วาโยเดินถือกล่องใส่เกี๊ยวน้ำมาที่บ้านของลูกพีชอย่างอารมณ์ดี เขาคิดเอาไว้ว่าเรื่องของลูกพีชเขาจะต้องหาความจริงให้ได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขายังโตไม่มากแต่ถ้าเรื่องราวยังไม่กระจ่าง และยังให้คนขับรถคันนั้นมารับผิดชอบไม่ได้เขาก็จะทำทุกทางเพื่อให้ไอ้เวรนั่นมันมารับผิดชอบให้ได้ แต่ระหว่างนี้เขาคิดว่าเขาจะให้พ่อช่วยสักหน่อย ถึงแม้ว่าพ่อของเขาจะไม่ได้โด่งดังเท่าคุณอาชานนท์แต่ก็ค่อนข้างมีชื่อพอประมาณเพราะถือเป็นเสือตัวที่ห้าในวงการท่องเที่ยวต่างประเทศเลยนะ
“ชาลี ไอ้ชาลี” เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้าน วาโยก็ตะโกนเรียกชาลีเสียงดัง เขารู้อยู่แล้วว่าคนที่จะออกมาปรามไม่ให้เขาเสียงดังต้องเป็นลูกพีชแน่ ๆ อดนึกถึงใบหน้าน่ารักที่เขาคิดถึงไม่ได้เลยจริง ๆ
“เออ ๆ มาแล้ว” อ้าว! ทำไมเป็นมันล่ะ ทำไมไม่ใช่ลูกพีช
“เอามาดิ” แม่งเอ๊ย ไม่น่าเสียเวลาเดินมาเลย คนที่เขาอยากเจอหน้าเป็นลูกพีชต่างหากไม่ใช่ไอ้เวรนี่!
“พี่พีชล่ะ” วาโยยังไม่ส่งกล่องเกี๊ยวให้ เขาถามชาลีพลางมองเข้าไปด้านในบ้าน
“ขึ้นไปอ่านหนังสือแล้ว มีอะไร” เฮ้อ... นี่สินะที่เขาว่ากันว่าขยันเดินผิดเวลาสิบครั้งก็ไม่เจอ! ว่าแล้วก็ต้องยอมอย่างจำใจยื่นกล่องเกี๊ยวน้ำให้เพื่อนรักด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจ
“อะไรวะ ถ้าขี้เกียจเดินขนาดนั้นแล้วจะไล่กูกลับทำไม” ชาลีไม่เข้าใจว่าทำไมวาโยต้องทำสีหน้าเหม็นเบื่อแบบนั้น
“เปล่า กูกลับก่อนนะ” ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้เขามาใหม่ก็ได้ ยังไงเขาก็แวะมาทุกเช้าอยู่แล้ว ถึงจะไม่สามารถเนียนไปรถคันเดียวกันได้แล้วเพราะอยากจะให้ลูกพีชนั่งสบาย ๆ แต่เขาก็จะมาให้เธอเห็นหน้าทุกวัน ทำไมล่ะ ใครจะห้ามเขาได้
วาโยเดินออกมาจากบ้านของชาลีอย่างคอตกแต่แล้วเสียงนางฟ้านางสวรรค์เสียงที่ลอยคอรอคอยก็ดังขึ้น
“วาโยมาทำอะไรเหรอ” ใบหน้าหล่อที่คอตกอยู่ในคราวแรกกลับเผลอฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เขาหันหน้ากลับไปก็เห็นว่าลูกพีชอยู่กำลังวิ่งเหยาะ ๆ อยู่ข้างหลัง พลางนึกไปถึงคำพูดของชาลีเพื่อนรักที่บอกว่าลูกพีชไปอ่านหนังสือแล้ว ไอ้นี่มันหลอกกันชัด ๆ
“ผมเอาเกี๊ยวมาให้ครับ พีชกินด้วยนะ” ลูกพีชทำหน้าหน่ายที่วาโยเด็กดื้อไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่ แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยก็ไม่เรียกพี่แค่ต่อหน้าเธอล่ะนะ
“มานี่ซิ” ลูกพีชกวักมือเรียกวาโยให้เดินเข้าไปหา และเขาก็เดินเข้าไปหาอย่างไม่อิดออด เมื่อเดินไปหยุดฝีเท้าอยู่ตรงหน้าแก้มข้างขวาของเขาก็รู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมา
“อะ โอ๊ย!” มือหนาลอบกุมมือนุ่มที่กำลังหยิกแก้มเขาอยู่อย่างแนบเนียน ก่อนรีบเปลี่ยนคำพูดเพื่อให้เธออารมณ์ดี “พี่พีชครับ หยิกแก้มผมทำไมคร้าบ~” เขาไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอกเพียงแต่ว่าหากเนียนไม่ยอมเรียกพี่ก็กลัวว่าลูกพีชจะไม่เล่นด้วยอีกแล้วน่ะสิ
“แหม พี่ต้องหยิกใช่ไหมนายถึงจะเรียกพี่ได้” วาโยยิ้มให้ ลูกพีชเผลอมองหน้านานไปหน่อยจนเกือบสติหลุด ดะ เด็ก ๆ สมัยนี้นี่หล่อดูดีกันทุกคนเลยหรือไงนะ
“ทำไมรีบปล่อยมือละครับ ผมดื้อนี่นา หยิกอีกสิครับ หยิกสั่งสอนผมเลย”
ได้ยินเสียงวาโยพูดขึ้นมาลูกพีชก็ได้สติก่อนใช้มือเรียวเขกศีรษะของเขาอย่างไม่แรงมากนัก
“โอ๊ย รอบนี้เจ็บจริงนะครับ” มือหนายกขึ้นลูบศีรษะปอย ๆ แล้วจ้องเข้าไปในดวงตาของลูกพีชทำสีหน้าออดอ้อนเหมือนต้องการจะให้เธอปลอบหัวใจช้ำ ๆ ของเขา
“ไอ้วา ยังไม่ไปเหรอ” อ่า... ไอ้ก้างนี่! ทำไมต้องมาขัดขวางเขาตลอดด้วย!
