ภายในสถานบันเทิงสุดหรูใจกลางกรุง อันคลาคล่ำไปด้วยนักท่องราตรีจำนวนมาก ท่ามกลางแสงไฟสลัวและเสียงเพลงอีดีเอ็มดังกึกก้อง ทุกคนต่างกำลังสนุกสุดเหวี่ยงไปกับจังหวะดนตรีเร้าใจ ผสานฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่พลุ่งพล่านภายในร่างกาย ทำให้ไม่มีใครสนใจใครเพราะมัวแต่ออกสเตปกันอย่างเมามัน
ทว่าไม่ใช่กับชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งซึ่งนั่งห่างกันคนละโต๊ะ ทั้งคู่ต่างส่งสายตามองกันอยู่เนิ่นนาน ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้ทั้งสองไม่อาจละสายตาได้
ชายหนุ่มปริศนาท่าทางดูภูมิฐานในชุดสีดำสนิท แม้จะดูมีอายุอยู่สักหน่อย ทว่าความหล่อเหลาคมเข้มนั้นสะกดเธอไว้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สบประสานสายตา และชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ต่างกัน กลิ่นน้ำหอมอันแสนหวานปนเซ็กซี่ลอยตาเตะจมูกจนทำให้เขาต้องหันไปมองยามเธอเดินผ่าน ก่อนนัยน์ตาคู่คมจะถูกตรึงไว้ด้วยดวงหน้าสวยหวานและทรวดทรงอันเย้ายวน
นับตั้งแต่วินาทีนั้น ทั้งสองก็ส่งสายตาให้กันอย่างไม่สนใจใคร ราวกับภายในสถานบันเทิงแห่งนี้มีเพียงเขาและเธอ
“กี้ แกจะนั่งจ้องตาให้ท้องไปเลยใช่ไหม”
“โอ๊ย บุ๊ค ก็ดูสิ เขาหล่อมากอ่ะแก แกก็รู้ว่าลุคแดดดี้แบบนี้สเป็กฉันเลย” กันติชาหันไปค้อนขวับให้กับบุรินทร์ เพื่อนชายใจสาวเสียหนึ่งครั้งที่บังอาจมาแซว
“ระวังอีแพทมันจะคาบไปแดก สเป็กยิ่งพอ ๆ กัน” ภัททิราผู้ถูกพาดพิงถึง เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ มองเพื่อนรักทั้งสองตาปรือเยิ้ม
“อย่าว่าแต่คาบเลย ตอนนี้ฉันกระเดือกอะไรไม่ลงทั้งนั้น จะกลับกันได้ยัง” ภัททิรากล่าวเสียงยานคราง
เพื่อนรักทั้งสามเข้ามายังสถานบันเทิงแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จนบัดนี้ก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง ทั้งสามก็ยังคงดื่มน้ำเมาไม่หยุดหย่อน ต่อให้คอทองแดงขนาดไหน ก็ควรต้องเลิกรา ไม่เช่นนั้นตับคงได้ร้องขอชีวิตเสียก่อน
“เออ กลับก็กลับ พรุ่งนี้เช้าฉันต้องไปส่งอีกี้บินกลับเชียงใหม่” บุรินทร์ว่าพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา
“เฮ้ย เดี๋ยวฉันไปห้องน้ำแป๊บ ปวดฉี่จะราดอยู่แล้ว”
กันติชากล่าวจบก็คว้ากระเป๋าสะพายใบเล็กบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนตั้งหลัก ทว่ายังไม่วายปรายตามองชายหนุ่มโต๊ะข้าง ๆ ซึ่งเขาก็ยังจ้องเธออย่างไม่วางตาเช่นกัน หญิงสาวส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ให้เขาเล็กน้อยก่อนเดินออกมา
