"เมื่อกลางวันพี่ปรานต์ดุจัง... คืนนี้หนูขอแก้ตัวที่ห้องพี่ได้ไหมคะ"
"ได้สิครับ ยิ่งดื้อๆ แบบนี้พี่ชอบฟัด..."
กึก!
หัวใจของเกลกระตุกวูบ ใบหน้าหวานชาหนึบจนซีดเผือด เธอหันไปจ้องหน้าแฟนหนุ่มทันควัน น้ำเสียงสั่นระริกเอ่ยถามออกไปตรงๆ
"ปรานต์... ไลน์ใครน่ะ? คุยกับใครอยู่หรอ"
ปรานต์สะดุ้งสุดตัว นัยน์ตากะล่อนเลิ่กลั่กฉายแววตื่นตระหนกไปเสี้ยววินาที ก่อนที่คนสันดานสารเลวจะรีบคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับตักทันท่วงที ใบหน้าเนี้ยบกริบรีบปั้นแต่งรอยยิ้มละมุน แสร้งทำหัวเราะร่วนคล้ายเรื่องขำขันเพื่อแถสีข้างถลอกอย่างลื่นไหล
"อ๋อ... ไม่มีอะไรหรอกครับตัวเล็ก ไลน์กลุ่มสายรหัสน่ะ ยัยพวกรุ่นน้องปีหนึ่งมันทักมาถามเรื่องแล็บชิ้นงานเมื่อกลางวัน ทักมาแซวเล่นกวนประสาทตามประสาเด็กคณะวิศวะแหละครับ ไม่มีอะไรเลย เกลอย่าคิดมากสิ ปรานต์มีเกลคนเดียวจะไปคุยกับใครได้ล่ะครับหืม?"
ปรานต์พูดพลางเอื้อมมือหนามาลูบหัวเกลอย่างแผ่วเบาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ น้ำเสียงนุ่มนวลและแววตาอบอุ่นจอมปลอมถูกขุดขึ้นมาใช้จนเกลที่รักและเชื่อใจผู้ชายคนนี้มาตลอดสี่เดือนถึงกับยอมสงบลง
"อือ... เกลแค่ถามดูเฉยๆ"
เกลพยักหน้ารับคำเสียงอ้อมแอ้ม ยอมหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถ ทว่าในอกดวงน้อยกลับเริ่มรู้สึกหน่วงๆ และมีความระแวงก่อตัวขึ้นในใจเป็นครั้งแรก
เธอซื่อสัตย์... เธอใส่เสื้อของเขาเพื่อเอาใจเขาในคืนนี้... แต่เขากลับใช้เวลานาทีเดียวกันนั้นคุยเรื่องใต้สะดือกับผู้หญิงอื่นข้างๆ เธออย่างน่าไม่อาย ไม่หนำซ้ำยังโกหกต่อหน้าต่อตาอย่างไม่สะทกสะท้าน
ภายในห้องโดยสารรถสปอร์ต ความเงียบงันอันน่าอึดอัดโรยตัวลงมาแทนที่เสียงดนตรีคลอเบาๆ เกลเบือนใบหน้าสวยทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเหม่อลอย แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่สาดกระทบใบหน้าไม่ได้ช่วยให้ความขุ่นมัวในใจลดลงเลยสักนิด
ปรานต์เหลือบสายตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของแฟนสาวอยู่เป็นระยะ เมื่อเห็นท่าทีนิ่งสนิทผิดปกติของเธอ คนมีความผิดติดตัวก็เริ่มอยู่ไม่สุข เขาเอ่ยถามทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเอาใจ
"เกล... ทำไมเงียบไปล่ะครับ โกรธปรานต์หรอ?"
คำถามนั้นทำให้เกลหันกลับมามองใบหน้าเนี้ยบกริบของแฟนหนุ่มเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคู่สวยฉายแววสั่นไหวและสับสน ก่อนที่เธอจะรีบเบือนหน้ากลับไปมองนอกรถเช่นเดิมพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับคนไม่มีแรง
"เปล่าค่ะ... แค่..."
แล้วเธอก็เงียบเสียงไป ทิ้งคำพูดให้ค้างคาอยู่กลางอากาศ ปรานต์เห็นท่าทางดื้อเงียบแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว ลอบถอนหายใจก่อนจะเอ่ยประโยคออดอ้อนหวังลบล้างความผิดของตัวเอง
"ไม่เอาน่าเกล ปรานต์รักเกลมากๆ นะครับ ไม่โกรธปรานต์นะคะ ถ้าปรานต์ทำอะไรให้เกลไม่สบายใจ ปรานต์ขอโทษนะ..."
