รถเอสยูวีสีดำคันงาม เลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารจอดรถของคอนโดหรูใจกลางกรุง เมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบกุลีกุจอลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้เจ้านายได้ลงมา กันติชาและกฤษณ์ดนัยลงมายืนบิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อยล้าจากการนั่งรถอันแสนยาวนานจากเชียงใหม่จนมาถึงกรุงเทพฯ
กันติชาใช้เวลาที่เหลือก่อนเริ่มงานอยู่ที่ไร่เปี่ยมรัก ก่อนที่ผู้เป็นบิดาจะเดินทางมาส่งด้วยตัวเอง
“เดี๋ยวพวกแกขนของคุณหนูขึ้นไปบนห้องแล้วก็ไปได้เลยนะ แวะพักโรงแรมสักคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยขับกลับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มว่าพร้อมหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาควักธนบัตรสีเทาขึ้นมาปึกหนึ่งส่งให้แก่ลูกน้องทั้งสองคน
“ขอบคุณครับพ่อเลี้ยง พวกผมไปเที่ยวกันก่อนได้ใช่ไหมครับ เปย์ซะขนาดนี้” ลูกน้องหนุ่มเอ่ยถามพร้อมส่งยิ้มกวน
“เออ แต่อย่าเมาแล้วขับละกัน ถ้าไปก่อเรื่องกูไล่ออกให้หมดเลย ไม่เลี้ยงไว้ให้เสียข้าวสุกแน่”
“ครับผม” กฤษณ์ดนัยมองลูกน้องทั้งสองอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันมาหาลูกสาวคนสวย
“ไปลูก”
“พ่อคะ แล้วพ่อไม่กลับไปด้วยเหรอคะ”
“ยังลูก พ่อมีนัดกินข้าวเย็นกับไอ้เชนทร์ เดี๋ยวบินกลับค่ำ ๆ เพราะพรุ่งนี้มีงานแต่เช้า”
“อ๋อ ค่ะ”
“กี้ไปด้วยกันสิลูก พ่อจะได้แนะนำให้รู้จักกันก่อน”
“อุ๊ย กี้มีนัดแล้วค่ะ เลี้ยงส่งเพื่อนจะไปทำงานต่างประเทศ มันเดินทางพรุ่งนี้แล้วด้วย กี้ฝาก
ขอโทษอาเชนทร์ด้วยนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้กี้จะเข้าไปรายงานตัวแต่เช้าเลย”
“โอเค งั้นก็ตามนั้น ขึ้นห้องกันดีกว่าเรา พ่ออยากนอนสักงีบ”
ว่าจบกฤษณ์ดนัยเดินกอดคอลูกสาวขึ้นไปยังลิฟต์โดยสาร เมื่อขึ้นไปถึงห้อง สองพ่อลูกก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
กันติชาเข้าห้องไปก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงขนาดคิงไซต์อันหนานุ่ม พลางนึกถึงนัดเลี้ยงส่งบุรินทร์ในค่ำคืนนี้ เธออุตส่าห์ได้ไฟเขียวจากบิดาให้มาทำงานที่กรุงเทพฯ ในตอนแรกก็นึกดีใจที่จะได้เจอเพื่อนสนิทบ่อย ๆ ทว่าบุรินทร์กลับต้องย้ายไปทำงานที่ฝรั่งเศสตามคำสั่งของบริษัท ส่วนภัททิราแม้บริษัทสถาปนิกที่ทำอยู่จะมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองหลวง แต่ก็ต้องเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อยเพื่อไปตรวจงานกับเจ้านาย สุดท้ายทั้งสามคนก็ต้องแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเองอย่างเลือกไม่ได้
มือบางควานหาโทรศัพท์มือถือบนที่นอนขึ้นมาเปิดดูข้อความในไลน์กลุ่มของเพื่อนรัก ในกลุ่มนั้น นอกจาก กันติชา บุรินทร์ และภัททิรา ก็ยังมีสาวสวยอีกหนึ่งคน คือ โบนิตา ซึ่งหลังจากเรียนจบก็เดินทางไปตามหาความฝันที่ปารีส จนได้เซ็นสัญญาเป็นนางแบบของเอเจนซีชื่อดัง แต่ถึงกระนั้นพวกเธอก็ยังคงติดต่อกันอยู่ตลอด
Bookkie : สาว ๆ วันนี้เจอกันร้านเดิมนะ
Pattie : ร้านเดิมน่ะมันร้านไหนช่วยระบุด้วย เดี๋ยวก็ไปโผล่กันคนละร้าน
Bookkie : ก็ร้านที่อีกี้ไปฟัดผู้มาล่าสุดไง 555
Bonita : อยากไปด้วย คิดถึงง่ะ
Pattie : อ๋อ ที่ปล่อยให้ผู้ค้างเติ่งอยู่ในความมืดอะนะ 555
Bonita : อะไรยังไง ทำไมชั้นไม่รู้เรื่อง
Bookkie : เดี๋ยวชั้นโทรเม้าส์ รับประกันความแซ่บ
