KissAgain

1831 Words
รถเอสยูวีสีดำคันงาม เลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารจอดรถของคอนโดหรูใจกลางกรุง เมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบกุลีกุจอลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้เจ้านายได้ลงมา กันติชาและกฤษณ์ดนัยลงมายืนบิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อยล้าจากการนั่งรถอันแสนยาวนานจากเชียงใหม่จนมาถึงกรุงเทพฯ กันติชาใช้เวลาที่เหลือก่อนเริ่มงานอยู่ที่ไร่เปี่ยมรัก ก่อนที่ผู้เป็นบิดาจะเดินทางมาส่งด้วยตัวเอง “เดี๋ยวพวกแกขนของคุณหนูขึ้นไปบนห้องแล้วก็ไปได้เลยนะ แวะพักโรงแรมสักคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยขับกลับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มว่าพร้อมหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาควักธนบัตรสีเทาขึ้นมาปึกหนึ่งส่งให้แก่ลูกน้องทั้งสองคน “ขอบคุณครับพ่อเลี้ยง พวกผมไปเที่ยวกันก่อนได้ใช่ไหมครับ เปย์ซะขนาดนี้” ลูกน้องหนุ่มเอ่ยถามพร้อมส่งยิ้มกวน “เออ แต่อย่าเมาแล้วขับละกัน ถ้าไปก่อเรื่องกูไล่ออกให้หมดเลย ไม่เลี้ยงไว้ให้เสียข้าวสุกแน่” “ครับผม” กฤษณ์ดนัยมองลูกน้องทั้งสองอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันมาหาลูกสาวคนสวย “ไปลูก” “พ่อคะ แล้วพ่อไม่กลับไปด้วยเหรอคะ” “ยังลูก พ่อมีนัดกินข้าวเย็นกับไอ้เชนทร์ เดี๋ยวบินกลับค่ำ ๆ เพราะพรุ่งนี้มีงานแต่เช้า” “อ๋อ ค่ะ” “กี้ไปด้วยกันสิลูก พ่อจะได้แนะนำให้รู้จักกันก่อน” “อุ๊ย กี้มีนัดแล้วค่ะ เลี้ยงส่งเพื่อนจะไปทำงานต่างประเทศ มันเดินทางพรุ่งนี้แล้วด้วย กี้ฝาก ขอโทษอาเชนทร์ด้วยนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้กี้จะเข้าไปรายงานตัวแต่เช้าเลย” “โอเค งั้นก็ตามนั้น ขึ้นห้องกันดีกว่าเรา พ่ออยากนอนสักงีบ” ว่าจบกฤษณ์ดนัยเดินกอดคอลูกสาวขึ้นไปยังลิฟต์โดยสาร เมื่อขึ้นไปถึงห้อง สองพ่อลูกก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน กันติชาเข้าห้องไปก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงขนาดคิงไซต์อันหนานุ่ม พลางนึกถึงนัดเลี้ยงส่งบุรินทร์ในค่ำคืนนี้ เธออุตส่าห์ได้ไฟเขียวจากบิดาให้มาทำงานที่กรุงเทพฯ ในตอนแรกก็นึกดีใจที่จะได้เจอเพื่อนสนิทบ่อย ๆ ทว่าบุรินทร์กลับต้องย้ายไปทำงานที่ฝรั่งเศสตามคำสั่งของบริษัท ส่วนภัททิราแม้บริษัทสถาปนิกที่ทำอยู่จะมีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองหลวง แต่ก็ต้องเดินทางออกต่างจังหวัดบ่อยเพื่อไปตรวจงานกับเจ้านาย สุดท้ายทั้งสามคนก็ต้องแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเองอย่างเลือกไม่ได้ มือบางควานหาโทรศัพท์มือถือบนที่นอนขึ้นมาเปิดดูข้อความในไลน์กลุ่มของเพื่อนรัก ในกลุ่มนั้น นอกจาก กันติชา บุรินทร์ และภัททิรา ก็ยังมีสาวสวยอีกหนึ่งคน คือ โบนิตา ซึ่งหลังจากเรียนจบก็เดินทางไปตามหาความฝันที่ปารีส จนได้เซ็นสัญญาเป็นนางแบบของเอเจนซีชื่อดัง แต่ถึงกระนั้นพวกเธอก็ยังคงติดต่อกันอยู่ตลอด Bookkie : สาว ๆ วันนี้เจอกันร้านเดิมนะ Pattie : ร้านเดิมน่ะมันร้านไหนช่วยระบุด้วย เดี๋ยวก็ไปโผล่กันคนละร้าน Bookkie : ก็ร้านที่อีกี้ไปฟัดผู้มาล่าสุดไง 555 Bonita : อยากไปด้วย คิดถึงง่ะ Pattie : อ๋อ ที่ปล่อยให้ผู้ค้างเติ่งอยู่ในความมืดอะนะ 555 Bonita : อะไรยังไง ทำไมชั้นไม่รู้เรื่อง Bookkie : เดี๋ยวชั้นโทรเม้าส์ รับประกันความแซ่บ กันติชาอ่านข้อความตาโต