ขณะที่เกลกำลังคิดบวกปรานต์กลับยืนนิ่ง หรี่ตาทั้งสองข้างลงมองตามทิศทางสายตาของแฟนสาวกับเพื่อนสนิทที่บังเอิญสบตากันเมื่อครู่ด้วยความจับผิด อารมณ์หงุดหงิดแล่นพล่านในอกลึกๆ
แต่สุดท้าย... ความหลงตัวเองและอีโก้อันสูงส่งของปรานต์ก็ชนะทุกสิ่ง ชายหนุ่มสะบัดหน้าตวัดสายตากลับมามองเกลพลางลอบยิ้มหยันในใจ เขาคิดเข้าข้างตัวเองทันทีว่าเกลรักและหลงเขาหัวปักหัวปํา ไม่มีทางปันใจให้ใครแน่นอน ที่เธอทำท่าทีสนิทสนมกับเจ้าทัพ ก็คงแค่อยากจะผูกมิตรกับเพื่อนสนิทของเขา เหมือนที่เธอเริ่มสนิทกับนนท์และบาสก่อนหน้านี้
และที่สำคัญที่สุด... ปรานต์มั่นใจในกฎของกลุ่มเพื่อนวิศวะอย่างเต็มเปี่ยม เขาเสยะยิ้มกว้างในใจ มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผู้ชายขรึมๆ รักพวกพ้องอย่างเจ้าทัพ... ไม่มีทางคาบข่าวเรื่องในห้องน้ำผับเมื่อคืนไปบอกเกลให้เหลือบากกว่าแรงแน่นอน
"มีอะไรหรือเปล่าปรานต์? ทำไมทำหน้าเครียดจัง กินข้าวต้มก่อนสิ เกลตั้งใจทำมาให้เลยนะ" เสียงหวานของเกลปลุกให้ปรานต์ตื่นจากความคิด
"เปล่าครับตัวเล็ก... ปรานต์แค่ซาบซึ้งใจซะจนพูดไม่ออกต่างหาก แฟนใครเนี่ยน่ารักที่สุดในโลกเลย"
ปรานต์แสร้งทำเป็นยิ้มกว้าง ก้มลงฉวยโอกาสหอมแก้มเนียนของเกลฟอดใหญ่เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของประชดสายลม โดยไม่รู้เลยว่า ควันบุหรี่สีเทาหม่นที่ลอยเอื่อยออกมาจากหลังกำแพงตึก... กำลังเป็นสัญญาณเตือนว่าเวลานับถอยหลังของหน้ากากคนดีของเขา เหลืออีกไม่มากแล้ว
“คืนนี้ปรานต์ขอไปค้างกับเกลนะ... ไม่อยากออกไปไหนเลย อยากนอนกอดเมียจะแย่แล้วครับ”
น้ำเสียงออดอ้อนติดกะล่อนของปรานต์ดังขึ้นขัดจังหวะการกินข้าวต้มกุ้ง ใบหน้าเนี้ยบกริบแกล้งซุกไซร้เข้าที่ไหล่บางของเกลอย่างจงใจโชว์คนทั้งโต๊ะ คำว่า 'เมีย' ที่หลุดออกมาอย่างโจ่งแจ้งทำเอาเกลถึงกับหน้าแดงวาบด้วยความอาย เธอตีแขนแฟนหนุ่มเบาๆ เพราะนนท์กับบาสเริ่มส่งเสียงโห่ฮิ้วล้อเลียนอีกรอบ
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะม้าหินอ่อน ทันทีที่ประโยคแสนรักนั้นเข้าหูเจ้าทัพที่เพิ่งเดินล้วงกระเป๋ากลับมาจากมุมสูบบุหรี่ก็ชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกแอบแค่นยิ้มหยันขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที... รอยยิ้มสมเพชที่ไอ้เพื่อนตัวดีกล้าพูดคำว่าเมียออกมาได้อย่างหน้าไม่อาย ทั้งที่เมื่อคืนมันเพิ่งเอาศักดิ์ศรีของคำนี้ไปย่ำยีในห้องน้ำผับ
ก่อนที่วินาทีต่อมา ใบหน้าหล่อเหลาคมกริบของพระเอกสายดุจะแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง เขาตวัดสายตามืดครึ้มมองปรานต์แล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำเรียบๆ
“ตอนแรกกูว่าจะชวนไปแดกเหล้า... แต่ดูเหมือนเพื่อนกูมันจะติด ‘แฟน’ ว่ะ”
เจ้าทัพจงใจเน้นคำว่า 'แฟน' เสียงหนักแน่น หน้านิ่งเฉยชาของเขาไม่ยอมรับสถานะคำว่าเมียที่ปรานต์พยายามอวดอ้างเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มขยับเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางโต๊ะ
“ไหนๆ มึงก็ติดแฟนขนาดนี้... งั้นคืนนี้กูขออนุญาตไปนั่งดื่มที่คอนโดเกลละกัน ซื้อเหล้าเข้าไปกินเงียบๆ”
“คอนโดเกล?”
