หลายสัปดาห์มานี้ชานนท์เก็บตัวอยู่แต่ในห้องทำงานเป็นส่วนใหญ่ และยังออกจากบ้านไปหาเพื่อนบ่อยเสียจนลูก ๆ สงสัย แต่ก็ไม่ค่อยกล้าถามสักเท่าไหร่เพราะปกติแล้วชานนท์มักจะยุ่งอยู่กับงานที่ทำ เขามักจะพูดอยู่เสมอว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งที่เขาวางรากฐานเอาไว้ให้กับลูกไม่ว่าลูกจะรับช่วงต่อธุรกิจของเขาหรือเปล่าก็ตาม แต่อย่างน้อยธุรกิจของเขาก็ต้องเลี้ยงลูกเขาได้ ความภาคภูมิใจของชานนท์ก็คือชาลีลูกชายคนกลางซึ่งเป็นคนเสนอตัวขึ้นมาเองว่าจะสานต่อธุรกิจของพ่อ และพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ครอบครัวให้ได้ แต่ในขณะเดียวกันชานนท์ก็ไม่ได้มุ่งเน้นแต่การทำงานเสียอย่างเดียวเขายังคงมีเวลาให้ลูก และภรรยาอย่างเท่าเทียมกันด้วย เพียงแต่ช่วงนี้ชานนท์ยังคงเข้าออกสน. อยู่บ่อยครั้งจนเขารู้สึกว่าเขาจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“วันนี้ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าเหรอคะ”
พลอยไพลินถามหลังจากที่ชานนท์เดินเข้ามานั่งในร้านกาแฟของเธอ พลอยไพลินชงกาแฟมาให้ชานนท์ แล้ววางแก้วกาแฟร้อนไว้ตรงหน้าเขาพลางเดินไปยืนซ้อนด้านหลังบีบนวดบ่าแกร่งให้สามีเพื่อคลายความเหนื่อยล้า พลอยไพลินรู้ว่าสามีเหนื่อยมากแค่ไหนขนาดสามีเธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงทางด้านธุรกิจนะเนี่ยยังต้องเข้าออกโรงพักอยู่หลายครั้งโดยที่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย
“ตำรวจเวรพวกนั้นให้คำตอบเหมือนเดิม ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ยังตามจับไม่ได้ กำลังพยายามอยู่ เหอะ ไม่ว่าจะหาเหตุผลอะไรมาก็ตามสุดท้ายก็คือไม่มีความสามารถนั่นแหละ” ชานนท์กำลังคิดว่าเขาจะให้โอกาสตำรวจอีกเพียงแค่สองสัปดาห์เท่านั้น ถ้าภายในสองสัปดาห์นี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าอีก ชานนท์จะให้การันต์ช่วย การันต์เพื่อนของเขาคนนี้นอกจากเป็นทนายมากฝีมือแล้วก็พอมีเส้นสายอยู่บ้าง น่าจะช่วยอะไรเขาได้บ้างแหละน่า
“ไอ้ตำรวจเวรพวกนั้น เพราะขี้เกียจทำงานก็เลยจะตีให้เป็นอุบัติเหตุทั้ง ๆ ที่มีคนเสียชีวิต แถมมีคนเจ็บอีกต่างหาก ถ้าเรื่องนี้ไม่คืบหน้าป๊าคงต้องเล่นงานสน. นี้ผ่านสื่อแล้วล่ะ” ที่เขาคิดเอาไว้คือให้สื่อช่วยกดดันนี่ขนาดเขาเป็นคนที่ค่อนข้างมีแสงนะเนี่ย สำหรับชานนท์แล้ว แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นอุบัติเหตุเขาก็จะต้องลากคอคนที่ทำให้ลูกสาวเขาเจ็บตัว มารับผิดชอบให้ได้
ทันทีที่ตระหนักได้อย่างนั้นชานนท์ก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็วมือหนาล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาต่อสายหาการันต์เพื่อนรัก เพื่อนเขาคนนี้พอจะรู้เรื่องอุบัติเหตุของลูกพีชอยู่บ้าง ทำให้ชานนท์ไม่ต้องเล่าเท้าความไปไกลก็สามารถคุยกันได้จนรู้เรื่อง