พูดจบ ปรานต์ก็ละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยเอื้อมมากุมมือบางของเกลเอาไว้แน่น เขาบีบกระชับฝ่ามือเธอเบาๆ และกุมมันไว้ตลอดเส้นทาง ทว่า... สัมผัสที่เคยทำให้หัวใจอบอุ่นมาตลอดสี่เดือน ในค่ำคืนนี้เกลกลับรู้สึกตรงกันข้าม ความรู้สึกไม่อยากจับมือเขาแล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างน่าประหลาด มันรู้สึกแปลกๆ และต่อต้านอยู่ลึกๆ
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ปัดมือเขาออก... ทำเพียงแค่ปล่อยให้เขากุมมือไปอย่างนั้น โดยที่มือของเธอไม่ได้กุมตอบและทิ้งน้ำหนักไว้อย่างนิ่งเฉยตลอดทาง
รถสปอร์ตเลี้ยวเข้ามาจอดใต้อาคารจอดรถคอนโดหรูของเจ้าทัพ ปรานต์พาเกลขึ้นลิฟต์ตรงไปยังเพนท์เฮ้าส์ชั้นบนสุดทันที ทันทีที่เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น ประตูบานหนาก็ถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้องร่างสูงใหญ่
เจ้าทัพยืนอยู่ตรงประตู ในห้องมีเสียงหัวเราะเฮฮาของนนท์และบาสดังแว่วออกมา นัยน์ตาดุดันของเจ้าทัพจับจ้องมองเลยข้ามไหล่เพื่อนสนิทอย่างปรานต์ ตรงดิ่งมาที่ใบหน้าหวานของเกลทันที มุมปากหยักลึกยกยิ้มบางเบาอย่างเปิดเผย... รอยยิ้มที่มีให้เธอเพียงคนเดียว
ทว่า... รอยยิ้มนั้นกลับต้องชะงักกึกลงในเสี้ยววินาที
สายตาคมกริบดุจใบมีดตวัดเลื่อนลงต่ำ จ้องมองเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งที่เกลสวมใส่ ชายเสื้อยาวปิดต้นขาจนเกือบเห็นกางเกงขาสั้น เจ้าทัพจำเสื้อมียี่ห้อตัวนี้ได้ดี... มันเป็นเสื้อของไอ้ปรานต์ และรอยแดงที่เด่นหราตรงลำคอระหงนั่นอีก...
เฮ้อ...
เจ้าทัพพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกแรงๆ รอบหนึ่งอย่างหงุดหงิด เขากัดฟันแน่นจนสันกรามแกร่งขึ้นเป็นสันนูน เขาไม่ชอบใจอย่างรุนแรงที่เห็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าถนอมยอมใส่เสื้อของผู้ชายสับปลับคนอื่นเพื่อเอาใจมัน ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทราบเรียบเป็นปกติ ก่อนจะเบี่ยงโครงร่างกำยำเปิดทางให้คนทั้งคู่เดินเข้ามาในห้อง
"เฮ้ยไอ้ทัพ! คืนนี้แดกยับๆ เว้ยเพื่อน!"
ปรานต์ส่งเสียงทักทายพลางเดินนำลิ่วเข้าไปหาดวนเหล้ากับนนท์และบาสที่โต๊ะกระจกหน้าทีวีก่อนอย่างร่าเริง โดยทิ้งให้เกลเดินตามหลังมาติดๆ
จังหวะที่ร่างบางของเกลกำลังก้าวขาเดินผ่านร่างสูงใหญ่ของเจ้าทัพ... เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปดึงบานประตูเพื่อปิดล็อก โครงร่างหนาโน้มตัวลงมาประชิดแผ่นหลังบางจนกลิ่นกายบุรุษเพศอันดุดันคุกคามประสาทสัมผัส เรียวปากหยักขยับกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำติดห้าวระคนหงุดหงิด
"เสื้อตัวนี้... ไม่เข้ากับเธอเลยสักนิด"
กึก...
เกลชะงักเท้ากึก หัวใจดวงน้อยกระตุกสั่นวาบกับกระแสลมหายใจร้อนๆ และคำพูดจงใจวิจารณ์อย่างอุกอาจ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้หันไปมองหน้าเขา เสียงของปรานต์ก็ดังขัดขึ้นมาจากโซฟาตัวยาวกลางห้องเสียก่อน
"เกลครับ มานั่งนี่เร็วมา นั่งข้างปรานต์นี่มา"
ปรานต์กวักมือเรียกพลางตบเบาะโซฟาตัวยาวข้างกายเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ เกลรีบสาวเท้าเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ ปรานต์ทันทีเพื่อหนีความอึดอัดจากผู้ชายหน้านิ่งตรงประตู
ทว่า... เกมจิตวิทยาของเสือร้ายเพิ่งจะเริ่มต้น
เจ้าทัพเดินตามเข้ามาในวงเหล้า หน้านิ่งเฉยชาของเขาเดาอารมณ์ไม่ได้ ชายหนุ่มไม่เลือกนั่งโซฟาเดี่ยวที่ยังว่างอยู่... แต่เขากลับขยับร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาแทรกตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาวฝั่งข้างๆ เกลทันที
ฟุบ...
