"ข้าขอบคุณท่านลุงมากเจ้าค่ะ ที่เมตตาข้า และข้าก็ต้องขอโทษท่านลุงกับท่านป้าด้วยนะเจ้าคะที่วันนี้ข้าก่อเรื่องวุ่นวายจนทำให้ชื่อเสียงของตระกูลฉินป่นปี้" เสี่ยวหลินยกมือไหว้ว่าที่พ่อและแม่ของสามีในวันข้างหน้าอย่างนอบน้อม ถึงเป็นเช่นใดนางก็ต้องประจบประแจงและเอาอกเอาใจทั้งสองมิเช่นนั้นความดีความชอบของนางก็จะมิหลงเหลืออยู่เลยอย่างไรเล่า
"มิเป็นไรหรอกเสี่ยวหลิน ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี แต่ข้าก็ต้องขอบใจเจ้ามากที่เจ้าเข้าใจข้ากับท่านพี่" ลี่อิงตอบด้วยมีมิตรไมตรีต่อนาง "ข้ามิได้จงเกลียดจงชังเจ้าหรอกนะเสี่ยวหลิน แต่เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่ว่าที่ข้าทำทุกอย่างเพราะข้ารักบุตรชายของข้า ด้วยว่าภรรยาเอกคือสตรีที่สามารถเชิดหน้าชูตาสามีมิให้น้อยหน้าผู้ใดได้" หากบุรุษใดได้สตรีนางที่เพียบพร้อมตามตำราย่อมเป็นที่เชิดหน้าชูตาและน่าเคารพนับถือของคนในเมืองต่างพากันชื่นชมสรรเสริญเยินยอ
มิเว้นแม้กระทั่ง ลี่อิง คราแรกที่นางได้ตบแต่งออกเรือนเป็นฮูหยินเอกและฮูหยินเพียงนางเดียวของฉินเฟยหมิงบุตรชายคนโตจากเจ้าของหอกลั่นสุราที่เรืองอำนาจเจริญค้าขายมั่งคั่งที่สุดในเมืองเหม่ยเจียง มิใช่เกิดจากความรักใคร่แต่คราเดียว ทว่าเกิดจากการคลุมถุงชน พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายรู้จักและเป็นสหายกันมาตั้งแต่เยาว์วัยจึงอยากปรองดองสองครอบครัวเป็นหนึ่งเดียว มารดาของฉินเฟยหมิงชอบพอเอ็นดูลี่อิงเป็นอย่างมาก ทั้งกิริยามารยาทแลดูได้เลยว่าถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี ซ้ำนางคือสตรีที่ต้องตามตำรา สาวพรหมจรรย์ พร้อมซึ่งการศึกษา เกิดมาในตระกูลสูงส่งขุนนางใหญ่ จะได้ช่วยเชิดหน้าชูตาบุตรชายของตนถึงแม้จะร่ำรวยแต่ทีเดิมก็เป็นเพียงพ่อค้าธรรมดา
"ข้าเข้าใจเจ้าค่ะท่านแม่"
...
