เสียง ‘หึ’ ดังเล็ดลอดออกมาท่ามกลางเสียงที่แสดงถึงความดีใจของเพื่อนร่วมห้อง ทำให้หลายคนที่ได้ยินหันไปมองตามที่มาของเสียง คนที่นั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวคือได๋ได๋เพื่อนร่วมห้องอีกคนหนึ่งของลูกพีช และยังเป็นเพื่อนเก่าที่เรียนร่วมห้องกันมาตั้งแต่ชั้นประถมอีกด้วย มิหนำซ้ำทั้งสองคนก็เป็นคู่กรณีกันมาอย่างช้านาน ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นแค่ได๋ได๋คนเดียวเสียมากกว่าเพราะว่าลูกพีชไม่ได้สนใจเรื่องนั้นขนาดนั้น
“ได๋ได๋ เป็นเพื่อนเก่าของลูกพีชไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่มา...” หนึ่งในกลุ่มเพื่อนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะได๋ได๋ก็เที่ยวประกาศอยู่ตลอดไม่ใช่หรือไงว่าเธอกับลูกพีชเรียนด้วยกันมาแต่ไหนแต่ไร แต่น่าแปลกเพราะว่าเห็นแต่พวกเธอมีปากเสียงกันไม่เห็นถึงความสนิทสนมกันเลยแม้แต่น้อย
“ก็แล้วทำไมต้องไป” ได๋ได๋ปราดสายตามองไปทางลูกพีชอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนหันหน้าหนีไปทางอื่น
“ก็ไหนว่ารู้จักกันมาตั้งแต่อายุเลขตัวเดียวแต่เพื่อนเจ็บขนาดนี้กลับไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ” ได๋ได๋ลุกขึ้นพรวดมือตบโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ เธอหายใจถี่ด้วยความโมโหพลางเลื่อนสายตามองไปทางลูกพีชที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ามามองเธอเลยแม้แต่น้อย
“หึ ดีใจด้วยแล้วกันที่กลับมาได้อย่างปลอดภัย” น้ำเสียงกระแทกกระทั้นของได๋ได๋ทำให้เพื่อนที่อยู่โดยรอบลูกพีชเกิดโมโหขึ้นมา ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรกับลูกพีชขึ้นก็แล้วแต่ได๋ได๋ก็มักจะชอบพูดจากระแทกแดกดันลูกพีชเสมอ
“อ้าว ทำไมพูดงี๊อะได๋ได๋”
“หายแล้วก็ดีใจด้วย ขอแค่อย่าเที่ยวไปออดอ้อนแฟนชาวบ้านก็แล้วกัน” พูดจบแล้วก็เดินออกไปจากห้องเรียน ก่อนออกไปยังไม่วายหยุดที่ประตูห้องเรียนแล้วปรายตามองลูกพีชอย่างไม่พอใจก่อนเดินจากไป
“ดูทำเข้า”
“พวกเราล่ะสงสัยจริง ๆ เลยว่าแกเคยมีเรื่องอะไรกับยัยได๋ได๋มา”
ลูกพีชไม่ตอบเธอทำเพียงแค่ยิ้มมีเพียงเพื่อนรักของเธอทั้งสองคนเท่านั้นที่รู้เรื่องราว และเพื่อนของเธอทั้งสองคนต่างก็ปิดปากเงียบเช่นกัน ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะมีเรื่อง แต่เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรค่าให้ใส่ใจต่างหาก เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะได๋ได๋ยึดติด ไม่ปล่อยวาง และบ้าไปเอง พวกเธอหวังเพียงแค่หลังจากที่เรียนจบไปจากที่นี่แล้วพวกเธอคงจะไม่ได้เจอกับได๋ได๋อีก พวกเธอก็แค่อดทนไปอีกไม่กี่เดือนก็เท่านั้นเอง
