7.คนไม่รู้จักพอ

1801 Words
แผ่นหลังของเด็กสาวถูกดันกระแทกเข้ากับผนังปูนเปลือยสกปรก ก่อนที่บทรักอันเร่าร้อนและหยาบโลนจะเปิดฉากขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สนฟ้าสนดิน ปรานต์ซุกไซร้เนื้อหนังอย่างหิวกระหาย มือหนากระชากเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกอย่างช่ำชอง เจ้าทัพเดินมาหยุดอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ชายหนุ่มยืนพิงโคนต้นไม้ใหญ่ นัยน์ตาดุดันคู่นั่งจ้องมองภาพเพื่อนสนิทที่กำลังเริงรักกับผู้หญิงอื่นอย่างเฉยชา เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังน่าอายพร่ำสลับกับเสียงครางกระเส่าอย่างสุขสมของคนทั้งคู่ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณตึกเก่าอย่างน่าไม่อาย เจ้าทัพล้วงหยิบซองบุหรี่ขึ้นมา จุดไฟแช็กจนประกายไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นในเงามืด เขายกบุหรี่ขึ้นสูบอย่างเงียบๆ พ่นควันสีเทาหม่นลอยฟุ้งไปตามสายลม เขายืนดู... ยืนฟัง... ทุกเสียงกระเส่าแห่งความทรยศนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ ควันบุหรี่แผดเผาลงปอดพร้อมกับความสมเพชในใจที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ 'รักเกลอย่างนั้นหรอ... หวงเกลนักหนาใช่ไหมไอ้ปรานต์ แล้วดูสิ่งที่มึงทำ...' เมื่อมวนบุหรี่มอดไหม้จนถึงขีดสุดมวนแล้วมวนเล่า และกิจกรรมกามารมณ์อันน่าสะอิดสะเอียนเบื้องหน้าจบลง เจ้าทัพปัดเศษขี้เถ้าออกจากนิ้วหนา เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นดินก่อนจะใช้ปลายรองเท้าผ้าใบเหยียบขยี้ซ้ำจนดับสนิท... นัยน์ตาดุดันพราวระยับไปด้วยความเยือกเย็นอันแสนอันตราย ชายหนุ่มหมุนตัวเดินหันหลังตัดจากตรงนั้นไปเงียบๆ... ข้อมูลทุกอย่างคอมพลีตหมดแล้ว และคืนนี้ที่คอนโดของเขา... จะเป็นจุดจบของไอ้หน้าตัวเมียอย่างปรานต์อย่างแน่นอน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมคาวโลกีย์เบื้องหลังตึกร้างปรานต์จัดเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูให้เข้าที่พลางหันไปสบตารุ่นน้องสาวที่ยังคงเหนื่อยหอบ ใบหน้าเนี้ยบกริบจุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดึงดูดใจ เขารู้ดีว่าเด็กปีหนึ่งคนนี้แอบชอบเขามาตั้งนานแล้ว จึงเอ่ยปากยื่นข้อตกลงด้วยน้ำเสียงกระซิบข้างหู "เรื่องวันนี้... อย่าบอกใครนะครับ จะได้อยู่เล่นด้วยกันไปนานๆ" คำพูดหยอดหวานจอมปลอมทำเอาเด็กสาวพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ปรานต์หมุนตัวเดินกลับเข้ามายังช็อปวิศวะด้วยท่าทางเริงร่า อารมณ์ดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางสายตาจับผิดของนนท์และบาสที่ตะโกนถามไล่หลังมาทันที "เฮ้ยไอ้ปรานต์! หายหัวไปไหนมาเกือบชั่วโมงวะ งานกลุ่มไม่ทำทิ้งให้พวกกูแบกเนี่ย" นนท์บ่นอุบ ปรานต์ทำเพียงแค่ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ทว่ายังไม่ทันที่มือหนาจะได้หยิบจับชิ้นงานตรงหน้ามาทำต่อ ร่างสูงใหญ่กำยำของเจ้าทัพก็ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัว ใบหน้าหล่อเหลาคมกริบนิ่งสนิท... นัยน์ตาดุดันคู่นั้นจ้องมองมาเรียบๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มต่ำติดห้าว "มึง... ออกไปคุยกับกูหน่อย" เจ้าทัพเดินนำลิ่วออกไปยังบริเวณหลังช็อปวิศวะ ซึ่งเป็นมุมอับสลัวที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและเศษเหล็ก