ผ่านไปหลายวัน
"เจ้าว่าอันใดนะผิงอัน!" ทันใดที่เรื่องของการแต่งออกเรือนไปกับฉินหยางหยางถึงหูเหมยอ้ายว่าที่ฮูหยินเอกประจำตระกูลฉิน นางก็ตกใจยกมือขึ้นทาบบอกปฏิเสธมิต้องการความรับผิดชอบเพราะทุกอย่างล้วนเป็นเพียงอุบัติเหตุที่มิมีผู้ใดต้องการให้มันเกิดขึ้น
"เจ้าค่ะคุณหนู บัดนี้ฮูหยินลี่อิงได้ฤกษ์ได้ยามก็คือสารทฤดู (ฤดูใบไม้ร่วง) ที่จะมาถึงเร็ว ๆ นี้เจ้าค่ะ เหลือเวลาเตรียมตัวไม่กี่วันเท่านั้น" ผิงอันสาวใช้คนสนิทหลังจากที่ได้ยินข่าวจวนใหญ่ลือกันในโรงครัวว่าจะมีงานมงคลระหว่างนายตนกับบุตรชายฉินเฟยหมิงเกิดขึ้น นางก็รีบวิ่งมาที่จวนเล็กซึ่งฮูหยินประทานเมตตาให้อยู่อาศัยทันที
"จะให้ข้าแต่งงานกับท่านพี่หยางหยางได้อย่างไรกันเล่าผิงอัน! ในเมื่อท่านพี่หยางหยางรักอยู่กับพี่หญิงเสี่ยวหลินคนที่ข้าเคารพนับถือมิใช่หรือ? แล้วเจ้าจะให้ข้าแย่งคนรักของพี่หญิง ข้ามิใจกล้าหน้าด้านพอหรอกผิงอัน" สตรีเรือนร่างบอบบางในอาภรณ์สีฟ้าสดใสทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเล็กแล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามหวนคิดถึงขณะที่พี่หญิงเสี่ยวหลินเมตตาเอ็นดูนางยิ่งกว่าน้องในไส้นางก็ยิ่งรู้สึกผิด
"แต่คุณหนูก็แอบมีใจให้คุณชายมิใช่หรือเจ้าคะ?" ผิงอันถามผู้เป็นนายในคำถามที่มิสมควรถามสักเท่าใด
เหมยอ้ายกลืนก้อนสะอึกลงคอ นางเหลือบแลสาวใช้ผู้นี้แล้วรีบหลบเหล่มองวิวทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างโดยมิกล้าสู้หน้านาง "เจ้ารู้?" นางค่อนข้างมั่นใจว่านางหักห้ามอารมณ์และกิริยามิให้แสดงออกนอกหน้าเพราะรู้ซึ้งแก่ใจดีว่าในใจของท่านพี่ฉินหยางหยางมีเพียงพี่หญิงเสี่ยวหลินคนเดียว
"บ่าวอยู่รับใช้คุณหนูมาตั้งแต่คุณหนูยังเล็ก ๆ นะเจ้าคะ แล้วเหตุใดบ่าวจะมองมิออกว่านายของบ่าวรู้สึกเช่นใดกับบุรุษผู้นั้น"
"แต่ถึงเป็นเช่นนั้นต่อให้ในใจของข้าจะมีท่านพี่ฉินหยางหยางเข้ามาวิ่งเล่นอยู่ตั้งนานแล้วก็จริง แต่ท่านพี่มิได้รักข้ากลับกันท่านพี่ชังนำหน้าข้ายิ่งนัก...เจ้าก็รู้มิใช่หรือว่าในใจของท่านพี่มีเพียงพี่หญิงเสี่ยวหลินคนเดียวเท่านั้น" เหมยอ้ายคิดไม่ตก แม้นว่าการได้แต่งงานออกเรือนกับบุรุษที่ตนเองรักย่อมเป็นความฝันอันสูงสุดของเหล่าสตรี แต่การแต่งงานของนางครั้งนี้มิได้เกิดจากความรักชอบพอของทั้งสองฝ่ายเพียงมันเป็นความรักจากนางผู้เดียวเสียมากกว่า
"แต่บ่าวคิดว่าฮูหยินคงจะมิยอมหรอกเจ้าค่ะ"
"แล้วเจ้าจะให้ข้าทำเช่นใด ข้าควรปฏิเสธหรือไม่? ข้ามิรู้" ในใจของสตรีสับสนวุ่นวายมิสงบเสียที
"บ่าวคิดว่าการที่คุณหนูแต่งงานออกเรือนกับคุณชายย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุดเจ้าค่ะ สตรีที่เคยมีข่าวแปลงข้าวสารให้เป็นข้าวสุกกับบุรุษผู้อื่นแล้วย่อมมิมีบุรุษที่ไหนอยากได้หรือสู่ขอไปเป็นภรรยาหรอกเจ้าค่ะ การทำเช่นนี้ถือว่าจะช่วยรักษาเกียรติและชื่อเสียงของตระกูลเราด้วย คุณหนูมิใช่บุตรสาวชาวบ้านธรรมดานะเจ้าคะ คุณหนูเป็นถึงบุตรสาวคนเดียวของอัครเสนาบดีตระกูลใหญ่" ผิงอันเสนอทางออกที่ดีที่สุดให้กับเจ้านายตน โดยมิรู้เลยว่าภัยร้ายนั้นจักย้อนกลับมาทำร้ายเหมยอ้ายในภายหลัง
"ข้าร่วมเตียงกับคนรักของพี่หญิง และเป็นสาเหตุทำให้พี่หญิงต้องสูญเสียลูกยังมิพออีกหรือผิงอัน แล้วนี่ข้ายังแย่งตำแหน่งฮูหยินเอกจากพี่หญิงอีกด้วย ข้าคงดูเป็นสตรีที่หน้าด้านไร้ยางอายใช่หรือไม่?" เหมยอ้ายมิแคล้วแต่จะโทษว่าเป็นความผิดของตนเองทั้งหมดทั้งมวล นางมิได้จงใจอยากให้เรื่องทุกอย่างมันบรรจบลงเช่นนี้เลย...