“ช่างเถอะ มาพวกเรา มากินเลี้ยงกันดีกว่า”
“เอาล่ะ เด็ก ๆ สนุกกันไปนะครูขอไปประชุมแป๊บ” ครูสาวสวยเดินมาหยิบน้ำอัดลมสีดำที่นักเรียนหาจัดเตรียมไว้ให้เธอหยิบยกแก้วขึ้นกระดกดื่มแล้วหันมายิ้มให้ลูกพีชพลางวางมือนุ่มไว้บนศีรษะของลูกศิษย์
“ครูดีใจที่เรากลับมาได้อย่างปลอดภัยนะ” ว่าจบแล้วก็เดินออกไปพลางชูมือขึ้นโบกไปมา
เพื่อนนักเรียนในห้องหันมาดื่มกินกันต่ออย่างสนุกสนานรวมถึงลูกพีชด้วยเพราะว่านี่เป็นงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาเรียนอีกครั้งของลูกพีช นี่ไม่ใช่งานที่จัดขึ้นแค่เพียงลูกพีชคนเดียว เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีกรณีที่เพื่อนลาป่วยเป็นเดือน ๆ เมื่อเธอคนนั้นกลับมาเรียนอีกครั้งก็ถูกเลี้ยงต้อนรับแบบนี้เช่นกัน
✩✩✩
“อีพีช!” ได๋ได๋ทุบเคาน์เตอร์ล้างหน้าในห้องน้ำนักเรียนหญิง ก่อนหน้านี้เธอกับลูกพีชไม่ลงรอยกันเพราะเรื่องของแอล ถึงแม้ว่าทั้งคู่ทำเหมือนกับว่าไม่ได้คบหากันแล้ว แต่เธอรู้ เธอรู้ดีเลยล่ะว่ามันเป็นเพียงแค่การแกล้งทำของคนทั้งคู่ เพราะแอลก็ยังคงคอยแอบมองลูกพีชอยู่เสมอ และไม่เคยหลบซ่อนสายตาเลยสักครั้งไม่ว่าเธอจะอยู่ด้วย หรือไม่อยู่ก็ตาม
“มาทำอะไรตรงนี้ ยัยนั่นทำให้หงุดหงิดอีกเหรอ”
นาดากับนิต้าเป็นเพื่อนของได๋ได๋ และก็ยังเป็นเพื่อนที่เรียนมาพร้อมกันกับลูกพีชด้วย แม้ว่าแต่ละชั้นปีที่มีการเลื่อนชั้นแต่มีเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นที่พวกเธอไม่ได้เรียนห้องเดียวกันกับลูกพีช หลังจากนั้นก็เป็นเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันมาโดยตลอด
“เออดิ แกสองคนไปไหนมา” ได๋ได๋ยืนเชิดหน้าใช้สองมือกอดอกพลางจ้องมองเพื่อนที่สนิทที่สุดของตัวเองผ่านกระจกเงาในห้องน้ำนักเรียนหญิง สายตาของได๋ได๋ไล่มองเสื้อผ้าของเพื่อนสาวที่ยับยู่ยี่ และที่กระโปรงก็มีคราบน้ำเหนียวที่ดูก็รู้ว่าไปทำอะไรมา
“ทุเรศ” นาดากับนิต้าเดินไปที่เคาน์เตอร์ล้างมือ เธอเปิดน้ำแล้วเอาน้ำมาเช็ดกระโปรงด้วยใบหน้าที่เห่อแดง
“ก็ดีนน่ะสิ ใจร้อน” นาดาพูดก่อนเลื่อนสายตาไปมองเพื่อนของเธออีกคนกดดันให้นิต้ายอมรับเพราะทั้งสองคนก็อยู่ห้องน้ำข้าง ๆ กัน ซึ่งเป็นโรงพละที่ไม่ค่อยมีใครมาใช้งานห้องน้ำด้านหลังโรงพละสักเท่าไหร่พวกเธอรู้จังหวะดีว่าช่วงไหนคนมากคนน้อย
“จะ จั้มพ์ก็เหมือนกัน” ได๋ได๋กลอกตามองบนเพื่อนทั้งสองคน รู้สึกว่าช่วงล่างของเธอมันเอ่อเยิ้มอย่างไรก็ไม่รู้เพียงแค่ได้ยินเพื่อนพูดแค่นี้เธอก็นึกไปถึงความเร่าร้อนของแอลที่สาดใส่เธอเมื่อสองวันก่อนหลังจากนั้นแอลก็ไม่ติดต่อเธออีก แต่แล้วยังไงล่ะ เธอติดต่อไปแอลก็ไม่เคยปฏิเสธเธอเสียหน่อย เธอไม่คิดมากเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เพราะไม่ใช่แค่เธอที่เป็นแบบนี้แต่คู่ของเพื่อนเธอทั้งสองคนก็ด้วย