ชายหนุ่มล้วงหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอีกครั้ง ควันสีเทาหม่นลอยฟุ้งบดบังใบหน้าหล่อเหลาขรึมจัด ก่อนที่เขาจะตวัดสายตาคมกริบมองเพื่อนสนิทแล้วเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาในใจขึ้นมานิ่งๆ "มึงรักเกลไหม?" ปรานต์ชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วมุ่นกับคำถามแปลกๆ ของเพื่อน แต่ก็รีบตอบกลับทันควันอย่างมั่นใจ "รักดิ่วะ รักมากด้วย ทำไมมึงถามงี้เป่าวะไอ้ทัพ" "รัก... แล้วทำไมมึงถึงยังไม่หยุด?" น้ำเสียงของเจ้าทัพเข้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดุดันวาวโรจน์กดดันเค้นเอาความจริง ปรานต์ถอนหายใจยาว บิดไหล่ไปมาอย่างหน้าไม่อาย ก่อนจะพ่นข้ออ้างสารเลวของคนไม่รู้จักพอออกมาฉอดๆ "โธ่ไอ้ทัพ เรื่องรักก็เรื่องรักดิ่วะ แต่เรื่องอย่างว่ามันคนละเรื่องกัน! ก็แค่ปลดปล่อยปะวะ... มึงก็รู้ว่าเกลเธอเข้าหายากจะตาย เรื่องแตะเนื้อต้องตัวนี่หวงตัวฉิบหาย นานๆ ทีคบกันมาตั้งสี่เดือนกูถึงจะได้นอนด้วยสักครั้งน่ะ มึงเข้าใจความอัดอั้นของกูไหม กูไม่ได้ว่าที่เธอเรียบร้อยนะเว้ย กูก็ติดใจเธออยู่... แต่มันก็น่าหงุดหงิดปะวะ" คำสารภาพยาวเหยียดที่พยายามโยนความผิดให้ความหวงตัวของเกล... เจ้าทัพนิ่งฟังพลางอัดควันบุหรี่ลงปอดเงียบๆ ในใจของวิศวะหนุ่มคนนี้กลับ ผุดความพึงพอใจอย่างมหาศาลขึ้นมาเงียบๆ แววตาคมดุกระตุกวูบด้วยความยินดีลึกๆ ที่ได้รับรู้ความจริงว่า เกลไม่ได้ยอมทอดกายให้ปรานต์ง่ายๆ เธอยังคงรักนวลสงวนตัวและไม่ได้ตกเป็นของมันโดยสมบูรณ์เหมือนที่มันเคยโอ้อวดข่มเพื่อนเมื่อตอนกลางวัน แต่ถึงอย่างนั้น ในฐานะ 'เพื่อนสนิท' ที่คบกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง เที่ยว เรียน เล่นด้วยกัน... เจ้าทัพเลือกที่จะทำหน้าที่เตือนสติเป็นครั้งสุดท้าย "กูเตือนมึงในฐานะเพื่อนนะไอ้ปรานต์... หยุดซะ ไม่งั้นมึงจะเสียเกลไปจริงๆ" น้ำเสียงของเจ้าทัพราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดและหนักแน่นดั่งคำพิพากษา ปรานต์ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะร่วน แสร้งพยักหน้ารับส่งๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก "เออๆ รู้น่ากูไม่พลาดหรอก ขอบใจที่เป็นห่วงว่ะเพื่อน" เจ้าทัพจ้องมองท่าทางประมาทและมั่นใจในตัวเองของเพื่อนสนิทคู่นั้น... เขารู้จักนิสัยของปรานต์ดีเกินกว่าจะเชื่อว่ามันจะหยุด... มันไม่มีทางหยุดร่านแน่นอน และนั่นแหละ... คือสิ่งที่เสือร้ายอย่างเขาต้องการ เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะชั่วได้ขนาดนี้ แต่เมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีเพื่อให้คนที่เขาแอบรักเจ็บกับความไม่รู้จักพอของเพื่อนตัวเองอีกต่อไป... มุมปากหยักหล่อเหลาของเจ้าทัพ ยกยิ้มเย็นชาอันแสนร้ายกาจขึ้นมาทันที แววตาคมดุพราวระยับไปด้วยความสมเพชและรอคอยเวลาที่ระเบิดจะทำงาน ชายหนุ่มทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋ากลับเข้าช็อปไปหยิบเครื่องมือทำชิ้นงานโปรเจกต์ต่ออย่างสบายอารมณ์ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน... ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง เกมลับฉบับวิศวะร้ายจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ แม้แรกๆมันอาจจะทำให้เธอเจ็บปวดไม่น้อย แต่ไม่ว่าด้วยทางไหนเขาจะต้องดึงเธอออกจากเพื่อนสนิทสาระเลวนั่นให้ได้ ถึงเขาจะเลวร้ายไม่แพ้เพื่อนที่คิดทำแบบนี้... แต่เขาไม่มีทางทำเลวกับเธอแน่นอน... . ช่วงหัวค่ำ ลมเย็นๆ พัดผ่านระเบียงคอนโดหรูของเกล หญิงสาวเพิ่งอาบน้ำเสร็จ กลิ่นครีมอาบน้ำกลิ่นหอมเย็นผสมผสานกับกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ยอดฮิตประจำตัวโชยลอยอบอวล เกลยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าพลางชั่งใจ คืนนี้เธอต้องไปร่วมวงเหล้าที่คอนโดของเจ้าทัพตามคำชวนแกมบังคับของผู้ชายหน้านิ่งคนนั้น ตอนแรกเธอว่าจะใส่ชุดนักศึกษาตัวเดิมไป แต่อยู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งแบรนด์เนมยับย่นตัวหนึ่งที่แขวนอยู่ มันเป็นเสื้อของปรานต์ที่ลืมทิ้งไว้เมื่อคืนก่อน และเขาก็เคยเอ่ยปากบอกให้เธอหยิบมาใส่ได้เลย ‘ใส่เสื้อตัวโคร่งๆ ของปรานต์คู่กับขาสั้นสิครับตัวเล็ก เกลใส่แล้วน่ารักเซ็กซี่จะตาย ปรานต์ชอบ’ คำพูดออดอ้อนของแฟนหนุ่มในวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว เกลอมยิ้มบางๆ แก้มเนียนซับสีระเรื่อด้วยความเขินและอยากเอาใจแฟนหนุ่ม เธอจึงตัดสินใจหยิบเสื้อยืดตัวโคร่งตัวนั้นมาสวมใส่ ชายเสื้อยาวลงมาปิดสะโพกมนกึ่งๆ ตัวโคร่งยาวจนเกือบปิดกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดข้างใน เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนทอดยาวอย่างมีเสน่ห์ดึงดูด เธอใส่เสื้อตัวนี้... ด้วยความรักและหวังว่าปรานต์เห็นแล้วจะยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ปี๊บ! เสียงแตรถยนต์สปอร์ตคันหรูของปรานต์ดังขึ้นใต้อาคาร เกลหิ้วกระเป๋าใบเล็กก้าวลงไปหาแฟนหนุ่มทันที ทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไปนั่งฝั่งข้างคนขับ ปรานต์ที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมเนี้ยบกริบก็หันมามอง แววตาของเขาพราวระยับขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเกลสวมเสื้อยืดของตัวเอง "หืม... วันนี้ตัวเล็กใส่เสื้อปรานต์ด้วยหรอเนี่ย น่ารักฉิบหายเลยครับ อยากฟัดชะมัด" “ถ้าปรานต์ชอบให้เกลใส่ เกลก็จะใส่ค่ะ” เธอตอบพลางส่งยิ้มหวานให้แฟนหนุ่ม “ใส่แบบนี้แล้วอดใจไม่ไหวเลยนะ... ขอฟัดสักรอบก่อนไปได้ไหมครับ หืม?” ปรานต์โน้มตัวเข้าไปหาร่างเล็กพร้อมเอ่ยเสียงพร่าข้างใบหู ใบหน้าคลอเคลียอยู่ข้างแก้มและซอกคอขาวอย่างย่ามใจพลางขบเม้มเบาๆจนเกิดรอยแดง แต่เกลกลับดันอกเขาออกเบาๆ อย่างเขินๆ “ไม่ได้สิคะ... ต้องรีบไปนะเดี๋ยวเพื่อนรอนาน คืนนี้เกลต้องกลับมาอ่านหนังสืออีก เพราะมีควิซพรุ่งนี้เช้า” “... ก็ได้ครับ...” ปรานต์แสร้งทำเป็นยิ้มกว้าง ยื่นหน้าเข้าไปประทับจูบเบาๆ ที่ข้างแก้มเนียนเพื่อเอาใจเกลตามประสาเพราะไม่กล้าขัด ก่อนจะออกรถมุ่งหน้าไปยังคอนโดของเจ้าทัพ ทว่า... ฉากหน้าอันแสนดีเหล่านั้นดับวูบลงทันทีที่รถเคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนใหญ่ ครืด... ครืด... โทรศัพท์มือถือของปรานต์ที่วางอยู่ตรงคอนโซลกลางสั่นรัวไม่หยุด หน้าจอโชว์การแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์อย่างต่อเนื่อง ปรานต์อาศัยจังหวะที่รถติดไฟแดงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว นิ้วหนารัวแป้นพิมพ์ยิบๆ ท่าทางมีลับลมคมนัย เกลที่นั่งอยู่ข้างๆ เหลือบสายตาคมมองตามสัญชาตญาณ และด้วยระยะที่ใกล้กันมาก ทำให้ดวงตาคู่สวย บังเอิญเห็นข้อความบนหน้าจอเข้าเต็มสองตา มันเป็นข้อความพูดคุยเชิงชู้สาวหยาบโลน บ่งบอกถึงนัดแนะและสถานการณ์วาบหวามระหว่างปรานต์กับรุ่นน้องสาวคณะวิศวะคนเมื่อกลางวันอย่างชัดเจน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD