ภาวินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามต่อ
"แล้วธารินมาทำงานที่นี่ได้ยังไงครับ?"
แม่เลี้ยงวรรณิศาหันมามองลูกชาย ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"เธอเป็นญาติห่างๆ ของป้าจันทร์ แกเลยพามาฝากงานกับแม่ ตอนนั้นเธอพึ่งจะคลอดลูกได้เพียงสามเดือน"
ภาวินขมวดคิ้วแน่น นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ธารินกับป้าจันทร์มีความเกี่ยวข้องกัน
"ตอนนั้นแม่เห็นว่าเด็กผู้หญิงตัวคนเดียว พาลูกเล็กๆ มาด้วย ก็คงลำบากไม่น้อย" แม่เลี้ยงวรรณิศาพูดต่อ
น้ำเสียงเรียบเฉย "แม่เลยให้เธอทำงานที่แผนกบัญชีของไร่ จะได้มีรายได้ดูแลตัวเองกับลูก"
ภาวินกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว "พาลูกเล็กๆ มาด้วย" ทำให้หัวใจของเขารู้สึกหนักอึ้ง
"เธอเป็นพนักงานบัญชี แต่เธอเรียนบัญชีที่มหาวิทยาลัย" เขาเผลอพูดออกมา ก่อนจะหยุดชะงัก
ใช่ เธอเคยเรียนบัญชี แล้วทำไมวุฒิของเธอถึงมีแค่ ม.6
เขาอยากถาม อยากรู้ว่าธารินผ่านอะไรมาบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือคำตอบที่อาจจะทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ตัวเองไม่อยากรับรู้
แม่เลี้ยงวรรณิศามองภาวินด้วยสายตาจับสังเกต ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ
"ทำไมถึงถามเรื่องธารินนักล่ะวิน ลูกรู้จักเธอมาก่อนเหรอ"
ภาวินชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"ก็แค่แปลกใจครับ" เขาตอบเลี่ยงๆ พยายามไม่ให้เสียงตัวเองสั่นไหว "อยู่ๆ ก็มีผู้หญิงกับเด็กเข้ามาอยู่ในไร่
แถมแม่ยังดูจะเอ็นดูเธอเป็นพิเศษ"
แม่เลี้ยงวรรณิศาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะวางถ้วยชาลงเบาๆ
"ถ้าหนูธารินไม่ใช่คนขยัน อดทน และทำงานดี แม่ก็คงไม่เก็บเธอไว้หรอก" เธอพูดเสียงเรียบ "แต่ดูท่า
ลูกจะไม่ได้แค่แปลกใจเฉยๆ ใช่ไหม"
ภาวินรู้ว่าแม่ของเขาฉลาดแค่ไหน และเขาก็ไม่มีทางโกหกสายตาของเธอได้ง่ายๆ
"ผมเคยรู้จักเธอครับ" เขายอมรับออกไปในที่สุด เสียงของเขาแผ่วลงเล็กน้อย "เมื่อหลายปีก่อน"
แม่เลี้ยงวรรณิศาไม่ได้แสดงอาการตกใจ เพียงแค่พยักหน้าช้าๆ
"งั้นเหรอ"
เธอจ้องหน้าลูกชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"ถ้าลูกอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเธอมากกว่านี้ ก็คงต้องไปถามเธอเองนะภาวิน"
ภาวินเม้มปากแน่น เขาเองก็รู้ว่าคำตอบที่แท้จริง มีเพียงคนเดียวที่สามารถบอกเขาได้
และเธออาจจะไม่อยากพูดถึงมันอีกเลยภาวินเก็บความสงสัยทั้งหมดเอาไว้
แม้ในหัวจะเต็มไปด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับธารินและลูกชายของเธอ แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบและสังเกตการณ์ก่อน
วันต่อมา เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ดังขึ้นจากลานหน้าบ้าน เขาหันไปมองผ่านหน้าต่างห้องทำงาน
เห็นธารินในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีซีดกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินซีด กำลังติดกระดุมหมวกกันน็อกให้เด็กชายตัวเล็กที่นั่งซ้อนท้าย
"น้องภีมจับแม่แน่นๆ นะลูก"
เด็กน้อยพยักหน้าก่อนจะกอดเอวแม่แน่น ธารินสตาร์ทรถแล้วค่อยๆ ขับออกจากไร่ไปอย่างระมัดระวัง
ภาวินยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกเธอต้องขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียนเองทุกวันสินะ
ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นในอก มันทั้งอึดอัดและไม่สบายใจ
เธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเขาอยากถาม อยากรู้ว่าภีมเป็นลูกของใครกันแน่ แต่ในใจลึกๆ
เขากลับไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับคำตอบนั้น
ภาวินตัดสินใจถามป้าจันทร์เกี่ยวกับน้องภีมหลังจากเห็นธารินขับมอเตอร์ไซค์พาลูกไปส่งที่โรงเรียน
เขาเดินไปหาป้าจันทร์ที่กำลังจัดสวนอยู่หลังบ้าน
"ป้าครับน้องภีมกี่ขวบแล้วครับ"
ป้าจันทร์เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะยิ้มเบาๆ ให้
"น้องภีมเหรอ ตอนนี้ก็หกขวบแล้วค่ะ" ป้าจันทร์ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"น่ารักนะคะ ฉลาดด้วย เวลาธารินพาเขามาหาป้าก็มักจะเล่นกันอย่างสนุกสนาน"
ภาวินพยักหน้าเงียบๆ พยายามเก็บอารมณ์ที่สับสนในใจ เขารู้สึกว่ามีคำถามมากมายที่ยังไม่ได้คำตอบเกี่ยวกับธารินและลูกชายของเธอ
"ธารินเลี้ยงลูกคนเดียวหรือครับ" เขาถามเสียงเบา แต่ป้าจันทร์ก็ยังตอบอย่างเปิดเผย
"ใช่ค่ะ ธารินเลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่น้องภีมยังเล็กๆ" ป้าจันทร์หยุดพูดชั่วครู่ ราวกับจะนึกอะไรบางอย่าง
"จริงๆ แล้วธารินเคยมีชีวิตที่ดีนะ แต่ตอนนี้คงเป็นอย่างที่เห็นล่ะค่ะ"
ภาวินรู้สึกเหมือนกับว่ามีบางอย่างกระทบหัวใจของเขา เมื่อได้ยินคำว่า
"มีชีวิตที่ดี" เขาก็เริ่มคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับธารินในอดีต
แล้วเขาควรทำอย่างไรกับสิ่งที่เขารู้ตอนนี้