“แล้วยัยนั่นทำอะไรให้โมโหอีกล่ะ”
“นั่นสิ หายไปเป็นเดือนนึกว่าจะตายห่าไปแล้วซะอีก” นิต้าล้วงมือไปในกระเป๋ากระโปรงหยิบเอาลิปสติกขึ้นมาทาที่ปากอวบอิ่มเธอเม้มปากแน่นสองสามทีแล้วหมุนตัวหันกลับมารวมตัวกับเพื่อนเธอ
“น่าหมั่นไส้ กลับมาก็ทำเป็นจัดงานเลี้ยง คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนกัน”
“ตอนไม่อยู่ก็มีแต่คนอาลัยอาวรณ์”
“พอรู้ว่าอีนั่นจะกลับมาก็เตรียมปาร์ตี้กันจนน่ารำคาญ” ทั้งสามคนรวมหัวกันนินทาสิ่งที่ทำให้คับแค้นใจก่อนจะเดินออกมาพร้อมกันกลับเข้าห้องเรียนเพราะหากหายไปนานก็อาจจะถูกคนที่อยู่ในห้องนินทาเอาไว้ ทว่าในตอนที่กำลังเดินเชิดเข้ามาในห้องเรียนทั้งสามคนก็ต้องชะงักฝีเท้าเอาไว้เมื่อเห็นว่ามีชายหนุ่มสองคนมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับนี้ด้วย
“ดีน!”
“จั้มพ์!” ทั้งสองหนุ่มไม่ได้เรียนที่ห้องนี้ แต่เรียนที่ห้องถัดไปแต่ทำไมถึงมาร่วมปาร์ตี้ที่ไร้สาระนี่ได้ล่ะทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้...
สองหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองหลังจากได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเองแต่เมื่อหันไปเห็นว่าเป็นคนที่พวกเขาเพิ่งจะปลดปล่อยความใคร่ไปด้วยเมื่อครู่ก็หันกลับมาหาลูกพีชเหมือนเดิม และไม่มีทีท่าที่จะสนใจคนที่เดินเข้ามาใหม่อีก
“พวกเราก็ว่าอยู่ว่าคุณหนูลูกพีชไปไหนมา” ดีนพูดแซว พวกเขาเป็นเพื่อนกับลูกพีชด้วยเหมือนกัน เป็นเพื่อนที่หมายถึงเพื่อนจริง ๆ ไม่ได้คิดเกินกว่าเพื่อนเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าลูกพีชจะน่ารัก ใครเห็นใครก็ชอบแต่คนเราย่อมมีสเปกในใจ อีกอย่างลูกพีชก็จิตใจดี ช่วยเหลือพวกเขามาตั้งแต่เด็ก ทำให้พวกเขารัก และหวังดีกับลูกพีชจากใจจริง
“นั่นดิ เราก็คิดว่าไปเที่ยวต่างประเทศ ที่ไหนได้ ว่าแต่เจ็บมากไหมจับตัวคนชนได้รึเปล่า” ลูกพีชส่ายหน้าแทนคำตอบบอกจั้มพ์ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะยังไงเธอก็เชื่อมั่นว่าปะป๊าของเธอต้องทำทุกอย่างได้อย่างแน่นอน
“เอาน่า ถือซะว่าฟาดเคราะห์ไป” มือหนาของจั้มพ์จับศีรษะของลูกพีชโยกไปมาอย่างเอ็นดูแต่ก็อดไม่ได้ที่จะสงสารเพื่อนด้วยเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้พวกเราสนิทกันมากแต่ความสนิทนั้นก็ลดลงไปเพราะพวกเขาดันเป็นเพื่อนกับคนที่ลูกพีชไม่อยากยุ่งด้วย พวกเขาไม่สามารถเลือกเพื่อนได้ เลยต้องคบทั้งสองฝั่ง และพยายามไม่ให้ทั้งสองฝั่งต้องลำบากใจไปมากกว่านี้ โชคดีที่ลูกพีชของพวกเขาเป็นคนใจดี น่ารัก เธอเลยยังยินยอมคบหากับพวกเขาเป็นเพื่อนอยู่