ปรานต์ทวนคำเสียงหลง นัยน์ตาของคนเจ้าชู้พราวระยับขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่าดื่มเหล้า ในหัวสมองสารเลวของมันแล่นริ้วไปถึงเรื่องสนุกๆแบบเมื่อคืนทันที มันคิดว่าถ้าได้ออกไปตั้งวงเหล้าปาร์ตี้ดึกๆ สัญชาตญาณเสือผู้หญิงคงได้ทำงาน และอาจจะมีโอกาสได้หาเหยื่อชิ้นใหม่มาเคี้ยวเล่นอีก แต่จะให้เจ้าทัพมาดื่มที่คอนโดของเกล... ปรานต์ก็ยังคงนึกหวงก้างและกลัวความลับแตกอยู่ลึกๆ มันจึงรีบเปลี่ยนแผนทันควัน
“เฮ้ย จะมาดื่มห้องเกลได้ไงเกลต้องอ่านหนังสือ! งั้นไปผับเดิมดิพวกมึง คืนนี้จัดไป!”
“อ้าว... ไหนว่า...” เกลเอ่ยเสียงแผ่ว แต่สู้เสียงของเพื่อนๆของเขาที่แทรกขึ้นมาทันควันไม่ได้ ใบหน้าสวยสลดลงเล็กน้อย เพราะตัวเธอก็อยากมีเวลาอยู่กับแฟนบ้าง
“เออๆ ดีเลยไอ้ปรานต์ คืนนี้ผับเดิม จัดยับๆ!” นนท์กับบาสรีบประสานเสียงเห็นด้วยทันทีตามประสาคนชอบแสงสี
ทว่า... ทุกอย่างกลับหยุดนิ่งเมื่อเจ้าทัพหรี่ตาดุดันคู่นั้นลง นัยน์ตาคมกริบดุจใบมีดจ้องมองเพื่อนสนิทนิ่งราวกับกำลังอ่านเกมทะลุปรุโปร่ง รังสีความกดดันอันตรายแผ่ซ่านออกมาจนเพื่อนในกลุ่มเริ่มสัมผัสได้ถึงความขรึมจัดของเขา
“ไม่เอา เบื่อเสียงดัง... คืนนี้กูอยากดื่มเงียบๆ”
เจ้าทัพเอ่ยปากปฏิเสธเสียงเฉียบขาด ก่อนจะต้อนเหยื่อให้เข้าตาจนด้วยประโยคสุดท้ายที่ทำเอาเกลถึงกับสะดุ้ง
“งั้นเปลี่ยนเป็นไปดื่มที่คอนโดกู... ถ้ามึงติดแฟนนัก ก็พาเกลแฟนมึงไปด้วยซะดิ”
คำพูดเผด็จการหน้านิ่งของเจ้าทัพตัดจบทุกข้อแม้ ปรานต์ที่มั่นใจในตัวเองและคิดว่าเพื่อนไม่มีทางหักหลัง ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจพลางพยักหน้ารับคำท้าชวนเพราะความอยากเหล้ามันค้ำคอ โดยที่มันไม่รู้เลยว่า... คำชวนให้พาเกลไปที่คอนโดของเจ้าทัพในคืนนี้ คือการก้าวเท้าเข้าสู่ปฐมบทของ 'เกมลับ' ที่เจ้าทัพวางหมากไว้เพื่อกระชากหน้ากากคนดีของมัน และแอบวางแผนบางอย่างในคืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
“งั้นเกลขอตัวไปเข้าเรียนก่อนนะคะ” เกลที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นหลังจากยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ปรานต์จึงพยักหน้ายิ้มหวาน ก่อนจะชิงหอมแก้มเนียนใสของแฟนสาวฟอดใหญ่
“ให้ปรานต์ไปส่งไหมครับ?” ปรานต์ไม่พูดเปล่า เขาลุกขึ้นอย่างกระตือรือร้นจนน่าหมั่นไส้ ตั้งใจสร้างบทบาทแฟนหนุ่มที่แสนดีอย่างไม่กระดาก เจ้าทัพมองเพื่อนของตนสลับกับเกลพลางเลิกคิ้วขึ้น ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มอย่างพอใจกับบทละครตรงหน้าแต่ก็ไม่ได้พูดขัดอะไร
“ไม่เป็นไรค่ะปรานต์ เดี๋ยวปรานต์ก็เข้าเรียนแล้วนี่นา” เกลเอ่ยปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม แววตาของเธอดูเป็นห่วงแฟนหนุ่มมากกว่าตัวเองเสียอีก ปรานต์ทำหน้าเศร้าอย่างออดอ้อนราวกับเด็กที่โดนขัดใจแต่ก็ยอมพยักหน้ารับ
“ก็ได้ครับ งั้นถึงห้องเรียนแล้วทักมาบอกปรานต์ด้วยนะ... อย่าให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้ล่ะไม่งั้นปรานต์จะบุกไปถึงคณะแน่” ปรานต์พูดพลางทำหน้างออย่างเอาแต่ใจ เกลเห็นอย่างนั้นก็มองเขาอย่างเอ็นดูแล้วพยักหน้ารับ เจ้าทัพที่มองเหตุการณ์อยู่ก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด... หงุดหงิดที่เธอมองไอ้เพื่อนชั่วนี้ด้วยความรัก ทั้งที่มันไม่สมควรได้รับด้วยซ้ำ
