เช้าวันรุ่งขึ้น ภาวินตื่นแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง รีบอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินไปยังทางเดินหน้าบ้าน
เขายืนรออยู่ตรงนั้น ดวงตาคอยจับจ้องไปยังบ้านพักของธาริน
และไม่นานเกินรอเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังขึ้น ธารินขับมันออกมาพร้อมกับภีมที่นั่งซ้อนท้ายเล็กๆ
อยู่ข้างหลัง ใส่หมวกกันน็อกใบเล็กจนดูน่ารัก ภาวินก้าวออกไปดักหน้าทั้งสองคนทันที
"เดี๋ยวฉันไปส่งเอง" เขาพูดขึ้น น้ำเสียงนั้นฟังดูมั่นใจ
ธารินชะงัก มองเขาด้วยแววตาตื่นตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เรียบเฉยเหมือนเดิม
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปเองได้" เธอตอบทันที โดยไม่ต้องคิด
"แต่เธอขับมอเตอร์ไซค์ไปทุกวัน มันอันตรายนะธาริน" ภาวินยังไม่ยอมถอย
"ฉันทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย"
"แต่ "
"ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง แต่น้องภีมเป็นลูกฉัน ฉันดูแลเขาเองได้"
ธารินพูดจบก็สตาร์ตรถอีกครั้ง เตรียมจะออกรถ แต่เด็กชายตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างหลังกลับหันมามองภาวินด้วยความสงสัย
"คุณลุงอยากไปด้วยเหรอครับ"
ภาวินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมสบกับดวงตากลมโตของเด็กชาย ก่อนที่ธารินจะเอื้อมมือไปจับหมวกกันน็อกของลูกชายเบาๆ
"ไม่ต้องสนใจค่ะน้องภีม เราไปกันเถอะ"
จากนั้น เธอก็ขับรถออกไปโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย
แต่ภาวินกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามร่างเล็กๆ ของเด็กชายที่ค่อยๆ ไกลออกไป พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่กดทับอยู่ในอก
"ทำไมถึงกีดกันฉันนักนะ ธาริน"
แม่เลี้ยงภาวินสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกชายมาหลายวันแล้ว
ตั้งแต่เขากลับมาอยู่ที่ไร่ชา เขาดูเหมือนมีเรื่องในใจ และที่สำคัญ เขาดูจะสนใจธารินกับลูกชายของเธอเป็นพิเศษ
เย็นวันนั้น ขณะที่ทั้งสองนั่งรับลมเย็นบนระเบียงบ้าน แม่ของเขาก็เอ่ยถามออกไปตรงๆ
"วิน… ลูกสนใจอะไรสองแม่ลูกนั่นมากขนาดนี้เลยเหรอ"
ภาวินที่กำลังจิบชาอยู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะวางแก้วลง แล้วทำทีเป็นไม่ใส่ใจ
"เปล่าครับแม่ ผมแค่สงสัยว่าธารินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเท่านั้นเอง"
"แค่นั้นจริงๆ เหรอลูก"
น้ำเสียงของแม่เลี้ยงวรรณิศาเจือไปด้วยความสงสัย เธอเลิกคิ้วมองลูกชาย ราวกับกำลังพยายามค้นหาคำตอบจากแววตาของเขา
ภาวินเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"แม่รู้จักธารินดีแค่ไหนครับ"
คำถามนี้ทำให้แม่ของเขาขมวดคิ้ว ก่อนจะตอบตามตรง
"ก็ไม่ได้รู้จักมากหรอก รู้แค่ว่าเธอเป็นญาติห่างๆ ของป้าจันทร์ เธอมาสมัครงานที่นี่เมื่อหกปีก่อน บอกว่าอยากได้งานที่มั่นคงเพื่อเลี้ยงลูก…แม่สงสารที่ลูกของธารินยังเล็กแม่จึงรับเธอไว้"
แม่เลี้ยงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"แต่ที่แม่แปลกใจคือ เธอไม่เคยพูดถึงพ่อของลูกเลย บอกแค่ว่าเขาตายไปแล้ว"
ภาวินกำมือแน่นเมื่อได้ยินคำตอบนั้น หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
เขาต่อจิ๊กซอว์ทุกอย่างในหัวให้เชื่อมโยงกัน และมันก็พาเขาไปสู่ข้อสรุปที่ทำให้เขาแทบลืมหายใจ
"ภีมเป็นลูกของฉันหรือเปล่านะ"
เขาถามตัวเองในใจตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้สักที
แม่ของเขายังคงมองลูกชายด้วยสายตาจับผิด ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง
"วิน… บอกแม่มาตรงๆ เถอะ ลูกเคยรู้จักธารินมาก่อนใช่ไหม"
ภาวินนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ
"ครับแม่ ผมเคยคบกับธารินมาก่อน ตอนที่เราเรียนมหาวิทยาลัย"
แม่ของเขาเบิกตากว้างเล็กน้อย ไม่คิดว่าลูกชายจะยอมรับง่ายขนาดนี้
"แล้วทำไมถึงเลิกกัน" แม่ถามเสียงเรียบ แต่ภาวินกลับรู้สึกถึงแรงกดดันจากสายตาของเธอ
เขากำมือแน่น รู้สึกจุกในอกเมื่อคิดถึงอดีตที่เคยทำผิดพลาดไป
"ตอนนั้น ผมคิดว่าเธอไม่เหมาะกับผม ผมมัวแต่หลงตัวเอง สนุกกับชีวิตนักศึกษา แล้วก็คิดว่า เธอไม่คู่ควร"