✩✩✩
“คุณหนู คุณหนูชาลี คุณหนูคะ นี่พวกเธอเห็นคุณหนูชาลีไหม” ป้าดาว หัวหน้าแม่บ้านเดินตามหาชาลีจนทั่วแต่ก็ยังหาไม่เจอ เธอวางสำรับเอาไว้ให้ และตอนนี้ที่โต๊ะรับประทานอาหารก็มีคุณหนูใบพายกับคุณหนูลูกพีชนั่งรออยู่แล้ว
“ไม่เห็นนะคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอกก็ตั้งสำรับเอาไว้แล้วไม่รู้คุณหนูหายไปไหนเดี๋ยวกับข้าวก็เย็นพอดี เอาเถอะเดี๋ยวฉันไปตามหาเอง พวกเธอมีอะไรจะทำก็ไปเถอะ” แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เดินหาชาลีไม่เจอ จนลูกพีชอดที่จะสงสารป้าดาวไม่ได้เธอจึงให้ป้าดาวหยุดตามหาโดยเสนอทางออกว่าลูกพีชกับใบพายจะกินด้วยกันก่อน และเมื่อชาลีกลับมาก็ค่อยหาให้ชาลีกินใหม่คนเดียว
ชาลีเข้าไปหาหนังสือที่ห้องทำงานของชานนท์มาอ่านเล่นแต่ว่าในตอนที่เขากำลังหาอะไรอ่านอยู่นั้นสายตาก็เห็นว่าชานนท์ลืมปิดคอมพิวเตอร์ก่อนออกจากบ้านไปทำงานแน่ ๆ ด้วยความหวังดีชาลีจึงเดินไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์เพื่อที่จะปิดคอมพิวเตอร์ให้พ่อแต่ว่าหน้าจอที่เปิดค้างเอาไว้เป็นหน้าจอคลิปกล้องวงจรปิดในวันที่ลูกพีชเกิดอุบัติเหตุ
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร ชาลีรีบก๊อบปี้คลิปนั้นส่งไปที่อีเมลของตัวเองจากนั้นเขาก็ปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของชานนท์ ในตอนที่เขาเดินลงมาจากชั้นสองก็เจอลูกพีชกับใบพายที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร
“ชาลีจะไปไหน” ชาลีชะงักฝีเท้าก่อนหันไปตอบพี่สาวที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ อย่างน่ารัก
“จะไปบ้านไอ้วา กินข้าวไปเลยนะไม่ต้องเหลือไว้ให้ ผมจะไปกินบ้านไอ้วา” ลูกพีชได้ยินก็ส่ายหน้า ชาลีทำราวกับว่าบ้านเราไม่มีข้าวกินอย่างนั้นแหละแต่ก็ยังไม่ทันได้ห้ามเพราะหลังจากที่ชาลีพูดจบแล้วน้องชายของเธอก็วิ่งแจ้นออกไปจากบ้านโดยไม่หันกลับมามองพี่สาวน้องสาวอีกเลย
“จะรีบอะไรขนาดนั้น”
วาโยกำลังเปิดดูรูปภาพของลูกพีชที่เขาแอบถ่ายไว้ในมือถือแถมยังแอบบันทึกรูปเธอจากโซเชียลของเธอด้วย ใจจริงเขาอยากจะเก็บรูปน่ารัก ๆ ของเธอไว้ แต่ไม่ว่าจะเปิดไปรูปไหนเธอก็น่ารักทุกรูปจนเขาเลือกไม่ได้เลยจริง ๆ เขาเลยต้องบันทึกรูปภาพของเธอทั้งหมดลงมือถือราวกับตัวเองเป็นเจ้าของแมวที่ในมือถือมีแต่รูปแมว
จะว่าไปแล้ว คิดถึงจัง วันนี้ยังไม่ได้เจอเลย แกล้งไปหาชาลีดีกว่า
ตึก... ตึก... ตึก...
“คุณหนูวาโยคะ” วาโยเงยหน้าขึ้นมองป้าแม่บ้านที่เดินเข้ามาหาเขาอย่างเรียบร้อย
“ครับ”
“คุณหนูชาลีมาหาค่ะ” วาโยรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยไม่รู้ว่าชาลีจะมาบ้านเขาทำไม แทนที่จะให้เขาไปบ้านมันเขาจะได้...
“ไอ้วา!” เฮ้อ ท่องไว้ไอ้วา น้องว่าที่แฟน น้องว่าที่แฟน!