ก่อนกดพิมพ์รัว ๆ ตอบไป Gigie : เพื่อนเลว เผลอไม่ได้เลยนะ ขี้นินทามากกกก Bookkie : แหม ทำเป็นรับความจริงไม่ได้ Gigie : โว๊ย ฉันไม่คุยกับพวกแกแล้ว นอนดีกว่า พอกดส่งข้อความเสร็จ เธอก็โยนสมาร์ตโฟนลงข้างกาย ก่อนจะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย เพียงเวลาไม่นานนักกันติชาก็เข้าสู่ห้วงนิทราในเวลาอันรวดเร็ว ค่ำคืนนั้น กันติชานัดเจอกับเพื่อนที่ร้านเดิม หนำซ้ำยังได้นั่งโต๊ะเดิมเข้าไปอีก ตลอดหลายวันที่ผ่านมาแม้เธอพยายามจะลืมชายหนุ่มปริศนาที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจของเธอทั้งในชีวิตจริงและในความฝัน ทว่าเธอก็ยังคงฝันแบบเดิมซ้ำ ๆ เกือบทุกคืน แล้วเธอจะลืมเขาลงได้อย่างไรกัน ร่างระหงในชุดเดรสสีดำรัดรูปแขนยาว ด้านหลังคว้านลึกจรดบั้นเอว โชว์แผ่นหลังเปลือยเปล่าขาวเนียนละเอียด ทำเอาชายหนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นแถว สองขาเรียวเดินสับเข้าไปยังโต๊ะที่บุรินทร์และภัททิรากำลังนั่งรออยู่ “อีกี้ แกแย่งซีนทุกคนในร้าน แกไม่ใช่คนดี” บุรินทร์กล่าวแซวเพื่อนเมื่อเห็นว่าหนุ่ม ๆ ต่างจ้องกันติชาตาเป็นมัน “ก็คนมันสวยช่วยไม่ได้” กันติชาว่าพลางหยิบขวดเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นมาเทลงในแก้วเปล่าตรงหน้า ก้อนสาดลงคอรวดเดียว พอวางแก้วลงเธอก็เหลือบไปมองโต๊ะริมที่อยู่ถัดไป “ไม่ต้องมองหรอก ไม่มา ฉันกับอีบุ๊กเช็กเรียบร้อย ไม่เห็นแม้แต่เงา” ภัททิราบอกอย่างรู้ทัน “อะไรเล่า ฉันก็แค่มองไปเรื่อย” “หราาา/หราาา” ทั้งบุรินทร์และภัททิรากล่าวเสียงลากยาวพร้อมกัน ถึงแม้กันติชาจะปฏิเสธอย่างไร แต่ทั้งคู่แอบเห็นเพื่อนสาวเหลือบมองโต๊ะนั้นตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาในร้าน เมื่อกันติชารู้สึกจนมุม เธอจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องอื่น “เฮ้ย ชนแก้วดีกว่า มา ๆ ๆ” “ชน!!!” หลังจากชนแก้วไปได้หนึ่งครั้ง ก็มีครั้งต่อไปตามมา จนกระทั่งสามเพื่อนซี้เครื่องเริ่มติด ออกลวดลายโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างสนุกสนาน พอยิ่งดึกคนก็ยิ่งคึกคัก บุรินทร์จึงชวนสองสาวไปกระแซะไหล่ชายหนุ่มบนฟลอร์ ทว่ากันติชาไม่อยากไปเบียดเสียดกับผู้คนจึงขออาสานั่งเฝ้าโต๊ะ ปล่อยให้เพื่อนรักได้ออกไปสนุกกัน กันติชายกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นมาแกว่งไปมา ก่อนยกขึ้นละเลียดทีละนิด “นั่งด้วยนะครับ” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นข้างใบหูเล็ก ทำเอาคนที่กำลังเพลิดเพลินกับรสชาติหอมหวานละมุนลิ้นถึงกับสะดุ้งสุดตัว พอหันไปทางต้นเสียง นัยน์ตาคู่งามเบิกโพลง เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอคิดถึงมาตลอดหลายวันนั่งอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ “คุณ” “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” “ค่ะ คุณเพิ่งมาเหรอคะ” “มาได้สักพักใหญ่แล้วครับ แต่เห็นคุณกำลังสนุกอยู่เลยไม่อยากขัดจังหวะ” “แล้วตอนนี้คุณมาขัดจังหวะฉันทำไมคะ” “กลัวคุณเหงา” “ฉันไม่ได้เหงา” เธอปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมเชิดหน้ากลบเกลื่อนอาการดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้เจอเขาอีกครั้ง “แต่ผมเหงา คุณรู้ไหมว่าผมมาที่นี่เกือบทุกวันเพราะหวังจะได้เจอคุณ” “ขนาดนั้นเลย แล้วไงคะ พอไม่เจอฉันก็คงเจอคนอื่นแทน” “คุณนี่นะ นอกจากจะปากนุ่มหอมหวาน