เมื่อกันติชาเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวจนเสร็จเรียบร้อย เธอก็มายืนเช็กเสื้อผ้าหน้าผมที่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ เติมปากนิด จัดทรงผมหน่อย ก่อนขยับชุดเดรสเกาะอกสีดำรัดรูป โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกหน้าใจใหญ่โตให้เข้าที่เข้าทาง
“แก โคตรหล่อวัวตายควายล้ม ฉันเข้าไปขอเบอร์เขาดีไหม” สองสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องน้ำคุยกันเสียงดังจนเธอต้องหยุดฟัง
“ไม่แก่ไปเหรอแก มายืนรอหน้าห้องน้ำหญิงแบบนี้ด้วย มารอเมียชัวร์”
“เออว่ะ ถ้าเมียเขาอยู่ในห้องน้ำมาได้ยินเข้าซวยเลย”
กันติชาลอบมองสองสาวที่ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องน้ำกันคนละห้อง ก่อนเธอจะเดินออกมา
หญิงสาวก้าวไปตามทางเดินที่ทั้งเล็กและแคบ หนำซ้ำยังมีคนทยอยกันมาเข้าห้องน้ำจำนวนมาก บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดทำให้ร่างบางเดินเซชนกำแพงเป็นระยะ
ทันใดนั้น คนกลุ่มหนึ่งที่เดินสวนมาโดยไม่ทันระวังก็ชนกันติชาเข้าเต็มแรง หญิงสาวเสียหลักพร้อมรองเท้าส้นเข็มขนาดสามนิ้วพลิกตะแคง และในเสี้ยววินาทีนั้นที่เธอกำลังจะล้มลง วงแขนปริศนาก็เข้ามาคว้าเอวบางเอาไว้ หญิงสาวพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก มือเล็กจับต้นแขนแข็งแรงเอาไว้พยุงตัวเองให้ยืนขึ้น
“เป็นอะไรไหมครับคุณ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ เอ๊ะ คุณ”
เมื่อสายตาสบประสานกัน กันติชาก็ใจเต้น
ระส่ำ นัยน์ตาคมคู่นั้นที่จ้องมองกันตลอดค่ำคืน ยิ่งได้พิจารณาใกล้ ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าคนตรงหน้าช่างหล่อเหลาคมเข้ม ตรงสเป็กเธอไปเสียหมด
“คุณตามฉันมาเหรอคะ”
“ก็คุณมองผม แบบ...”
“แบบอะไรคะ คุณก็มองฉันเหมือนกัน”
“คุณมองผมแบบไหน ผมก็มองคุณแบบนั้นแหละครับ”
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเข้าปะทะผิวเนียนละเอียดทำเอาเธอแทบคุมสติไม่ได้ กันติชายกยิ้มมุมปากพลางส่งสายตายั่วเย้า
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงคะ ว่าคุณมองฉันทำไม ถ้าคุณไม่บอก”
ชายหนุ่มโคลงศีรษะเบา ๆ ก่อนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“คุณแน่ใจนะว่าจะให้ผมบอก”
“ค่ะ” เสียงหวานกล่าวออกมาพร้อมส่งสายตาท้าทาย
ฝ่ามือหนาคว้าข้อมือเล็ก ดึงเธอให้เดินตามไปยังทางเดินด้านหลังร้าน ใกล้กับทางออกฉุกเฉินมีประตูบานหนึ่งปิดสนิทติดป้าย “ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต” เขาพาเธอเข้าไปด้านใน ก่อนปิดประตูลงกลอนทันที
ภายในห้องนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงไฟนีออนลอดเข้ามาผ่านช่องหน้าต่าง ร่างบางถูกดันชิดติดผนัง แผ่นหลังเปลือยเปล่าท่อนบนสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบจากผนังปูน
“คุณจะทำอะ....”