หลังจากที่เกลแยกตัวไปเข้าเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ บรรยากาศรอบตัวของสี่หนุ่มวิศวะก็กลับเข้าสู่โหมดปกติ พวกเขาพากันเดินตรงไปยังช็อปวิศวะเพื่อลุยทำชิ้นงานโปรเจกต์ที่คั่งค้าง กลิ่นน้ำมันเครื่อง ละอองเหล็ก และเสียงเครื่องจักรกลายมาเป็นฉากหลังแทนที่ความหวานเมื่อครู่ ชายหนุ่มทั้งสี่ในเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูต่างแยกย้ายกันทำงานในส่วนของตัวเอง
ทว่าความฮอตของแก๊งนี้ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างดี แม้จะอยู่ในโรงช็อปที่ทั้งร้อนและเลอะเทอะ
“พี่ๆ คะ... พวกหนูเอาขนมมาให้ค่ะ เห็นตั้งใจทำช็อปกันตั้งแต่เช้า”
เสียงหวานใสของกลุ่มรุ่นน้องนักศึกษาปีหนึ่งดังขึ้นหน้าประตูช็อป สาวๆ หอบหิ้วกล่องขนมและน้ำดื่มมาแจกจ่ายให้ทั้งแก๊งเพราะความหน้าตาดีระดับตัวท็อปยกกลุ่ม
นนท์และบาสยิ้มร่ารีบเข้าไปรับขนมพลางเอ่ยปากแซวชวนคุยกับรุ่นน้องอย่างออกรสตามประสาคนอัธยาศัยดี ขณะที่เจ้าทัพยืนนิ่งหน้านิ่งเฉยชารับกล่องขนมมาตามมารยาท ทว่าคล้อยหลังเพียงเสี้ยววินาที... มือหนากลับสะบัด โยนกล่องขนมนั้นทิ้งลงถังขยะข้างโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี ทำเอารุ่นน้องที่แอบชอบเขาถึงกับน้ำตาคลอ
สายตาดุดันคู่นั้นราบเรียบไร้ความรู้สึก... ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผู้ชายเงียบๆ อย่างเขาอาจจะเก็บไว้หรือปล่อยผ่านไปเพราะเขาก็เป็นคนเจ้าชู้เงียบไม่ต่างจากคนอื่น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่... เขามีเป้าหมายเดียวในใจแล้ว และเป้าหมายนั้นชื่อ ‘เกล เกวลิน’ ขนมจากผู้หญิงคนไหนก็ไม่มีค่าพอให้คนอย่างเขาชายตามอง
แต่คนที่ทำให้เจ้าทัพต้องสะดุดสายตาจริงๆ กลับเป็น... ปรานต์...
แฟนหนุ่มแสนดีของเกลที่เพิ่งทำท่าคลั่งรักอวดเพื่อนไปเมื่อเช้า ในตอนนี้ดวงตาคู่เนี้ยบกริบกลับฉายแววพราวระยับเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่า ยามที่สายตาของมันจับจ้องไปยังเรือนร่างอวบอัดของรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังส่งสายตาเชิญชวนมาให้
เจ้าทัพที่คบกับมันมานานจนมองทะลุถึงสันดาน ยืนกอดอกพิงชั้นวางเครื่องมือพลาง ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
‘หึ... สันดานระยำมันปิดกันไม่ได้จริงๆ’
และเป็นไปตามคาด... เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ปรานต์ก็อาศัยจังหวะที่นนท์และบาสกำลังคุยติดลม เดินเลี่ยงออกจากโรงช็อปไปพร้อมกับรุ่นน้องผู้หญิงคนนั้นอย่างเงียบเชียบ
เจ้าทัพทิ้งเครื่องมือในมือลงโต๊ะ สาวเท้าเดินตามเงียบๆ รักษาระยะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ปรานต์พารุ่นน้องสาวคนนั้นเดินลัดเลาะมายังมุมตึกเก่าด้านหลังคณะ... มุมตึกร้างที่เลิกใช้งานและแทบจะไม่มีคนย่างกรายเข้ามา บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดและลับตาคนอย่างถึงที่สุด ซึ่งเหมาะเจาะพอดีสำหรับกิจกรรมคาวโลกีย์
ปึก!
“อ๊ะ... พี่ปรานต์รุนแรงจัง”