“ไปเตะบอลกัน ไอ้วิน กับไอ้ไลก้ากำลังไปที่สนาม” ไม่อยากไปโว้ย
“จะไปเตะบอลกันเหรอ งั้นพี่ไม่กวนแล้ว อย่ากลับกันดึกนักล่ะ” ลูกพีชถอนตัวออกมาแล้วเดินกลับเข้าไปที่สวนหลังบ้าน
“มองกูแบบนั้น แปลว่าอะไร” ชาลีขมวดคิ้วอย่างสงสัยอยู่ ๆ วาโยก็มองค้อนเขา เขาไปทำอะไรให้มันไม่พอใจหรือไง
“มึงนี่มันแม่ง” พูดแล้วก็สะบัดตัวก้าวเดินอย่างรวดเร็วจนชาลีที่ยังงงอยู่ว่าตัวเองทำอะไรผิดวิ่งตามไปจนแทบไม่ทัน
✩ ✩ ✩
“มึงมาทำไมแต่เช้าอีก”
ชาลีเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน เดินเข้าไปในห้องรับประทานอาหารก็เห็นว่ามีแขกที่คุ้นเคยกำลังนั่งกินแซนด์วิชอยู่กับพี่สาวเขา
“มากินข้าวเช้าดิ” ใครว่า มานั่งมองหน้าคนสวยขาต่างหาก ลูกพีชกำลังตักไข่ดาวใบที่สองมาวางไว้บนจานของวาโย จากนั้นก็ตักไข่ดาวอีกหนึ่งฟองมาวางไว้บนจานของใบพายน้องสาวคนเล็กของบ้าน
“ขอบคุณค่ะพี่พีช”
“กว่าจะลงมาได้นะเจ้าตัวแสบ มากินอาหารเช้าก่อนสิ” พลอยไพลินวางจานอาหารเช้าของชาลีไว้ข้างวาโย ก่อนหันไปด้านหลังแล้วหอมแก้มซ้ายขวาของสามี เพราะชานนท์กินอิ่มแล้ว และรีบออกไปทำงานแต่ก่อนไปก็ยังไม่วายรั้งตัวภรรยามาหอม ๆ อย่างมันเขี้ยว จากนั้นก็เดินไปประคองใบหน้าน่ารักของลูกสาวทั้งสองขึ้นมาหอมหน้าผากอย่างเท่าเทียมกัน
“อ๊ะ ปะป๊าผมเสียทรงหมด” เสียงโวยวายของชาลีดังขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะในตอนเช้า เพราะก่อนไปชานนท์ยังไม่วายแกล้งลูกชายด้วยการยีผมของลูกจนเสียทรง รวมถึงวาโยเพื่อนของลูกชายด้วย เด็กคนนี้เป็นเด็กดี น่ารัก จนเขาอยากรับเป็นลูกชายด้วยอีกคน
“สวัสดีครับคุณอาชานนท์”
“ดูดิ ต้องทำผมใหม่เลย” ชาลีแบมือไปทางวาโย จากนั้นก็มีหวีซี่ถี่วางบนมือของเขา ความสนิทสนมของทั้งสองคนทำให้ลูกพีชที่จ้องมองอยู่ถึงกับใบหน้าแดงเพราะคิดไปเป็นอื่น
“ทำไมหน้าแดงแบบนั้นล่ะพี่พีช” จะไม่แดงได้ยังไงเลือดสาววายมันสูบฉีด ยิ่งเห็นตอนที่วาโยหยิบทิชชูยื่นให้ชาลีน้องรัก ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำจนหัวสมองไหลคิดไปถึงไหนต่อไหน
“ไม่สบายรึเปล่าครับ ผมพาไปหาหมอเอาไหม”
“ปะ เปล่า” ขณะที่กำลังแอบจิ้นน้องชายกับเพื่อนน้องในใจ เสียงดุของแม่เธอก็ดังขึ้นมาจนสะดุ้งสุดตัว
“เด็ก ๆ จะสายกันแล้วนะ!” วาโยรีบลุกพรวดขึ้นทันทีตามด้วยคนอื่น ๆ ที่เอาของกินเข้าปากแล้วเร่งรีบวิ่งออกไปหน้าประตูซึ่งมีรถของแต่ละบ้านจอดรออยู่ก่อนแล้ว ลุงเกื้อกับลุงยศกำลังยืนคุยกันอยู่หันไปเห็นว่าเด็ก ๆ วิ่งกันมาแล้วก็แยกย้ายไปประจำที่ของตัวเอง
