ภาวินมองตามร่างของธารินที่รีบพาลูกชายเดินจากไป ความรู้สึกหนักอึ้งก่อตัวขึ้นในใจ
เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ทำไมเธอถึงได้อยู่ในบ้านของเขา และที่สำคัญเด็กคนนั้นเป็นลูกใครกันแน่
ภาวินเดินเข้าไปในบ้านของตัวเองด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยคำถาม
เขาเห็นมารดาของเขานั่งอยู่ที่โต๊ะน้ำชาภายในบ้าน ราวกับไม่รับรู้ถึงความวุ่นวายในใจของเขา
“แม่ครับ” เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย “ผู้หญิงคนนั้น... ธาริน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
แม่เลี้ยงวรรณิศาหันมามองลูกชาย ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างสงบ
“แม่เป็นคนรับเธอเข้าทำงานเอง” เธอพูดเรียบๆ
“อะไรนะครับ” ภาวินขมวดคิ้วแน่น “เธอทำงานที่นี่นานหรือยังครับ”
แม่เลี้ยงวรรณิศาสบตาลูกชาย สีหน้าของเธอไม่ได้แปลกใจต่อปฏิกิริยาของเขาแม้แต่น้อย
“ธารินเป็นเด็กดี ขยันและซื่อสัตย์ แม่เห็นว่าเธอมีความสามารถด้านบัญชี แม้จะมีวุฒิแค่มัธยมปลาย แต่เธอก็เรียนรู้
งานได้เร็ว และที่สำคัญแม่เชื่อใจเธอ”
ภาวินกัดฟันแน่น รู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ ติดอยู่ในอก
“แม่รู้จักเธอมากแค่ไหนกันแน่” เขาถามเสียงเข้ม “แม่รู้ไหมว่าเธอเคยเป็น”
“แม่รู้” แม่เลี้ยงวรรณิศาตัดบท สายตาของเธอแฝงไปด้วยความลึกซึ้ง “แม่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ และแม่ก็รู้ว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง”
ภาวินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“ถ้าภาวินอยากรู้เรื่องของเธอจริงๆ” แม่เลี้ยงวรรณิศายิ้มบางๆ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ “ก็คงต้องไปถามเธอเอง”
คำพูดนั้นเหมือนเป็นคำสั่งที่ไร้เสียงแต่ยิ่งทำให้ความสงสัยในใจของเขายิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ธาริน... เธอมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
ยิ่งเขารู้ว่าเธอเอาวุฒิ ม.6 มาสมัครงานเป็นพนักงานบัญชีที่ไร่ชา เขายิ่งสงสัย
ธารินเรียนมหาวิทยาลัยกับเขา แต่ทำไมเธอถึงเรียนไม่จบ ภาวินจำได้ดีว่าเธอเป็นเด็กเรียนเก่ง และมุ่งมั่นขนาดไหน
เธอเคยมีความฝันอยากทำงานด้านบริหารบัญชี แล้วทำไมเธอถึงต้องหยุดทุกอย่างไว้เพียงแค่นั้น
เขาหยิบแฟ้มพนักงานขึ้นมาดู ในนั้นมีประวัติของเธอระบุไว้อย่างชัดเจน
ธาริน ศิริวัฒน์ อายุ 26 ปี วุฒิการศึกษา: มัธยมศึกษาตอนปลาย
แค่นั้นจริงๆ
เขาเลื่อนสายตาลงไปอ่านรายละเอียดอื่นๆ สุดท้ายก็ไปสะดุดอยู่ที่ช่อง “บุคคลที่ติดต่อได้”
"ด.ช. ภีม ศิริวัฒน์"
มือของภาวินกำแฟ้มแน่น หัวใจเต้นกระหน่ำ เด็กคนนั้น... ใช่น้องภีมคนเมื่อกี้ใช่ไหม
เขารู้สึกเหมือนถูกบางอย่างตีเข้าเต็มอก ภาพของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่จ้องเขาด้วยดวงตากลมโตผุดขึ้นมาในหัว
เด็กคนนั้นเป็นลูกของธารินงั้นเหรอแล้วพ่อของเด็กคือใคร
หรือว่า......ความคิดของเขาหยุดลงกะทันหัน ราวกับมีฟ้าผ่าลงกลางใจ
เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม ภาวินจำได้ดีว่าเมื่อก่อนธารินเป็นผู้หญิงที่สดใส เธอชอบแต่งหน้าอ่อนๆ ให้พอดูมีชีวิตชีวา
ชอบใส่ชุดเดรสน่ารักๆ และยิ้มให้เขาเสมอ แต่ผู้หญิงที่เขาเจอในวันนี้เธอเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
ใบหน้าของเธอซีดเซียว ไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มใดๆ
แววตาที่เคยสดใสกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา ราวกับเธอสร้างกำแพงขึ้นมาขวางกั้นทุกสิ่งรอบตัว
เธอเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เขาอยากถามเธอ อยากรู้ว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง
แต่สายตาของเธอที่มองเขาเหมือนมองคนแปลกหน้าทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก
ครั้งหนึ่ง… เธอเคยรักเขาหมดหัวใจ เคยมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความศรัทธาและความหวัง
แต่ตอนนี้ เขาไม่เห็นอะไรในดวงตาคู่นั้นเลย นอกจาก ความว่างเปล่า และ ความเย็นชา ที่ทำให้เขาหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
ภาวินพยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนจะหันไปถามมารดาของเขา
"แม่ครับแล้วธารินกับลูกของเธอ พักอยู่ที่ไหน"
แม่เลี้ยงวรรณิศายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ที่เรือนพักพนักงานหลังเล็กท้ายไร่"
ภาวินขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้หญิงที่เคยเป็นคนสำคัญของเขาถึงต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้
"เธอมีลูกเล็ก แต่ต้องพักที่นั่นเหรอครับ" เขาถามต่อ สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด
"เธอเลือกเอง" แม่เลี้ยงวรรณิศาตอบสั้นๆ ก่อนจะวางถ้วยชาลง "แม่เคยเสนอให้เธอมาอยู่ที่บ้านใหญ่ แต่เธอปฏิเสธ บอก
ว่าอยู่ที่นั่นสะดวกกว่าสำหรับเธอและลูก"
ภาวินเม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมธารินถึงเลือกอยู่แบบนั้น ทั้งที่แม่ของเขาดูจะเอ็นดูเธอไม่น้อย
แต่ที่สำคัญกว่านั้นทำไมเธอถึงได้มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก?
ภาวินรู้ตัวดีว่าคำตอบของคำถามนี้ คงต้องไปถามจากปากของเธอเอง