วาโยใช้เวลาเตร็ดเตร่อยู่กับลูกพีชไปอีกพักใหญ่ และไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปที่ตึกมัธยมต้นของตัวเองเลย กระทั่งเสียงออดดังลูกพีชเก็บข้าวของอย่างเรียบร้อย แล้วลุกขึ้นยืนนั่นทำให้วาโยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นมองลูกพีชที่ลุกขึ้นยืนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ยืนทำไมครับ”
“นอกจากเป็นเด็กสามขวบแล้ว ก็ยังเป็นคุณปู่เก้าสิบขวบอีกเหรอเนี่ย” ลูกพีชอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อวาโยด้วยการดึงใบหูของเขาเบา ๆ จนเด็กหนุ่มต้องรีบเก็บโทรศัพท์มือถือของเขาลงกระเป๋ากางเกง แล้วลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงนั่นทำให้ลูกพีชต้องปล่อยมือของเธอออกเพราะเขาสูงกว่า
“ได้ยินอะไรครับ”
“เสียงออดเข้าเรียนคาบบ่ายไง” เจ้าเด็กทึ่มนี่ ติดเกมไปไหม?
“พี่พีชก็จะไปแล้วเหรอครับ” น่าเสียดายนิดหน่อย ยังอยากอยู่ด้วยนาน ๆ ทำไมเวลามันถึงได้เดินเร็วแบบนี้นะ อ๊ะ เมื่อกี้เขาแอบถ่ายรูปเธออยู่ตลอด แต่กลัวเธอจะสงสัยก็เลยทำท่าเหมือนกับว่ากำลังเล่นเกมตอนที่เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ายังไม่ทันได้ปิดหน้าจอเลย ไม่ใช่ว่ามันจะลบไปแล้วนะ
“แหงสิ พี่ต้องไปเรียนคาบบ่าย เราก็ต้องไปแล้วไม่ใช่เหรอ”
เสียดายมาก อยากจะตะโกนเสียงดัง ๆ ว่าเสียดาย ถึงหัวสมองจะคิดแบบนั้นแต่วาโยก็ทำตัวว่าง่ายด้วยการพยักหน้า
“เอามานี่ครับ ผมช่วยถือ” เขาแย่งของลูกพีชมาถือเอาไว้เอง จนลูกพีชก็ใช้แรงต้านไม่ได้
“พี่ถือเองได้ เรารีบไปเรียนเถอะน่า”
“ไม่เป็นไรครับ ผมจะไปส่งเอง” พูดแล้วเหลือบสายตามองท่าทีของคนตัวเล็ก ก่อนพูดขึ้นมาอีกหน “เดี๋ยวมีเด็กแถวนี้เดินสะดุดล้มอีก เสียโฉมแน่คราวนี้”
ลูกพีชได้ยินก็เห็นด้วยกับคำพูดของวาโย ขนาดเมื่อครู่จะเดินไปแกล้งเขาแท้ ๆ เธอก็ยังสะดุดขาตัวเองจนเกือบขายหน้า ลูกพีชพยักหน้ายอมรับก่อนจะเดินกลับห้องเรียนไปพร้อมวาโย
“ตึกมอปลายนี่ไม่คึกคักเลย”
วาโยพูดพร้อมกับมองไปทั่วด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็น ที่ชั้นนี้ส่วนใหญ่จะเงียบกว่าชั้นที่เขาเคยอยู่เสียอีก เป็นเพราะช่วงวัยงั้นเหรอ หรือเป็นเพราะคุณครูดุกว่า
“ก็ชั้นนี้มีแต่เด็กโต จะให้คึกคักเหมือนชั้นมอสามได้ยังไง”
ลูกพีชพูดอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่คนที่คิดมากเป็นเด็กหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้างเธอ ก็พอเธอพูดออกมาแบบนี้แล้วเขาก็อดคิดไม่ได้นี่ว่าเราอายุห่างกันทั้ง ๆ ที่เขากับเธอห่างกันแค่สามปีเองนะ สามปี มันไม่มากไปเสียหน่อย ไม่เด็กเกินไปด้วย!