แล้วยังต่อปากต่อคำเก่งจริง ๆ” “เปลี่ยนเรื่องแบบนี้แสดงว่าได้สาวกลับบ้านทุกวันแน่ ๆ เลย” ดวงหน้าสวยเบือนหนีไปทางอื่น เพราะคิดว่าคงไม่แปลกที่ชายหนุ่มหล่อเหลาพราวเสน่ห์เช่นเขา ย่อมต้องมีผู้หญิงมากมายเข้าหาเป็นธรรมดา “ไม่ครับ ผมรอคุณ” เขากล่าวพร้อมยื่นใบหน้าหล่อเหลามาประชิด ทำเอาหญิงสาวประหม่าจนเผลอปัดแก้วเหล้าหกใส่ตัวเอง “โอ๊ะ เลอะเทอะหมดเลย” เสียงหวานบ่นพลางดึงกระดาษทิชชูมาเช็ด “คุณคะ เดี๋ยวฉันไปห้องน้ำดีกว่า เช็ดแบบนี้ไม่สะอาดแน่เลย เดี๋ยวมานะคะ” กันติชาลุกออกไปจากโต๊ะ เดินตรงไปยังห้องน้ำ จัดการทำความสะอาดคราบเครื่องดื่มที่เปรอะเปื้อนชายกระโปรงตลอดจนต้นขาเนียนนุ่ม เมื่อทำธุระในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว กันติชาก็เดินออกมาตามทางเดินเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อไปยังโถงกว้างของผับ ทว่าก็ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อเห็นคนตัวตัวโตที่ควรต้องนั่งรอเธอที่โต๊ะ มายืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงหน้า หญิงสาวคลี่ยิ้มระบายบนใบหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปประชิดร่างสูง "เป็นพวกโรคจิตชอบมายืนดักฉุดผู้หญิงหน้าห้องน้ำเหรอคะ" "ผมไม่ฉุดใครมั่วซั่วหรอกนะครับคุณผู้หญิง" เสียงนุ่มทุ้ม บวกกับนัยน์ตาคมเข้ม มีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาด ทำให้หญิงสาวเผลอไผลมองลึกเข้าไปราวกับต้องการค้นหาบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งคว้าเอวบางดึงเธอเข้าประชิดกายแกร่ง ก่อนก้มลงประทับริมฝีหนาลงบนกลีบปากเนียนนุ่ม เพียงเสี้ยววินาทีร่างอรชรพลันอ่อนระทวย เปิดปากรับเรียวลิ้นสากเข้ามาอย่างเต็มใจ รสจูบอันนุ่มนวล ในบางครั้งก็ร้อนแรงที่เธอเฝ้าฝันในทุกค่ำคืน ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังกอดรัดนัวเนียแลกลิ้นกันอยู่ตรงทางเดินนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าพร้อมเสียงพูดคุยกำลังใกล้เข้ามา ทำให้ทั้งสองจำต้องผละออกจากกันอย่างอาลัยอาวรณ์ "คุณครับ ไปต่อกับผมนะ" "ต่ออะไรคะ นี่คุณกำลังคิดจะ..." หน้าตาตื่นตระหนกของเธอทำเอาชายหนุ่มถึงกับหลุดขำออกมา บางคราเธอดูมั่นอกมั่นใจเช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ทว่านั่นเหมือนเป็นเพียงเปลือกนอกที่อำพรางความไร้เดียงสาเพื่อไม่ให้ใครกล้ารังแก "คุณผู้หญิงคิดไปถึงไหนครับ ผมแค่อยากทำความรู้จักคุณให้มากกว่านี้ ผมสัญญาว่าผมจะไม่ล่วงเกินคุณ เอ่อ ไปมากกว่านี้ และที่ที่ผมจะพาคุณไปมันก็เป็นที่สาธารณะครับ" กันติชายิ้มเขินที่คิดไปไกล ก่อนจะเอ่ยขึ้น "วันนี้คงไม่ได้หรอกค่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องทำงาน วันแรกด้วย" "งั้นพรุ่งนี้" "คุณนี่ใจร้อนจริง ๆ นะคะ งั้นพรุ่งนี้สองทุ่มเจอกันที่นี่" "โอเคครับ" "คุณจะกลับไปที่โต๊ะกับฉันไหมคะ" "คุณไปสนุกกับเพื่อน ๆ เถอะครับ" "ค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ" มือเล็กดึงสาบเสื้อสูทเนื้อดี รั้งคนตัวโตให้โน้มลงมาประทับรอยจูบลงบนแก้มสาก ก่อนเดินจากมา "คุณจะไม่บอกชื่อสักหน่อยเหรอครับ" สองขาเรียวหยุดชะงัก ก่อนหันกลับมาทำหน้าใช้ความคิด "อืม พรุ่งนี้ค่อยบอกละกันค่ะ" ว่าจบเธอก็หันกลับไป ปล่อยให้ชายหนุ่มยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่เพียงลำพัง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD