ไพลิน
“ตัดสินใจได้หรือยัง” ระหว่างที่ฉันยืนดูวิวที่แสนสวยอยู่เสียงเข้มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นด้านหลัง ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเสียงใคร มันก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ
“อืม” ฉันตอบก้องภพออกไปเมื่อมันเดินมาหยุดอยู่ข้างๆฉัน
“เอายังไง”
“กูจะอยู่ที่นี่แหละ” ฉันบอกมันออกไป
“จริงดิ” ก้องภพถามออกมาอย่างดีใจ
“หน้ากูเหมือนล้อเล่นหรือไง”
“เออ เดี๋ยวกูติดต่อช่างให้มึงเลย” ก้องภพบอกออกมาอย่างกระตือรือร้น ไม่ค่อยจะรีบเลยนะเพื่อนฉัน
“กลัวกูเปลี่ยนใจหรือไง” ฉันแหย่มันกลับไป ก่อนจะมองวิวตรงหน้าต่อ
ตอนนี้ฉันมาพักผ่อนอยู่ที่เขาใหญ่ซึ่งมันก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้วสภาพทางด้านจิตใจของฉันมันก็ดีขึ้นมาระดับหนึ่ง และฉันก็ตัดขาดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นไปแล้วก็คงจะสมใจเค้าแล้ว แต่ก็นะ ด้วยความที่มีคนเกี่ยวข้องรู้จักกันวนเป็นโซ่มันก็เลยทำให้มีข่าวคราวของเค้าเข้าหูฉันบ้าง อย่างเรื่องที่เค้าคบกับผู้หญิงคนนั้นอย่างเปิดเผยแล้ว แต่ฉันก็เลือกที่จะไม่สนใจและพยายามเลี่ยงที่จะได้ยินหรือเห็นเรื่องของเค้า อีกทั้งให้ก้องภพปิดเรื่องที่ฉันอยู่ที่นี่ไว้ด้วย
ที่นี่เป็นโรงแรมของครอบครัวก้องภพที่มาเปิดใหม่ได้ปีนิดๆ แต่ได้รับความนิยมมากจนก้องภพมันต้องลงมาดูแลเองแบบนี้แหละ มันก็ชวนฉันอยู่ที่นี่ด้วย ฉันจึงตัดสินใจจะเปิดร้านกาแฟใหม่ที่นี่ไปด้วยเลย เพราะร้านเก่าที่ฉันเคยทำฉันขายไปแล้ว และฉันก็ชอบบรรยากาศที่นี่มาก ที่เที่ยวธรรมชาติเยอะมากและสวยๆทั้งนั้นเลย อีกอย่างมันเป็นที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา มันเลยเหมหลายเดือนต่อมา...
วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆจากวันเป็นเดือน จากหนึ่งเดือนกลายเป็นหลายเดือน ทุกอย่างของฉันที่นี่ลงตัวหมด ฉันมีความสุขกับชีวิตใหม่ของฉันที่นี่ดี และฉันก็ต้องขอบคุณคนที่อยู่ข้างฉันตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่หนีหรือทิ้งฉันไปไหนอย่างเพื่อนของฉัน ไอ้ก้องภพ
“ไพลิน” น้อยครั้งที่ก้องภพจะเรียกชื่อฉันเต็มๆแบบนี้ มันทำให้ฉันฟังแล้วทะแม่งๆยังไงไม่รู้
“ทำไมมึงต้องเรียกกูซะเต็มยศขนาดนั้นด้วย” ฉันเงยหน้าถามมันอย่างสงสัย เพราะตอนนี้เรานั่งกินเข้าเย็นกันอยู่ที่ระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวเขาได้กว้างมากกกก
“กูกับมึงรู้จักกันมานานแล้ว จะบอกว่ารู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้ก็ว่าได้”
“.....” ก้องภพเริ่มพูดอะไรแปลกๆออกมา ทำให้ฉันมองมันตาค้างทันที
“กูรู้ว่ามึงคิดกับกูแค่เพื่อน แต่สำหรับกูมึงเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งครอบครัว เป็นทั้งคนรู้ใจ หรือจะพูดง่ายๆว่าเป็นทุกอย่างสำหรับกู และอีกอย่างที่กูอยากให้มึงเป็นให้กู...” ก้องภพหยุดพูดแล้วสื่อแววตาออกมา ซึ่งฉันรู้ว่ามันกำลังจะพูดอะไร
“.....” ฉันมองมันนิ่งๆเหมือนเดิม ยังคงไม่มีคำใดที่จะพูดกับมันออกไป
“กูชอบมึงมานานแล้ว จนถึงตอนนี้กูก็ชอบมึง”