“อุ๊ย ใครมาเนี่ย” อิงอิงนั่งเล่นอยู่หน้าห้องกับนารา ในกลุ่มนั้นยังมีดีนอยู่ด้วยอีกคนที่กำลังนั่งเล่นอยู่หน้าห้องเรียนระหว่างรอคุณครูมาสอน
“สวัสดีครับพี่อิงอิง”
“น้องวาโยคนหล่อนี่เอง” ในตอนที่อิงอิงกำลังพูดแซววาโยอยู่ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอมัดผมทรงหางม้าแถมยังมีหน้าม้าอีกด้วย
“วะ วาโย” วาโยหันไปมองตามเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวที่สวมชุดนักเรียนเขาก็หันกลับมาด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ก็เขาไม่รู้จักนี่จะให้เขาคุยอะไรเล่า
“วาโยสาวทักน่ะ” ดีนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแซว ๆ เพราะว่าวาโยเป็นเพื่อนของน้องชายลูกพีช ส่วนเขาก็เป็นเพื่อนลูกพีชทำให้ได้รู้จักชาลี กับวาโย และเพื่อนน้องชายของลูกพีชคนอื่นไปโดยปริยาย
“พี่ดีน” วาโยทักทายดีนตามมารยาท แต่ดีนก็ไม่ได้ถือสา
“เธอรู้จักไอ้เด็กนี่เหรอ” ดีนพูดถามขึ้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ส่วนลูกพีชก็ยังยืนข้างวาโยไม่ได้เดินแยกตัวไปไหน ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากแยกหรอกนะ แต่เพราะว่าวาโยถือของของเธออยู่ต่างหากล่ะ เธอต้องอยู่รอรับของ
“อะ อืม ระ เราจีบวาโยอยู่น่ะ”
“คิก ฮ่า ๆ โทษที ๆ มันอดขำไม่ได้ เราขอแนะนำนะ ถ้าเธอจะจีบไอ้เด็กนี่เธอไปจีบคนอื่นเถอะเพราะไม่ว่าไงเธอก็ไม่สมหวังอยู่แล้ว” หญิงสาวคนนั้นยืนหน้าแดงตัวสั่นพลางมองวาโยที่ไม่มองมาที่เธอเลย นั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเก่า
“เดี๋ยวพี่โทรหานะ” วาโยยังคงนิ่งราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงของหญิงสาวคนนั้น เขาก้มตัวลงเล็กน้อยถามลูกพีชน้ำเสียงเบา
“พี่พีชนั่งโต๊ะไหนครับ”
“อ๊ะ ตะ โต๊ะนั้น” ลูกพีชชี้ที่นั่งของเธอ ส่วนวาโยก็เดินเอาของไปวางไว้ที่โต๊ะของลูกพีชท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมห้องคนอื่น ทว่าตอนที่เดินออกมาหญิงสาวคนนั้นกลับยังอยู่ และกำลังร้องไห้จนตัวโยน
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” เขาถามคนที่อยู่ตรงนั้นได้คำตอบมาว่า หญิงสาวคนนั้นบอกว่าจะโทรหาวาโยแต่เบอร์ที่เธอโทรไปนั้นเป็นเบอร์ของใครก็ไม่รู้ ทำให้เธอเสียใจมากว่าเบอร์ที่เธอกล้า ๆ กลัว ๆ กดโทรออกอยู่หลายครั้งนั้นไม่ใช่เบอร์โทรของวาโย เมื่อเธอได้สติขึ้นมาก็วิ่งร้องไห้หายไป
“ไอ้วา ทำสาวร้องไห้อีกแล้วเหรอ” จั้มพ์เดินเข้ามาในกลุ่มพร้อมกับแอลที่เดินกลับไปที่ห้องเรียนของตัวเองโดยที่วาโยมองแอลอย่างหาเรื่องจนไม่สามารถปิดบังสายตาได้