แม่ของเขาถอนหายใจยาว ส่ายหัวเบาๆ
"แล้วลูกคิดว่าใครเป็นคนที่คู่ควรล่ะ คนที่ฐานะดี คนที่ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างธารินเหรอ"
ภาวินเงียบ เขาไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ เพราะสิ่งที่แม่พูดมันแทงใจดำเขาเต็มๆ
"ลูกชายแม่โง่จริงๆ " แม่ของเขาพูดอย่างปลงๆ "แล้วตอนนี้ล่ะ ลูกคิดยังไงกับธารินแล้วน้องภีมล่ะลูกจะทำยังไงต่อไป"
ภาวินหลุบตาต่ำ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสับสน
"ผมไม่รู้ แต่ผมรู้สึกว่าผมทำผิดพลาดไปแล้วครับแม่"
แม่ของเขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ
"แล้วลูกแน่ใจหรือเปล่าว่าภีมเป็นลูกของลูก"
คำถามนั้นทำให้ภาวินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
"ผมยังไม่มีหลักฐาน แต่ผมจะหาคำตอบให้ได้ ถ้านับจากอายุของน้องภีมกับช่วงเวลาผมเลิกกับธารินน้องภีมเป็นลูกผมครับแม่"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาของเขาสะท้อนถึงความมุ่งมั่น และความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
"แม่ครับผมขอร้อง แม่อย่าเพิ่งไปถามอะไรธารินเลยนะครับแม่"
ภาวินจับมือแม่แน่น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
แม่ของเขามองใบหน้าของลูกชาย ก่อนจะถอนหายใจยาว "ทำไมล่ะวิน ถ้าลูกสงสัย ทำไมไม่ถามเธอไปตรงๆ"
"เพราะผมรู้จักธารินดี" ภาวินพูดเสียงแผ่ว "ถ้าแม่ไปถาม เธอจะปิดกั้นทุกอย่าง และอาจจะพาลูกหนีไปด้วย"
แม่ของเขานิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"ก็จริง ธารินเป็นคนแบบนั้น" แม่ของเขารู้จักผู้หญิงคนนั้นดีพอสมควร
ตั้งแต่เธอมาทำงานที่ไร่ชา ธารินเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดจากับใครมากนัก และระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
"ผมอยากให้แม่ช่วยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง"
แม่ของภาวินมองลูกชายด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า
"ก็ได้ แม่จะไม่พูดอะไรกับเธอ แต่ลูกต้องแน่ใจนะวิน ว่าลูกพร้อมจะรับมือกับความจริง ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน"
ภาวินเงียบไป เขาไม่แน่ใจเลยว่า ถ้าธารินยืนยันว่าเขาไม่ใช่พ่อของเด็ก หัวใจของเขาจะรับมันได้หรือเปล่า
แม่ของภาวินมองลูกชายอย่างจริงจังก่อนจะถามเสียงเรียบ
"วิน ถ้าน้องภีมเป็นลูกของลูกจริงๆ ลูกจะรับผิดชอบแค่เด็ก หรือทั้งแม่ทั้งลูก"
ภาวินชะงักไป ดวงตาของเขาสั่นไหวกับคำถามนั้น
"ผม" เขาอ้าปากจะตอบ แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา
แม่ของเขาถอนหายใจยาว
"แม่แค่อยากให้ลูกคิดให้ดี ธารินไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องการแค่เงินเลี้ยงลูก เธอเข้มแข็งพอที่จะอยู่ได้โดยไม่มีใคร ลูกต้องแน่ใจว่าถ้าจะรับผิดชอบ มันไม่ใช่แค่เพราะความผิดพลาดในอดีต แต่มันต้องเป็นเพราะหัวใจของลูกเอง"
ภาวินกำมือแน่น สมองของเขาสับสนเกินกว่าจะหาคำตอบได้ในตอนนี้ แม่ของภาวินมองลูกชายด้วยสายตาแน่วแน่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"วิน ถ้าลูกคิดจะรับผิดชอบแค่เด็ก ก็อย่าไปทำร้ายเธออีกเลย ปล่อยเธอกับลูกไปแบบนี้ดีกว่านะลูก"
ภาวินรู้สึกเหมือนถูกกระแทกเข้าที่อก คำพูดของแม่ทำให้เขาหายใจติดขัด
"แต่แม่ เขาเป็นลูกของผมนะ ผมจะปล่อยไปได้ยังไง"
"แล้วแม่ของเด็กล่ะ" แม่ของเขาตอบกลับทันที
"ลูกเคยคิดบ้างไหมว่าธารินต้องผ่านอะไรมาบ้างตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ถ้าลูกจะเข้ามาในชีวิตเด็ก แต่มองข้ามความเจ็บปวดของแม่เขา ลูกก็ไม่ต่างจากผู้ชายใจร้ายที่ทิ้งเธอไปเมื่อก่อน"
ภาวินเม้มปากแน่น คำพูดของแม่กระแทกเข้าไปในใจของเขาอย่างจัง
"แม่ไม่ได้บอกให้ลูกยอมแพ้หรอกนะ" น้ำเสียงของแม่อ่อนลง
"แต่ถ้าลูกจะรับผิดชอบ ก็ต้องรับผิดชอบทั้งแม่ทั้งลูก ไม่ใช่แค่เพราะรู้สึกผิดหรือเพราะต้องการลูกคืนมา แต่เพราะลูกพร้อมจะเป็นครอบครัวให้พวกเขาจริงๆ"
ภาวินเงียบไป เขารู้แล้วว่าความรู้สึกของตัวเองกำลังสับสนเขาต้องหาคำตอบให้ได้ว่า
เขาอยากได้ลูกคืน หรืออยากได้ทั้งลูกและแม่ของเด็กกลับมาในชีวิตของเขาจริงๆ