เขาไม่ปล่อยให้เธอได้เอื้อนเอ่ยต่อปากต่อคำ ริมฝีปากร้อนเข้าจู่โจมกลีบปากบางอย่างรวดเร็ว บดขยี้ขบเม้มริมฝีปากเล็กทั้งบนล่างสลับไปมา ฝ่ามือสากลูบไล้ไปตามไหล่บอบบางเคลื่อนลงมาตามเรียวแขนเนียนนุ่ม เขาจับแขนเธอขึ้นวางลงบนบ่าแข็งแกร่ง ก่อนลดมือลงมาลูบไล้เอวคอด
จูบรสร้อนรัญจวนใจที่ชายหนุ่มปรนเปรอทำเอาเธอสติพร่าเลือน ทิ้งความยับยั้งชั่งใจให้ล่องลอยไป ปล่อยให้สัญชาตญาณเป็นฝ่ายนำทาง ปากเล็กเผยอขึ้นเชื้อเชิญลิ้นร้ายให้เข้ามาฉกชิมความหอมหวานภายโพรงปากนุ่ม จุมพิตดูดดื่มรุนแรงขึ้น ต่างฝ่ายต่างแลกลิ้นกันอย่างเมามัน ฝ่ามือหนาลูบไล้ต่ำลงบีบขยำบั้นท้ายงอนงามอย่างมันมือ และยังคงเคลื่อนลงไปจนถึงชายกระโปรงรัดแนบเนื้อ ก่อนรั้งขึ้นมาและล้วงเข้าไปยังจุดอ่อนไหว
ครืด~ครืด~ครืด~
แรงสั่นสะเทือนจากอุปกรณ์สื่อสารภายในกระเป๋าสะพายใบเล็กของกันติชา เรียกสติหญิงสาวให้คืนกลับมา เธอผลักแผงอกกว้างออกไป ก่อนควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าขึ้นมากดรับ
“ฮัลโหล อืม อยู่ในห้องน้ำ กำลังออกไป โอเค รอที่ลานจอดรถนะ”
ทันทีที่กดตัดสาย กันติชาก็วิ่งหนีออกมาทันที ปล่อยให้ชายหนุ่มปริศนายืนเก้ออยู่ภายในห้องมืดมิดเพียงลำพัง หญิงสาววิ่งออกมายังลานจอดรถ เมื่อเห็นรถของบุรินทร์เธอก็เปิดประตูด้านหลังห้องโดยสารและพุ่งตัวเข้าไปทันที
“ว๊าย อีกี้” เมื่อบุรินทร์หันมาหวังจะต่อว่าเพื่อนสาวที่ปล่อยให้รอเป็นนานสองนาน รอจนกระทั่งภัททิราเดินทางไปเข้าเฝ้าพระอินทร์เป็นที่เรียบร้อย แต่พอบุรินทร์ได้เห็นใบหน้าสวยของเพื่อนรักก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
“อะไรนังบุ๊ค ฉันตกใจหมด”
“แกไปทำอะไรมา นอกจากเข้าห้องน้ำ สารภาพมาซะดี ๆ “
“ทะ...ทำอะไร คืออะไร กะ...แกหมายความว่ายังไง”
บุรินทร์ถึงกับเบ้ปากมองบน เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักหน้าคอนโซล หยิบกระจกพกพาบานเล็กยื่นให้กันติชา หญิงสาวรับมายกขึ้นส่องใบหน้า ก็ถึงกับนัยน์ตาเบิกโพลง เพราะเรียวปากสวยได้รูปของเธอที่ควรจะฉ่ำวาวแดงระเรื่อไปด้วยสีของลิปสติก
แบรนด์หรู บัดนี้บวมเจ่อเลอะคราบสีแดงรอบปากจนดูน่าเกลียด
กันติชาหันกลับไปมองเพื่อนรักก่อนยิ้มเจื่อนออกมา
“เดี๋ยวกลับไปเล่าให้ฟังพร้อมกันนะ รอแพทมันตื่นก่อน จะได้ไม่ต้องเล่าหลายรอบ”
“ก็ได้” ว่าจบบุรินทร์ที่นั่งอยู่ในฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับก็หันไปหาสารถีที่โทรเรียกให้มาขับรถ “ออกรถเลยพี่”