“มองอะไรขนาดนั้น” ก็ไอ้นั่นมัน ‘แฟนเก่า’ ลูกพีชนี่นา เขาที่เป็นว่าที่แฟนใหม่ และแฟนตลอดไปก็ต้องเขม่นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
“พี่จั้มพ์ เลิกคบไม่ได้เหรอ คนนั้นน่ะ” เพราะลูกพีชอยู่ด้วยทำให้วาโยพูดสุภาพขึ้นมาหน่อย
“เห้ย ไม่เอาน่า” วาโยรู้ดีว่าเขากำลังทำตัวไร้สาระ แม้จะระแวงแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ เด็กหนุ่มเลยหันมาหาลูกพีชแล้วกล่าวลา
“ผมกลับห้องเรียนก่อนนะ” ลูกพีชพยักหน้าให้เป็นคำตอบมองดูวาโยเดินหายไป
“ไอ้เด็กนี่ ยังไม่ชอบไอ้แอลเหมือนเดิมเลยวะ”
“ไอ้ดีนมึงก็พูดไม่คิด ก็น้องชายของยัยตัวแสบไม่ชอบ ไอ้เด็กนั่นจะชอบได้ไง”
ในตอนนั้นเองอยู่ ๆ แอลก็เดินออกมาจากห้องเรียนของเขา เขาเดินเข้ามาในกลุ่มที่ทุกคนยืนอยู่ ส่วนลูกพีชก็กำลังจะเดินเข้าไปในห้องเรียนของเธอ แต่กลับถูกแอลรั้งเอาไว้ด้วยการคว้าแขนไว้ไม่ให้เธอเดิน
“พีช” เรื่องของเธอกับแอลมันนานมากแล้วนะ เรื่องของเธอกับเขามันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำเพราะตอนนั้นมันเกิดขึ้นในตอนที่พวกเรายังไม่รู้จักเลยว่าความรักคืออะไร เธอรู้แค่ว่าเธอกับเขาน่าจะยังเป็นเพื่อนกันได้หลังจากที่เธอเป็นฝ่ายหักอกเขาเพราะตอนนั้นเขากับเธอยังเด็กด้วย ความรักคืออะไรก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าในตอนนั้นแม้เขาจะเพิ่ง 9 ขวบ เธอเองก็เช่นกัน แต่เด็ก 9 ขวบที่สามารถคบหาผู้หญิงได้พร้อมกันก็ไม่ธรรมดาสำหรับเธอแล้ว หลังจากที่เธอกับเขาจบความสัมพันธ์แบบเด็ก ๆ นั่นลงลูกพีชก็คิดว่าเธอกับเขาจะสามารถเป็นเพื่อนกันได้เหมือนดีนกับจั้มพ์ที่เป็นเพื่อนเธอ แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับแอลกลับถดถอยลงเพราะได๋ได๋ จนเธอไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับแอลอีกแม้แต่ความเป็นเพื่อนเธอก็ไม่อยากหยิบยื่นให้เขา
“ปล่อย” ลูกพีชพูดน้ำเสียงนิ่งหันกลับไปมองมือแอลที่คว้าแขนของเธอไว้ แต่แอลยังไม่ทันได้พูดอะไรที่มันมากกว่านี้ก็ได้ยินเสียงแหลมสูงดังออกมาจากห้องเรียน
“แอล!” แอลปล่อยมือออกจากแขนเรียวของลูกพีช ไม่ใช่เพราะกลัวได๋ได๋ แต่เพราะไม่อยากให้ลูกพีชหนีหน้าเขาเพราะได๋ได๋อีกแล้ว อีกอย่างเขากับได๋ได๋เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันเลย สำหรับเขาแล้วลูกพีชเป็นรักแรกของเขาแม้มันจะเกิดขึ้นตอนที่เขากับลูกพีชยังเด็กมาก แต่เขาก็ไม่เคยลืมเธอเลยสักครั้ง
แขนเรียวคล้องแขนแกร่งของแอลเอาไว้พลางมองลูกพีชราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ลูกพีชก็เมินสายตานั้นของได๋ได๋เพราะเธอไม่ให้ค่ากับอะไรแบบนี้ เธอเดินกลับเข้าไปในห้องเรียนตามมาด้วยอิงอิง นารา ส่วนดีนกับจั้มพ์ก็ลากเพื่อนเขากลับเข้าห้องเรียนไปด้วยเช่นกัน