กันติชาอ่านข้อความตาโต ก่อนกดพิมพ์รัว ๆ ตอบไป
Gigie : เพื่อนเลว เผลอไม่ได้เลยนะ ขี้นินทามากกกก
Bookkie : แหม ทำเป็นรับความจริงไม่ได้
Gigie : โว๊ย ฉันไม่คุยกับพวกแกแล้ว นอนดีกว่า
พอกดส่งข้อความเสร็จ เธอก็โยนสมาร์ตโฟนลงข้างกาย ก่อนจะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย เพียงเวลาไม่นานนักกันติชาก็เข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาอันรวดเร็ว
ค่ำคืนนั้น กันติชานัดเจอกับเพื่อนที่ร้านเดิม หนำซ้ำยังได้นั่งโต๊ะเดิมเข้าไปอีก ตลอดหลายวันที่ผ่านมาแม้เธอพยายามจะลืมชายหนุ่มปริศนาที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจของเธอทั้งในชีวิตจริงและในความฝัน ทว่าเธอก็ยังคงฝันแบบเดิมซ้ำ ๆ เกือบทุกคืน แล้วเธอจะลืมเขาลงได้อย่างไรกัน
ร่างระหงในชุดเดรสสีดำรัดรูปแขนยาว ด้านหลังคว้านลึกจรดบั้นเอว โชว์แผ่นหลังเปลือยเปล่าขาวเนียนละเอียด ทำเอาชายหนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นแถว สองขาเรียวเดินสับเข้าไปยังโต๊ะที่บุรินทร์และภัททิรากำลังนั่งรออยู่
“อีกี้ แกแย่งซีนทุกคนในร้าน แกไม่ใช่คนดี” บุรินทร์กล่าวแซวเพื่อนเมื่อเห็นว่าหนุ่ม ๆ ต่างจ้องกันติชาตาเป็นมัน
“ก็คนมันสวยช่วยไม่ได้” กันติชาว่าพลางหยิบขวดเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นมาเทลงในแก้วเปล่าตรงหน้า ก้อนสาดลงคอรวดเดียว พอวางแก้วลงเธอก็เหลือบไปมองโต๊ะริมที่อยู่ถัดไป
“ไม่ต้องมองหรอก ไม่มา ฉันกับอีบุ๊กเช็กเรียบร้อย ไม่เห็นแม้แต่เงา” ภัททิราบอกอย่างรู้ทัน
“อะไรเล่า ฉันก็แค่มองไปเรื่อย”
“หราาา/หราาา”
ทั้งบุรินทร์และภัททิรากล่าวเสียงลากยาวพร้อมกัน ถึงแม้กันติชาจะปฏิเสธอย่างไร แต่ทั้งคู่แอบเห็นเพื่อนสาวเหลือบมองโต๊ะนั้นตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาในร้าน
เมื่อกันติชารู้สึกจนมุม เธอจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องอื่น
“เฮ้ย ชนแก้วดีกว่า มา ๆ ๆ”
“ชน!!!”
หลังจากชนแก้วไปได้หนึ่งครั้ง ก็มีครั้งต่อไปตามมา จนกระทั่งสามเพื่อนซี้เครื่องเริ่มติด ออกลวดลายโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างสนุกสนาน
พอยิ่งดึกคนก็ยิ่งคึกคัก บุรินทร์จึงชวนสองสาวไปกระแซะไหล่ชายหนุ่มบนฟลอร์ ทว่ากันติชาไม่อยากไปเบียดเสียดกับผู้คนจึงขออาสานั่งเฝ้าโต๊ะ ปล่อยให้เพื่อนรักได้ออกไปสนุกกัน
กันติชายกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นมาแกว่งไปมา ก่อนยกขึ้นละเลียดทีละนิด
“นั่งด้วยนะครับ” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นข้างใบหูเล็ก ทำเอาคนที่กำลังเพลิดเพลินกับรสชาติหอมหวานละมุนลิ้นถึงกับสะดุ้งสุดตัว พอหันไปทางต้นเสียง นัยน์ตาคู่งามเบิกโพลง เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอคิดถึงมาตลอดหลายวันนั่งอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
“คุณ”
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
“ค่ะ คุณเพิ่งมาเหรอคะ”
“มาได้สักพักใหญ่แล้วครับ แต่เห็นคุณกำลังสนุกอยู่เลยไม่อยากขัดจังหวะ”
“แล้วตอนนี้คุณมาขัดจังหวะฉันทำไมคะ”
“กลัวคุณเหงา”
“ฉันไม่ได้เหงา” เธอปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมเชิดหน้ากลบเกลื่อนอาการดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เจอเขาอีกครั้ง
“แต่ผมเหงา คุณรู้ไหมว่าผมมาที่นี่เกือบทุกวันเพราะหวังจะได้เจอคุณ”
“ขนาดนั้นเลย แล้วไงคะ พอไม่เจอฉันก็คงเจอคนอื่นแทน”