“.....” ฉันรู้มาตั้งแต่ตอนที่ฉันคบกับผู้ชายคนนั้นได้สักพักแล้วว่าก้องภพคิดกับฉันมากกว่าเพื่อน เพราะตอนแรกฉันก็สงสัยว่าทำไมผู้ชายคนนั้นเค้าไม่ชอบก้องภพ แต่เค้าก็บอกเสมอว่าผู้ชายมันดูกันออกเหมือนที่ผู้หญิงมองกันออกมานั่นแหละ
อีกทั้งตอนนั้นฉันไปหาผู้ชายคนนั้นที่คณะ บังเอิญไปได้ยินตอนที่เค้าสองคนทะเลาะกัน แล้วก้องภพก็พูดออกจากปากเลยว่ามันคิดกับฉันมากกว่าเพื่อนจริง แต่ไม่ได้หวังครอบครอง และที่สำคัญมันก็วางตัวกับฉันเป็นเพื่อนตามปกติทำให้ฉันไม่อึดอัดเวลาอยู่กับมัน
“มึงให้โอกาสกูได้ดูแลมึงในฐานะที่มากกว่าเพื่อน ในฐานะที่ผู้ชายคนหนึ่งเค้าดูแลผู้หญิงคนหนึ่งได้ไหม” ก้องภพขอฉันออกมา พร้อมกับสายตาที่กำลังรออย่างมีความหวัง
“สถานะของเพื่อนมันมั่นคงที่สุดมึงก็รู้” ฉันไม่ได้จะปฏิเสธมัน แต่ฉันแค่อยากย้ำให้มันแน่ใจอีกสักครั้ง
“กูรู้ มึงกับกูก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แค่เพิ่มเติมความพิเศษเข้าไปอีก” ไม่คิดว่าเพื่อนฉันมันจะมีโมเม้นแบบนี้ เห็นแบบนี้ก้องภพมันก็ผ่านผู้หญิงมาเยอะนะ แต่มันก็ไม่ได้ว่าเอาไม่เลือกขนาดนั้น
“แล้วมึงแน่ใจหรอ ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่เปลี่ยนไป”
“กูบอกมึงแล้วว่าเรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม แค่ความพิเศษของกูคือมีสิทธิ์จะแสกนผู้ชายที่เข้ามาหามึง หวงมึงจากแค่ที่เคยห่วง แล้วเมื่อไหร่ที่มึงพร้อมจะให้กูเป็นแฟนมึงก็ค่อยบอกกู หรือถ้ามึงอยู่กับกูแล้วรู้สึกว่ากูเป็นได้แค่เพื่อนมึงจริงๆ มึงก็บอกกูได้ กูยอมรับการตัดสินใจของมึง แล้วเรื่องนี้ก็จบเราก็ทิ้งความพิเศษนั้นไปแค่นั้น” ก้องภพอธิบายออกมายาวที่เดียวรวด
“มึงแน่ใจว่ามึงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้”
“กูชอบมึงมานานแล้ว แล้วมึงเคยเห็นกูเปลี่ยนไปจากเดิมไหมล่ะ อีกอย่างที่กูบอกความรู้สึกเพราะกูไม่อยากปิดบังมึงอีก ตอนนั้นมึงยังมีแฟน กูเลยไม่อยากทำให้มึงลำบากใจ แต่ตอนนี้มึงไม่มี กูเลยเลือกจะพูดมันออกไป” อันนี้ไม่เถียงว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ มันไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
“ก็ได้ กูให้โอกาสมึง ตอนนี้มึงก็เป็นเพื่อนที่เพิ่มความพิเศษขึ้นมา” ฉันตอบก้องภพกลับไปจากความรู้สึก
“มึงพูดแล้วนะ ต่อไปกูเป็นผู้ดูแลมึงแล้วนะ” ก้องภพรีบถามกลับด้วยรอยยิ้ม แล้วแบบนี้มันจะให้ฉันคิดกับมันมากกว่าเพื่อนได้ยังไง มันทำตัวอยู่ในเส้นที่ยังคงความเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันไม่เปลี่ยนอ่ะ แต่ในเมื่อมันอยากลองทำหน้าที่นี้ดู ฉันก็จะลองให้มันทำดู
อีกอย่างมันเป็นคนที่ดีที่สุดกับฉันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าวันหนึ่งฉันจะรักมันมากกว่าเพื่อนฉันก็ไม่เสียใจหรอก
“เออ กูเคยหลอกมึงหรอ” ฉันยืนยันออกไป เพราะกลัวมันจะคิดว่าฉันหลอกจนร้องไห้ออกมาก่อน
“เยส!!! มึงน่ารักที่สุดเลย”
“อันนี้กูรู้นานแล้ว” ฉันตอบกลับอย่างไม่จริงจังกับสิ่งที่มันพูด
“เรื่องหลงตัวเองกูยกให้” ฉันไหวไหล่ให้กับมันอย่างไม่สนใจ ก่อนจะกินข้าวต่อ เพราะนอกจากเวลาจะเย็นแล้วตอนนี้อาหารก็คงจะเย็นแล้วเหมือนกัน