"แต่ก็เป็นคุณหนูเสี่ยวหลินเองมิใช่หรือเจ้าคะ ที่เป็นคนไหว้วานให้คุณหนูของบ่าวไปช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวคุณชายเพื่อช่วยสร่างเมาและลดอาการปวดศีรษะยามตื่น" ผิงอันอันทนมิได้หากเห็นเจ้านายของตนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
คราวนั้นก็เป็นคุณหนูเสี่ยวหลินเองมิใช่หรือที่มาออกปากร้องขอถึงเรือนเล็กให้คุณหนูเหมยอ้ายช่วยไปดูเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับคนรักของตนเช่นคุณชายฉินหยางหยางเพราะเกรงว่าหากยามเช้าบุรุษตื่นขึ้นมาจะมีอาการมิสู้ดี ลุกขึ้นมิไหว และมิสามารถไปคุมโรงกลั่นสุราที่กำลังเร่งผลิตสุราชั้นเลิศส่งไปยังเมืองหลวงได้ โดยอ้างว่าตนนั้นจะรีบกลับไปเอาน้ำยาสมุนไพรแก้เมาเหล้าขาวตัวแรงที่ฉินหยางหยางเผลอดื่มจนหน้าแดง หูแดง ฤทธิ์ของมันค่อนข้างร้ายแรงเกินต้าน
แต่กลับโผล่หน้ามาตอนเช้า...แล้วตกกลางคืนเล่า นางผู้นั้นหายไปที่ใดมาหรือ จึงปล่อยให้บุรุษและสตรีซึ่งเป็นน้ำตาลใกล้มดอยู่ชิดตามลำพังในยามวิกาลสองต่อสองภายในห้องหับเช่นนั้นเล่า
"เจ้าหยุดพูดว่าเป็นความผิดของพี่หญิงเสียทีผิงอัน พี่หญิงเพียงห่วงใยท่านพี่หยางหยาง เกรงว่าสุราขาวที่ท่านพี่ดื่มลงไปจะส่งผลทำให้ในยามรุ่งสางท่านพี่มิสามารถออกไปควบคุมการผลิตสุราชั้นเลิศที่จะส่งเข้าไปยังเมืองหลวงได้ก็เพียงเท่านั้นมิใช่หรือ?" เหมยอ้ายรู้สึกมิโชคพอสักเท่าไหร่ยามที่ได้ยินสาวใช้คนสนิทพูดถึงเสี่ยวหลินในแง่มิดีงามเช่นนั้น
"เจ้าค่ะคุณหนู..."
"แล้วเจ้ารู้หรือไม่พี่หญิงเสี่ยวหลินของข้า บัดนี้นางเป็นเช่นใดบ้าง...ข้าอยากจะออกไปเยี่ยมเยียนพี่หญิงใจแทบขาด ข้าก็มิใจกล้าพอสามารถทนมองหน้าพี่หญิงโดยที่ข้าทำผิดกับนางอย่างใหญ่หลวง" เหมยอ้ายหลุบตาลงมองต่ำ หลายวันมานี้นางมักจะเก็บตัวอยู่ที่จวนเล็ก ยามรับสำรับอาหารก็ให้ผิงอันไปยกมาให้จากโรงครัว มิพูดมิจากับผู้ใดแม้กระทั่งเดินเหินก็ทำได้เพียงทอดมองทิวทัศน์ด้านนอกผ่านกรอบหน้าต่างจวนเพียงเท่านั้น