“อ่ะ ดะ เดี๋ยว” ลูกพีชรีบปรามแต่ก็ห้ามไม่อยู่เมื่อมีเด็กคนหนึ่งใช้ช่วงชุลมุนคว้าแขนเรียวพร้อมกระเป๋านักเรียนของเธอวิ่งมาที่รถของเขาแม้กระทั่งน้องชายของเธอเองก็ยังห้ามไม่ทัน
“ดะ เดี๋ยวก่อนลูก เดี๋ยว!” ในที่สุดแม่ของเธอก็ออกโรงวิ่งหน้าตาตื่นมาช่วยลูกแล้ว วาโยขมวดคิ้วนิดหน่อยอุตส่าห์ใช้ช่วงชุลมุนขโมยลูกพีชมาได้ แต่ก็เอาเถอะ ไม่เป็นไร เขายังพอมีเวลา ครั้งนี้เดี๋ยวค่อยแก้ตัวว่า หยิบพี่ลูกพีชติดมือมา
พลอยไพลินเคาะกระจกรถหรูของวาโย เด็กหนุ่มยังไม่ยอมเปิดประตูแต่ตีหน้าซื่อด้วยการกดลดกระจกลงแทน
“ครับคุณอา” ลูกพีชเบิกตากว้างอ้าปากค้างกับดวงตาใสแป๋วของวาโยที่เธอเห็นเมื่อครู่ นี่มันวาโยการละครชัด ๆ
“เอาแซนด์วิชกับน้ำส้มไปกินด้วย อาฝากของลูกพีชด้วยนะ”
“เอ้า หม่ามี๊!”
“อ่า... ครับ ขอบคุณครับคุณอา”
“ไปเถอะ ๆ เดี๋ยวสาย” ให้มันได้อย่างนี้สิครับคุณว่าที่แม่ยายของผม วาโยค่อมศีรษะเล็กน้อยแล้วกดเลื่อนกระจกขึ้นก่อนหันมาฉีกยิ้มแฉ่งให้ลูกพีชที่ยังมีสีหน้าอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ยะ ยิ้มอะไร” เธอตีแขนวาโยก่อนหันกลับไปมองน้องชายที่อ้าปากค้างมองตามรถที่เธอนั่งมาด้วยสีหน้าเหลอหลา
“ออกรถเลยครับลุงยศ”
“ครับคุณหนู” ลูกพีชยังมองใบหน้าทะเล้นของวาโยก่อนจะเปิดปากกว้างตั้งใจจะถามว่าเขาแกล้งเธอทำไม แต่วาโยก็ถือวิสาสะเอาแซนด์วิชยัดใส่ปากเธอพลางหยิกแก้มของเธอด้วย
“ดูพี่พีชสิ แก้มเหมือนกระรอกเลย” เขาหัวเราะเสียงดังกว่าครั้งไหน ๆ มองมาจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าวาโยกำลังมีความสุขมากแค่ไหน
“รถของผมนั่งสบายไหมครับ” ลูกพีชเคี้ยวแซนด์วิชตุ้ย ๆ พลางพยักหน้าไปด้วย ก็นั่งสบายจริง ๆ นั่นแหละ
“งั้นมากับผมทุกวันเลยดีไหมครับ” ลูกพีชมองตาวาโยที่ตอนนี้กำลังยิ้มจนตาปิด เธอเกือบเผลอพยักหน้าตอบตกลงไปแล้ว โชคดีที่ชาลีมาเคาะกระจกรถเรียกเอาไว้ได้ทัน
“จะนั่งถึงเย็นเลยไหมอะพี่พีช” ใบหน้าบูดบึ้งของน้องชายทำให้เธออดเอ็นดูไม่ได้ เธอดูออกเลยว่าชาลีกำลังหวงเธอมากแค่ไหน
“จะลงแล้วนี่ไง” เธอก็ลืมไปเลยว่าถึงโรงเรียนนานแล้ว เพราะมัวแต่มองใบหน้าหล่อของเด็กน่ารักข้าง ๆ จนลืมไปเลย
✩ ✩ ✩
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาวาโยก็ดึงลูกพีชมาขึ้นรถของเขาบ่อย ๆ หากตอนเช้าไม่ได้ ตอนเย็นก็จะไปดักที่หน้าห้องเรียนแล้วพาเธอมาด้วยจนกลายเป็นว่าเพื่อนของเธอ เพื่อนของเขา และชาลีเอือมระอากับการกระทำของเขาไปแล้ว กระทั่งใกล้ถึงช่วงเวลาสำคัญของการเรียนเลื่อนชั้น ทุกคนต่างก็ยุ่งอยู่กับการทบทวนบทเรียนเวลาในการพบเจอกันก็น้อยลงเรื่อย ๆ ทว่าวาโยกลับหาเวลาแวะไปหยอดขนมจีบลูกพีชได้อยู่ตลอดเวลาจนชาลีนึกสงสัยว่าวาโยเอาเวลาที่ไหนไปอ่านหนังสือเตรียมสอบกัน
“จะขึ้นมอสี่แล้ว ยังตามพี่ต้อย ๆ แบบนี้อีกเหรอ” บนดาดฟ้าในตอนนี้มีเพียงแค่ลูกพีชกับวาโยสองคนเท่านั้น และก็เป็นแบบนี้เสมอมาเหมือนกับว่าสถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่นัดพบของเขากับเธอไปโดยปริยาย
“พี่พีชสอบเสร็จแล้วว่างรึเปล่า”
“สอบที่นี่เสร็จก็ต้องเตรียมสอบวัดระดับความรู้พื้นฐานที่มหาวิทยาลัยอีก”
“งั้น พรุ่งนี้เรามาติวด้วยกันอีกนะ ผมยังไม่เข้าใจตรงนี้เลย” ลูกพีชรู้ดีว่าวาโยฉลาดมากแค่ไหน ตอนนี้เขาคงแค่อยากอ้อนพี่สาวก็เท่านั้น
“นี่ เดี๋ยวขึ้นปีหน้า สงสัยว่าพี่ต้องเตรียมพกไม้เรียวให้เราสองคนแล้วล่ะ” เธอเชื่อว่าชาลีกับวาโยต้องเป็นหนุ่มฮอตแน่ ๆ
ติ๊ด...
เสียงสแกนบัตรเข้าประตูดาดฟ้าดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูในเวลาต่อมา วาโยกับลูกพีชหันไปมองว่าใครกันที่มาใหม่
“คิดไว้แล้วเชียวว่าต้องอยู่กันที่นี่” คนที่มาใหม่เป็นชาลี เดินมาพร้อมกับไลก้า วินเนอร์ และถุงขนมถุงใหญ่
“ดาดฟ้ามันดีอย่างนี้นี่เอง ก็ว่าทำไมไอ้วาชอบมาบ่อย ๆ”
“ยังไงวะ”
“ไลก้ามึงดู บนนี้เงียบมาก ลมเย็น อากาศถ่ายเท แถมยังร่มรื่น กูว่าปีหน้าพวกเรายึดบนนี้ไว้เลยดีกว่า” ชาลีพูดพร้อมเดินไปนั่งข้างพี่สาว ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็นั่งขนาบข้างวาโยโดยไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าเหม็นเบื่อของวาโยเลยสักคน
แม่ง อุตส่าห์หนีมายังจะตามมาหลอกหลอนอีก! ไอ้พวกก้างทั้งหลาย!
“คิก คิก”
“หัวเราะอะไรครับ” เขาถามลูกพีชที่กำลังหัวเราะคิกคักแล้วก้มหน้าลงทำแบบฝึกหัดโดยไม่สนใจเขาอีก
วาโยโน้มไปด้านหน้ายกมือขึ้นป้องปากบอกเธอ “นี่ พี่พีช เรามาติวด้วยกันจนกว่าจะถึงวันสอบเลยนะ”
“พวกกูมาด้วยดิ พวกกูก็อยากขึ้นมอสี่ด้วยเกรดสวย ๆ นะเว้ย” ชาลีหูดีเกินไปได้ยินที่เพื่อนนัดกับพี่สาวก็อยากมาด้วย เรื่องอะไรจะให้ไอ้วามันขึ้นมอสี่ด้วยเกรดสวย ๆ ไว้อวดสาว ๆ เพียงคนเดียว พวกเราแก๊งเดียวกันก็ต้องเกรดสวยไปด้วยกันดิวะ!