลย” ลูกพีชพูดพลางทำท่าห่อเหี่ยว แต่ก็ห่อเหี่ยวได้ไม่เท่าไหร่เพราะน้องชาย (ปลอม) เสนอตัวอยู่เป็นเพื่อน
“เดี๋ยวผมมาอยู่เป็นเพื่อนเอง ทุกวันเลย”
“แหม น้องวาโย เฝ้าเป็นพี่สาวตัวเองเลยนะ” นาราแซวเธอเอ็นดูวาโยเหมือนน้องชายคนหนึ่งเหมือนกันไม่ใช่เพียงแค่วาโยแต่คนอื่นด้วย
“ผมกลับไปก็อยู่คนเดียว อีกอย่างพี่สาวเพื่อน...” เฮ้อ ไม่อยากย้ำคำนี้เลยมันเจ็บจี๊ด “ก็เหมือนพี่สาวผม”
หมับ!
ลำคอหนาถูกเพื่อนสองคนใช้แขนแกร่งคล้องอย่างหยอกเย้า ส่วนน้องชายตัวจริงก็วางมือไว้บนศีรษะวาโยอย่างเอ็นดูไปด้วยอีกคน
“เดี๋ยวพวกผมมาด้วย” ไม่ต้องก็ได้เขาอยู่ได้คนเดียวไอ้พวกนี้นิ “เออ เดี๋ยวกูมาด้วย” น้องชายแท้ ๆ เสนอตัวขึ้นมาด้วยจนวาโยแอบชักสีหน้า และหวังว่าจะไม่มีใครเห็นนะ
“ไอ้วา มึงตัดผมทรงเชี้ยไรเนี่ย กวนส้นตีนฉิบหาย” วินเนอร์ถามถึงแม้ในใจของเขาจะคิดว่ามันเข้ากับเบ้าหน้าของเพื่อนเขาเหมือนกัน แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแซวเพื่อนแบบนี้
“ว่าจะถามนานละ ไม่กลัวโดนตีนเลยเหรอ มึงโดนพี่ มอปลายเพ่งเล็งอยู่นี่” ไลก้าสมทบอีกคน
“ที่โดนเพ่งเล็ง เพราะตัดผมกวนตีนแล้วเสือกหน้าตาดี ได้ยินว่าพี่ มอหกมาจีบด้วยนี่หว่า” ชาลีตีไหล่วาโยพลางแซวเพื่อนไปด้วย แต่วาโยรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ควรพูดเพราะกลัวว่าลูกพีชอาจจะเข้าใจผิดได้ เขาแอบเหลือบมองลูกพีชที่ตอนนี้กำลังกินไปคุยไปกับเพื่อนของตัวเองไม่สนใจเขาเลยสักนิด!
“ไม่สนใจหน่อยเหรอวะ กูว่าพี่เขาก็หน้าตาดีนะ”
“ไม่!” วาโยปฏิเสธน้ำเสียงหนักแน่น เขาเหลือบสายตามองไปทางลูกพีชอีกครั้ง และการกระทำนั้นคนในห้องต่างก็เห็นรวมถึงคนที่เขาเหลือบตามองด้วย
“มองพี่แบบนั้นหมายความว่าไง พี่ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นหรอกนะ” ลูกพีชรีบพูดทันที เธอไม่รู้จักจริง ๆ แต่ตอนนี้ก็เริ่มอยากรู้แล้วว่าใครกันที่มาทอดสะพานให้ ‘น้องชาย’ อีกคนหนึ่งของเธอ
“แกรู้จักรึเปล่านารา อิงอิง” ทั้งสองสาวต่างก็ส่ายศีรษะพลางทำสีหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักแซววาโยกันใหญ่
“สงสัยต้องไปสืบแล้วล่ะว่าคนไหน”
“นั่นสินารา สงสัยต้องไปสืบแล้วว่าใครกันที่มาจีบน้องชายของพวกเรา” จากนั้นบรรยากาศต่างก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และจากนั้นไปอีกหนึ่งเดือนก็มีวาโย คอยมาเยี่ยมลูกพีชทุกวันไม่เคยขาด
✩✩✩
“พีช~” มือหนากดลดกระจกด้านหลังลงส่งยิ้มหวานให้กับหญิงสาวหน้าม้า ผมเปียที่เดินกอดกระเป๋านักเรียนออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่เมื่อถูกเขาทักใบหน้าที่มีรอยยิ้มของเธอก็ลดลงแล้วหายไป
“เรียกชื่อเฉย ๆ อีกแล้วนะ” ว่าแล้วก็เดินไปหยิกแก้มวาโยที่ยังคงยิ้มแป้นมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล
“มึงช่วยขยับรถของมึงไปด้านหน้าได้ไหมวะ แล้วนี่มาทำอะไรบ้านกูแต่เช้า”