“แอล เดี๋ยวสิ”
“ไปไกล ๆ น่าได๋ได๋” ได๋ได๋เดินตามแอลไปถึงหน้าห้องเรียนของแอล แต่ก็ถูกดีนกับจั้มพ์ขวางเอาไว้ ดีนกับจั้มพ์รู้ดีกว่าเพื่อนของเขาไม่ได้รู้สึกอะไรพิเศษกับผู้หญิงคนนี้ และมีไว้แค่ระบายความใคร่เท่านั้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ขืนใจ หรือใช้คำพูดล่อลวงแต่หญิงสาวกลุ่มนี้เป็นฝ่ายเสนอมาเองโดยที่พวกเขาก็ยื่นเงื่อนไขให้แต่หญิงสาวกลุ่มนี้กลับไม่ทำตามเงื่อนไข
“นี่ดีน จั้มพ์มาขวางฉันไว้ทำไม”
“กลับไป นี่ไม่ใช่ห้องเรียนเธอ”
“แต่ฉันมีเรื่องต้องคุยกับแอล” จั้มพ์ส่ายศีรษะไปมาก่อนจ้องเขม็งได๋ได๋จนเธอเริ่มกลัว
“กลับไป!” ได๋ได๋เดินกลับมาที่ห้องตัวเอง เธอมองไปทางลูกพีชที่กำลังคุยกับเพื่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างสนุกสนานก็ทำให้เธออดที่จะโมโหไม่ได้ ภาพที่แอลจับแขนของอีนั่นมันทำให้เธอร้อนใจกลัวว่าแอลจะกลับไปหามัน
“อี...” ได๋ได๋เม้มปากแน่นแล้วเปลี่ยนคำเรียก “ลูกพีช ฉันขอคุยด้วยหน่อยสิ” ลูกพีชเพียงแค่มองไปทางได๋ได๋ แต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นจนได๋ได๋เกิดโมโหขึ้นมาอีก
“คุยตรงนี้แหละ อ้อ แต่ถ้าเป็นเรื่องผู้ชายฉันไม่คุยนะ เสียเวลา” มือเรียวกำหมัดแน่นจนสั่นก่อนเดินกระทืบเท้าปึงปังกลับไปนั่งที่ของตัวเอง
✩✩✩
“อ้าว วาโย ชาลี ขึ้นมาทำไรเนี่ย” นาราเป็นคนทักขึ้นเพราะเธอเก็บของเสร็จก่อนแล้วออกมารอลูกพีชกับอิงอิงหน้าห้องเรียน หลังจากที่วันนี้หมดคาบเรียนแล้ว
“ผมมารับพี่สาวน่ะ กลัวว่าจะมีแมลงวันมาตอม” ลูกพีชเดินออกมาได้ยินพอดีก็ตีไปที่แผ่นหลังแกร่งของน้องชาย
“โอ๊ย เจ็บนะเนี่ยจะตีทำไม”
“ว่าพี่เป็นขี้เหรอหะ” พูดแล้วก็ตีชาลีไปอีกสองสามทีจนชาลีที่หลบฝ่ามือของพี่สาวถอยหลังไปชนกับใครบางคนเข้า
พลั่ก!
“ไอ้แอล” แอลไม่ได้กลัวนักหรอกแต่บอกตรง ๆ ว่าก็ไม่อยากยุ่งด้วย สองคนนี้ชอบตามมาทำร้ายเขาทีหลัง หากว่าเขาไปยุ่งกับลูกพีชแต่เขาที่ยังมีความรู้สึกผิดติดอยู่ในใจก็อยากจะขอโทษลูกพีช และขอโอกาสจากเธอใหม่อีกครั้ง เขาหมายถึงว่าถ้าหากเป็นไปได้น่ะนะ
“ถอยไป” แอลพูดน้ำเสียงนิ่ง วาโยก็เดินมายืนซ้อนด้านหลังของชาลี เป็นการสนับสนุนเพื่อน และความรู้สึกส่วนตัวก็อยากตะบันหน้าไอ้นี่อีกสักทีสองที
“นายสองคนทำอะไรกัน” ลูกพีชปรามทั้งสองฝั่งพลางกวาดสายตามองไปทั่ว เพราะหลายสายตาก็จับจ้องมาตรงที่เธอยืน
“กลับบ้าน!” เธอตะเบ็งเสียงดุแต่เพราะอะไรไม่รู้ที่ไม่ได้ทำให้เธอดูน่าเกรงขามเลย แต่เธอกลับดูน่ารักเสียมากกว่า