“คุณนี่นะ นอกจากจะปากนุ่มหอมหวาน แล้วยังต่อปากต่อคำเก่งจริง ๆ”
“เปลี่ยนเรื่องแบบนี้แสดงว่าได้สาวกลับบ้านทุกวันแน่ ๆ เลย” ดวงหน้าสวยเบือนหนีไปทางอื่น เพราะคิดว่าคงไม่แปลกที่ชายหนุ่มหล่อเหลาพราวเสน่ห์เช่นเขา ย่อมต้องมีผู้หญิงมากมายเข้าหาเป็นธรรมดา
“ไม่ครับ ผมรอคุณ”
เขากล่าวพร้อมยื่นใบหน้าหล่อเหลามาประชิด ทำเอาหญิงสาวประหม่าจนเผลอปัดแก้วเหล้าหกใส่ตัวเอง
“โอ๊ะ เลอะเทอะหมดเลย” เสียงหวานบ่นพลางดึงกระดาษทิชชูมาเช็ด “คุณคะ เดี๋ยวฉันไปห้องน้ำดีกว่า เช็ดแบบนี้ไม่สะอาดแน่เลย เดี๋ยวมานะคะ”
กันติชาลุกออกไปจากโต๊ะ เดินตรงไปยังห้องน้ำ จัดการทำความสะอาดคราบเครื่องดื่มที่เปรอะเปื้อนชายกระโปรงตลอดจนต้นขาเนียนนุ่ม
เมื่อทำธุระในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว กันติชาก็เดินออกมาตามทางเดินเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อไปยังโถงกว้างของผับ ทว่าก็ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อเห็นคนตัวตัวโตที่ควรต้องนั่งรอเธอที่โต๊ะ มายืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงหน้า หญิงสาวคลี่ยิ้มระบายบนใบหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดร่างสูง
"เป็นพวกโรคจิตชอบมายืนดักฉุดผู้หญิงหน้าห้องน้ำเหรอคะ"
"ผมไม่ฉุดใครมั่วซั่วหรอกนะครับคุณผู้หญิง" เสียงนุ่มทุ้ม บวกกับนัยน์ตาคมเข้ม มีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาด ทำให้หญิงสาวเผลอไผลมองลึกเข้าไปราวกับต้องการค้นหาบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งคว้าเอวบางดึงเธอเข้าประชิดกายแกร่ง ก่อนก้มลงประทับริมฝีหนาลงบนกลีบปากเนียนนุ่ม เพียงเสี้ยววินาทีร่างอรชรพลันอ่อนระทวย เปิดปากรับเรียวลิ้นสากเข้ามาอย่างเต็มใจ รสจูบอันนุ่มนวล ในบางครั้งก็ร้อนแรงที่เธอเฝ้าฝันในทุกค่ำคืน
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังกอดรัดนัวเนียแลกลิ้นกันอยู่ตรงทางเดินนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าพร้อมเสียงพูดคุยกำลังใกล้เข้ามา ทำให้ทั้งสองจำต้องผละออกจากกันอย่างอาลัยอาวรณ์
"คุณครับ ไปต่อกับผมนะ"
"ต่ออะไรคะ นี่คุณกำลังคิดจะ..." หน้าตาตื่นตระหนกของเธอทำเอาชายหนุ่มถึงกับหลุดขำออกมา บางคราเธอดูมั่นอกมั่นใจเช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ทว่านั่นเหมือนเป็นเพียงเปลือกนอกที่อำพรางความไร้เดียงสาเพื่อไม่ให้ใครกล้ารังแก
"คุณผู้หญิงคิดไปถึงไหนครับ ผมแค่อยากทำความรู้จักคุณให้มากกว่านี้ ผมสัญญาว่าผมจะไม่ล่วงเกินคุณ เอ่อ ไปมากกว่านี้ และที่ที่ผมจะพาคุณไปมันก็เป็นที่สาธารณะครับ"
กันติชายิ้มเขินที่คิดไปไกล ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"วันนี้คงไม่ได้หรอกค่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องทำงาน วันแรกด้วย"
"งั้นพรุ่งนี้"
"คุณนี่ใจร้อนจริง ๆ นะคะ งั้นพรุ่งนี้สองทุ่มเจอกันที่นี่"
"โอเคครับ"
"คุณจะกลับไปที่โต๊ะกับฉันไหมคะ"
"คุณไปสนุกกับเพื่อน ๆ เถอะครับ"
"ค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ" มือเล็กดึงสาบเสื้อสูทเนื้อดี รั้งคนตัวโตให้โน้มลงมาประทับรอยจูบลงบนแก้มสาก ก่อนเดินจากมา
"คุณจะไม่บอกชื่อสักหน่อยเหรอครับ"
สองขาเรียวหยุดชะงัก ก่อนหันกลับมาทำหน้าใช้ความคิด
"อืม พรุ่งนี้ค่อยบอกละกันค่ะ"
ว่าจบเธอก็หันกลับไป ปล่อยให้ชายหนุ่มยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่เพียงลำพัง