“ก็มารับพี่พีชไง”
“แต่พี่พีชไปเรียนพร้อมกูไง แล้วมึงบอกว่าไงนะ มึงจะเอารถไปเรียนเองแล้ว แต่ก็ยังแวะมาบ้านกู” เพราะไม่อยากให้ลูกพีชเจ็บตัวหรืออึดอัด ก็เลยยอมเอารถของตัวเองมาด้วย
“ลุงยศครับ ช่วยขยับไปข้างหน้านิดนึงได้ไหมครับ” ชาลีทักทายคนขับรถของวาโย ก่อนเขกศีรษะของเพื่อนอย่างหมั่นไส้
“อ้าว วาโย อาทำข้าวเช้าเผื่อเราด้วย เอาไปสิ”
“ขอบคุณครับคุณอาลิน” พลอยไพลินเดินออกมาส่งลูก แล้วก็เดินไปที่รถของวาโยส่งอาหารเช้าให้กับเขาตามความเคยชิน ปกติแล้ววาโยจะมาขึ้นรถของบ้านเธอ แต่บางทีก็แยกไปขึ้นรถที่บ้านของวาโยด้วย แต่ครั้งนี้เป็นเพราะชาลีห่วงพี่สาวมากเกินไป เลยไม่ได้ไปรถวาโย และวาโยก็บอกว่าจะเอารถไปเองลูกพีชจะได้นั่งสบาย ๆ แม้ว่าความจริงแล้ววาโยจะไปรถบ้านเธอก็ไม่ได้เบียดอะไรนักก็ตามเพราะปกติใบพายจะนั่งบนตักของลูกพีชด้วยความติดพี่สาวก็ตาม
“พีชไปกับผมไหม” หลังจากที่พลอยไพลินเดินกลับเข้าไปในบ้านแล้ววาโยยังหันมาหาลูกพีชที่ยังยืนอยู่เพราะใบพายเพิ่งเข้าไปในรถเมื่อครู่นี้เอง
“เรียกแต่ชื่ออีกแล้ว” เขาทำทีเป็นไม่ได้ยินคำที่เธอค่อนขอด
“พี่พีช เข้ามาได้แล้ว” ชาลีเรียกพี่สาวก่อนจะเดินไปหาเพื่อนรักที่รถของเพื่อน
“เจอกันที่โรงเรียน” วาโยพยักหน้าแล้วกดเลื่อนกระจกรถขึ้น พลางบอกให้ลุงยศขับออกมาก่อน เพราะรู้ว่าไม่ว่าจะอย่างไรชาลีก็ทั้งรัก ทั้งหวง พี่สาว น้องสาวตัวเองมากอยู่แล้วทำให้เขาไม่ต้องห่วงอีก
ตึก...
ตึก...
ตึก...
เสียงฝีเท้าเดินที่ทางเดินภายในอาคารมัธยมปลายชั้นที่สามขณะที่เดินผ่านห้องต่าง ๆ ก็ได้ยินเสียงจอแจที่คุ้นเคยของบรรยากาศที่โรงเรียนที่เธอคิดถึง ในตอนที่ลูกพีชกำลังหลับตาซึมซับกลิ่นอายของวัยมัธยมซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายแล้วที่เธอจะสามารถอยู่ที่นี่ได้ในฐานะนักเรียน และเหลือเวลาอีกไม่มากแล้วด้วยเพราะใกล้จะสอบปลายภาคแล้ว ลูกพีชยังคงได้กลิ่นอายของแดดตอนเช้ากับสายลมอ่อน ๆ ที่พัดพากลิ่นต้นไม้ กลิ่นต้นหญ้าที่ถูกรดน้ำดูแลแต่เช้าพัดพามาให้หายคิดถึง ขาเรียวสวยเดินไปเรื่อย ๆ อย่างมั่นคงก่อนเลี้ยวไปทางซ้ายเข้าห้องเรียนของตัวเอง
ปุ้ง!
เฮือก!
หญิงสาวสะดุ้งเฮือกตกใจเมื่อได้ยินเสียงพลุสายรุ้งกระดาษพลางน้ำตารื้นเพราะดีใจที่เพื่อน ๆ จัดเซอร์ไพรส์ต้อนรับการกลับมาเรียนของเธอแถมคุณครูประจำชั้นยังร่วมมือด้วยอีกต่างหาก
“ยินดีต้อนรับกลับมาเรียนน้าลูกพีช~” น้ำเสียงสดใสปะปนกับน้ำเสียงทุ้มของเพื่อนผู้ชาย ใบหน้าที่แต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มต้อนรับเธออย่างจริงใจทำให้น้ำตาใสของลูกพีชร่วงผ่านพวงแก้มใส
“งื้อ~ ขะ ขอบใจนะทุกคน~” เธอยกแขนขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมา กลุ่มเพื่อนต่างก็กรูกันเข้ามาเพราะคิดถึงเธอ เว้นแต่เพียงแค่คนเดียวที่ยังคงนั่งนิ่งอย่างไม่ชอบใจ