น้ำหนักตัวที่กดทับลงมาทำให้เบาะโซฟายุบตัวลง ส่งผลให้ตอนนี้เกลนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างปรานต์แฟนหนุ่มผู้สับปลับทางซ้าย และ เจ้าทัพเสือขรึมเพื่อนแฟนที่แสนอันตรายทางขวา ร่างกายของเธอเบียดชิดกับต้นขาแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเจ้าทัพจนแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ
และนี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามประสาทใต้โต๊ะ... ที่เกลไม่มีวันคาดคิดว่าจะต้องเผชิญ
ฟุบ...
เจ้าทัพโน้มแผ่นหลังกว้างไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อเอื้อมหยิบขวดมิกเซอร์ จังหวะนั้นโครงร่างหนากำยำขยับเข้าใกล้จนมือหนาจงใจลากเฉียดผ่านต้นขาเนียน ของเกลลามไปจนถึงชายเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งอย่างเงียบเชียบ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือสากทำเอาเกลสะดุ้งเฮือกขยับตัวหนีเล็กน้อยด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยกระตุกวาบจนแทบไม่เป็นจังหวะ
ทว่าผู้ชายหน้านิ่งข้างกายกลับทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากแผ่วเบาจนแทบสังเกตไม่เห็น เขาเอียงใบหน้าหล่อเหลาคมกริบเข้ามาใกล้เธออีกนิด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบๆ
"เธอดื่มไหม? ถ้าดื่ม... ไม่ให้ดื่มเยอะนะ"
พูดจบ มือหนาก็จงใจเทเหล้าลงในแก้วของเธอเพียงแค่ฝาเดียว ผสมมิกเซอร์จนเจือจาง เกลมองการกระทำของเขาด้วยความไม่เข้าใจ ความเป็นห่วงที่ส่งผ่านคำพูดและปริมาณแอลกอฮอล์ที่เบาบางนั้นทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ในอก ทว่าเธอก็เลือกที่จะคิดเข้าข้างตัวเองตามประสาคนซื่อว่าอาจเป็นเพราะเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มวิศวะห่ามๆ พวกนี้ เจ้าทัพแม้จะหน้านิ่งดุเป็นเสือร้าย แต่จริงๆ คงเป็นคนดีและคอยเป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอ
โดยที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่า... ความเป็นห่วงทั้งหมดของผู้ชายคนนี้ มีไว้ให้ผู้หญิงที่ชื่อ ‘เกล เกวลิน’ คนเดียวเท่านั้น
เกลกำลังจะอ้าปากตอบรับคำของเขา ทว่าปรานต์ที่หันมาเห็นแก้วเหล้าสีอ่อนก็ขัดขึ้นมาทันควันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"ดื่มดิ! มานั่งในวงทั้งทีจะดื่มเหมือนน้ำเปล่าได้ไง ไอ้ทัพ... ชงเข้มกว่านี้ดิ่ เมาค้างกูก็ดูแลแฟนตัวเองได้น่า ไม่ต้องห่วงหรอก"
ไม่พูดเปล่า ปรานต์คว้าขวดเหล้าดีกรีแรงมาเทพรวดลงไปในแก้วของเกลเพิ่มอีกเกือบครึ่งแก้วจนสีน้ำเปลี่ยนเป็นเข้มจัด เจ้าทัพตวัดสายตาดุดันมองปรานต์ด้วยสีหน้าหงุดหงิด นัยน์ตาคู่คมหรี่ลงมองเพื่อนสนิทอย่างสมเพชและเดือดดาลลึกๆ เขารู้สันดานไอ้คนสับปลับตรงหน้าดีว่ามันกำลังคิดจะทำเรื่องระยำอะไรตอนที่เกลเมาจนหมดสติ
เกลรับแก้วเหล้าเข้มข้นนั้นมาจิบเบาๆ ก่อนจะทำหน้าแหยเกเพราะความขม เพราะมันเข้มมากจนบาดคอ และเธอเองก็ไม่ใช่คนคอแข็งหรือชอบดื่มแอลกอฮอล์เลยสักนิด ปรานต์เห็นแฟนสาวผงกหัวดื่มก็ยิ้มพอใจอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันหลังกลับไปเฮฮาชนแก้วกับนนท์และบาสต่ออย่างออกรส
จังหวะนั้นเอง... เจ้าทัพอาศัยความไวชงเหล้าในแก้วตัวเองเพียงฝาเดียวผสมสไปร์ทอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจ เอื้อมมือไปสลับแก้วเหล้าของตัวเองกับแก้วของเกลที่วางอยู่บนโต๊ะทันที
ชายหนุ่มยกแก้วเหล้าเข้มจัดแก้วเดิมของเกลขึ้นกระดกลงคอรวดเดียวหมดแก้วอย่างไร้ความรู้สึก ก่อนจะรีบชงแก้วนั้นใหม่ให้มีสีเข้มเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้ปรานต์จับพิรุธได้