“อือ มาไม” ชาลีเดินมาถึง ก็มองซ้ายมองขวาเห็นว่าตรงนี้ปลอดคนเขาจึงเอียงตัวเข้าหาวาโยแล้วกระซิบบอกกับเพื่อนว่าตัวเองมีของดีของเด็ดอะไรมา
“กูมีของดีมา” วาโยขมวดคิ้วอย่างอยากรู้ว่าของดีของชาลีที่ว่านั้นคืออะไร วาโยเหลือบตามองหน้าเพื่อนเพียงไม่นานชาลีก็พูดต่อ
“กูเข้าไปในห้องทำงานของปะป๊ามา ให้ทายกูเจออะไร” ชาลีถาม เขารู้ว่าวาโยต้องอยากรู้แน่
“หนังสือโป๊” ชาลีเห็นคำตอบเพื่อนก็ถอนหายใจออกมาไม่ใช่เพราะโล่งอกแต่เพราะหนักใจเสียมากกว่าก็เพราะว่าเพื่อนของเขาคนนี้ทำไมมันถึงคิดอะไรแบบนี้ ไม่หรอกมั้ง เพราะพิจารณาจากวงหน้าของเพื่อนแล้วการที่วาโยคิดแบบนี้ก็ไม่แปลกเพราะหน้าวาโยหื่นเสียขนาดนี้ อดสงสารเมียในอนาคตของมันไม่ได้ ไม่รู้จะโดนไอ้วาโยปู้ยี่ปู้ยำขนาดไหน
“ไม่ใช่เหรอ หรือเป็นคลิปโป๊” ก็นะสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครพกหนังสือกันแล้วแต่ของแบบนี้ควรมีที่โทรศัพท์มือถือหรือเปล่า?เขาคิดว่ามันหยิบขึ้นมา ได้สะดวกดีในตอนที่ต้องการปลดปล่อยน่ะนะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยปลดปล่อยเสียเมื่อไหร่ เขาก็อยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่มเหมือนกันนะ
“มึงนี่! คิดแต่อะไรแบบนี้นะไม่อยากจะเชื่อเลย” ชาลีส่ายศีรษะเขาก็คิดเหมือนกันที่ว่าของแบบนี้ควรจะอยู่ในโทรศัพท์มือถือมากกว่า แต่ใครเขาจะมานั่งปลดปล่อยทั้ง ๆ ที่มีภรรยาสุดสวยอยู่แล้วกันเล่า
“กูไม่อยากฟังมึงพูดล่ะ กูเฉลยเลยแล้วกัน”
“อะไรอ่ะ” ไม่พูดสักที! รอนานละเนี่ย
“คลิปกล้องวงจรปิดจากถนนตอนพี่พีชเกิดอุบัติเหตุ” วาโยได้ฟังก็ชะงักไปชั่วครู่ เขาเองก็อยากเห็นมานานแล้วเหมือนกันว่ามันเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้อย่างไร อีกทั้งตอนนี้เขาก็รู้มาว่ายังจับตัวคนที่ขับรถตัดหน้าไม่ได้เลย
“สนใจอ่ะดิ หน้านิ่งเลยมึง ปะไปดูกัน”
วาโยพยักหน้าแล้วพาชาลีขึ้นไปบนห้องหลังจากที่ทั้งสองคนเข้ามาในห้องแล้ววาโยก็ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาจากนั้นเดินตรงไปที่โน้ตบุ๊กของเขาซึ่งวางเอาไว้อยู่บนเตียง ชาลีก็คลานขึ้นเตียงไปด้วยเหมือนกันแล้วหยิบโน้ตบุ๊กของวาโยขึ้นมาเปิด เขาใช้เวลาเพียงชั่วครู่ในการเข้าอีเมลตัวเองแล้วเปิดคลิปวิดีโอที่ลอบส่งมาดูพร้อมกันกับวาโย
ภาพที่ชาลีกับวาโยได้เห็นเป็นภาพรถแท็กซี่ของลูกพีชที่ขับมาอย่างถูกกฎจราจร และอาจเพราะเป็นช่วงเวลาที่รถไม่มากจึงทำให้ถนนค่อนข้างโล่งแต่ว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจก็คือมีรถยนต์สีดำคันหนึ่งขับเข้ามาขนาบข้างรถแท็กซี่ที่ลูกพีชนั่งมาจากนั้นก็ปล่อยให้รถแท็กซี่ที่ลูกพีชโดยสารอยู่ขับแซงหน้าไปแต่ในตอนที่รถแท็กซี่กำลังจะเปลี่ยนเลนส์ รถยนต์สีดำคันดังกล่าวก็ขับแทรกขึ้นมาเบียดรถแท็กซี่หนึ่งครั้งแล้วแซงขึ้นปาดหน้าจนรถแท็กซี่เสียหลัก คนขับเบรกกะทันหันชนกับท้ายรถคันนั้นจนหน้ายับส่วนลูกพีชกระเด็นออกมาจากรถนอนนิ่งอยู่ที่ถนน รถคันนั้นจอดนิ่งเพียงครู่ไม่มีใครลงจากรถเลยสักคนเดียว และเมื่อเริ่มมีคนมามุงรถคันที่ก่อเหตุก็ขับหายไปโดยมีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งตามเพื่อไม่ให้คันนั้นหนีไปได้ แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะหลังจากนั้นคันนั้นก็ชนรถทุกคันที่ขัดขวางจนหนีไปได้ในที่สุด