“ก็ว่าอยู่ เรานอนโรงบาลเป็นเดือนแต่ไม่เห็นพวกนายเลย”
“ก็พวกเราไม่รู้นี่ ปกติคุณหนูลูกพีชไปเที่ยวต่างประเทศก็จะหายไปเลย พวกเรารู้อีกทีก็มีของฝากมาวางไว้บนโต๊ะแล้วนิ” ลูกพีชฉีกยิ้มกว้างอย่างสบายใจแม้ว่าทั้งสองคนจะเป็นเพื่อนกับคนที่เธอไม่อยากเจอ ก็ไม่เป็นไร การที่เธอเลิกคบกับใครไปก็ไม่จำเป็นต้องเลิกคบเพื่อนด้วยสักหน่อย
“ขอบใจนะจ๊ะนาราที่ดูแลคุณหนูลูกพีชให้พวกเรา” ดีนหันไปยิ้มให้นาราที่กำลังยื่นแก้วน้ำให้เขาหลังจากที่เอาไปเติมน้ำแข็งกับน้ำอัดลมสีดำมาให้
“พูดอะไรของนาย ลูกพีชก็เพื่อนเราเหมือนกันนะ”
“เธอก็ด้วยอิงอิง ขอบใจนะที่ดูแลยัยตัวแสบให้”
“...” อิงอิงไม่ได้ตอบจั้มพ์แต่ก็พยักหน้ารับแม้เธออยากจะพูดว่าเธอไม่ได้ลำบากอะไรเพราะว่าลูกพีชก็เป็นเพื่อนของเธอด้วย แต่ที่เธอไม่ตอบเพราะว่าคำที่เธอต้องการพูดนั้นนาราพูดแทนไปแล้ว
“ว่าแต่เรียนจบแล้วจะไปต่อที่ไหน” ดีนถามพร้อมกับมองหน้าทั้งสามคน และยังมีเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ล้อมรอบทุกคนเอาไว้อีกชั้นอย่างสนิทสนมเว้นแต่เพียงหญิงสาวสามคนที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่กำลังสนุกสนานเหล่านี้เลย
“คงมหา’ลัยฝั่งตรงข้ามแหละ ขี้เกียจไปไกลอีกอย่างเป็นเครือเดียวกันด้วยระบบการศึกษาก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่”
“แล้วนารากับอิงอิงไปด้วยไหม” จั้มพ์ถามพร้อมกับยกแก้วเครื่องดื่มน้ำอัดลมเข้าปาก
“ไปอยู่แล้ว ไม่อยากไปหาเพื่อนใหม่ด้วย แล้วก็ชินกับแถวนี้แล้ว อีกอย่างพวกเรากลัวมีเด็กร้องไห้ที่ต้องแยกจากพวกเราน่ะสิ”
“งั้นพวกเราก็ไปด้วย จะได้เจอกันที่มหาวิทยาลัยอีกดีไหม”
“เบื่อแย่เลยเนอะนารา อิงอิงถ้าต้องเจอหน้าสองคนนี้ที่มหา’ลัยอีก” แก้วห้าใบชนกันแล้วยกดื่ม จากนั้นไม่นานครูประจำชั้นก็กลับมา
“นายจั้มพ์ นายดีน นายสองคนเรียนห้องนี้เหรอ”
“โห่ครู ผมสองคนแค่แวะมาหาเพื่อนเพราะเป็นห่วงหรอก”
“มาหาแล้วก็ไปได้แล้วมั้ง เดี๋ยวตรงนี้ก็จะจบปาร์ตี้แล้วเริ่มเรียนแล้วเหมือนกัน” จั้มพ์กับดีนมองหน้ากันแล้วหันไปหยิบขนมก่อนออกมาจากห้องเรียนของลูกพีช
“เจอกันยัยตัวแสบ”
“เจอกันคุณหนูลูกพีช” ลูกพีชโบกมือให้เพื่อนชายด้วยก่อนหันกลับมาช่วยเพื่อนร่วมห้องเก็บของที่จัดปาร์ตี้ต้อนรับเธอหลังจากช่วยกันเก็บเรียบร้อยก็เริ่มบทเรียนบทแรกไปจนถึงบทสุดท้ายของวันอย่างมาราธอน โดยที่คุณครูปล่อยให้ไปรับประทานอาหารเพียงแค่ 40 นาทีเท่านั้นเอง