“...ฮึก” ชาลีเห็นพี่สาวกระเด็นออกมานอกรถเสียขนาดนั้นเขาก็อดที่จะใจสั่นด้วยความโมโห และสงสารพี่สาวไม่ได้ ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับพี่สาวเขาด้วย
“มึงไม่ต้องร้อง พี่พีชก็ปลอดภัยแล้วนี่” วาโยอดไม่ได้ที่จะปลอบขวัญเพื่อน เขารู้ดีว่าชาลีเพื่อนเขารักพี่สาวน้องสาวมากแค่ไหน
“อุบัติเหตุครั้งนี้ พี่พีชต้องเจ็บมากแน่”
“กูสงสัยว่ะ ทำไมรถคันนั้นถึงไม่ลดกระจกลงมาดูเลยวะ แถมยังไม่ใส่ทะเบียน ติดฟิล์มดำทั้งคัน มีจอดนิ่ง ๆ ช่วงนึงด้วยหลังจากที่ชนแล้ว มันเป็นอุบัติเหตุแน่เหรอวะ” คำพูดของวาโยทำให้ชาลีคิดได้ ชาลีย้อนกลับไปดูคลิปใหม่ตั้งแต่ต้น และประมวลคำพูดของวาโยจนเริ่มเห็นด้วย เขาหันไปมองหน้าวาโยสีหน้ากำลังบ่งบอกว่าทึ่งมากกับความคิดของเพื่อนรัก
“ไม่แปลกใจเลยที่เกรด 4 ทุกวิชา” ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่หนีกันเท่าไหร่นักแต่ก็อดชื่นชมเพื่อนไม่ได้จริง ๆ
“ไม่รู้ว่าปะป๊ากูจะสงสัยตรงนี้ไหม กูกลับบ้านก่อนดีกว่า” วาโยแย่งโน้ตบุ๊กมาแล้วก๊อบปี้ไฟล์คลิปเอาไว้อย่างรวดเร็วก่อนพยักหน้าให้ชาลีกลับบ้านไปบอกพ่อตัวเอง
“อ้าว คุณหนูชาลีจะกลับแล้วเหรอคะ” แม่นมของวาโยขึ้นมาหาพอดี เธอให้เด็กทำเกี๊ยวน้ำไว้ให้เพราะทั้งชาลี และวาโยต่างก็ชอบกินด้วยกันทั้งนั้น
“ครับแม่นม”
“ตายจริง นมทำเกี๊ยวน้ำของโปรดของคุณหนูทั้งสองไว้ให้ด้วย งั้นรอสักครู่ได้ไหมคะ” ชาลีพยักหน้าให้กับแม่นมของวาโย อันที่จริงแล้วเขาก็รีบอยู่เหมือนกัน แต่ว่าเกี๊ยวน้ำสูตรแม่นมอร่อยกว่าที่หม่ามี๊ของเขาทำอีก เขารอสักหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง
“มึงกลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูเอาไปให้ที่บ้าน” วาโยได้ทีก็รีบส่งชาลีกลับไป เพราะว่าเขาจะได้เจอกับลูกพีชสักหน่อย วันนี้เป็นวันหยุดด้วย เขาคิดถึงมากจริง ๆ
“เอางั้นเหรอ เกรงใจวะ งั้นรบกวนหน่อยนะ” แม้ปากจะพูดว่าเกรงใจแต่ชาลีก็หันมาเขย่าตัวเพื่อนแล้วรีบวิ่งกลับบ้านตัวเองไป
หลังจากที่ชาลีกลับไปแล้ว วาโยก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าห้องครัว “นมครับ เกี๊ยวน้ำของชาลีวาจะเอาไปให้เองนะครับ ขอมากหน่อยนะเผื่อพีชกับน้องใบพายด้วย” แม่นมได้ยินก็เบิกตากว้างหันมาตีแขนวาโยอย่างไม่แรงมากนัก
“ตายจริงคุณหนู ทำไมเรียกคุณหนูลูกพีชแบบนั้นล่ะคะ ใครได้ยินเข้าจะหาว่านมไม่สั่งไม่สอนเอานะคะ” วาโยอมยิ้มแล้วเดินเข้าไปโอบเอวหนาของแม่นมที่ดูแลเขามาตั้งแต่เขาจำความได้ เพราะพ่อกับแม่ของเขาไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยเขาจึงมีแค่แม่นมที่เป็นคนดูแล
“ก็ห่างกันไม่กี่ปีเองครับ” แถมอีกไม่นานก็จะต้องมาเป็นสะใภ้บ้านนี้ด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข