มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพ
เสียงกีตาร์โปร่งดังแผ่วเบาใต้ต้นจามจุรีในสวนหลังคณะ ภาวินนั่งเอนหลังพิงต้นไม้
มือหนาเกาเส้นสายของเครื่องดนตรีอย่างสบายใจ ท่ามกลางเสียงพูดคุยหยอกล้อของกลุ่มเพื่อนรอบตัว
ธารินนั่งข้างเขา เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่โดดเด่นหรือมีเสน่ห์สะดุดตาแบบสาวๆ
ที่มักรายล้อมภาวิน แต่เธอมีบางอย่างที่ดึงดูดเขาเสมอรอยยิ้มที่จริงใจ และ แววตาที่ไม่เคยเห็นเขาเป็นแค่ผู้ชายเจ้าชู้คนหนึ่ง
“รินเธอเป็นแฟนฉันแล้วนะ” ภาวินพูดขึ้นมาในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่เดินเล่นริมบึงน้ำ
ธารินหัวเราะเบาๆ ก่อนหันไปมองเขา “เราเป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว”
“ฉันมีเพื่อนเยอะแล้ว” เขายักคิ้วเจ้าเล่ห์ “และฉันอยากได้เธอมาเป็นแฟนมากกว่า”
ธารินเคยบอกตัวเองว่าภาวินเป็นคนอันตราย เขาเป็นเพลย์บอยของคณะวิศวกรรมศาสตร์
คนที่ควงสาวไม่ซ้ำหน้า แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรเขากลับกลายเป็นคนที่เธอหลีกหนีไม่ได้
ภาวินไม่เคยปล่อยให้เธอรู้สึกเหงา แม้ว่าเขาจะยุ่งกับกิจกรรมมหาวิทยาลัยมากแค่ไหน
เขาขี่มอเตอร์ไซค์มารับเธอทุกเช้า ส่งเธอที่คณะก่อนจะไปเรียนของตัวเอง
หรือบางวันที่ฝนตกหนัก เขาก็จะถอดเสื้อแจ็กเก็ตมาคลุมหัวให้เธอ แล้วบ่นว่า
"ขี่รถให้มันดีๆ หน่อย อย่าให้ฝนซัดหน้า ฉันไม่อยากเห็นเธอเป็นหวัด"
แม้ว่าเขาจะเป็นคนปากแข็ง แต่การกระทำของเขากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้
และทุกครั้งที่เธอลงจากรถ เขาจะไม่ปล่อยให้เธอเดินเข้าคณะไปโดยไม่พูดประโยคเดิมๆ
"ถึงแล้ว ส่งรายงานมานะ เดี๋ยวช่วยดูให้" หรือ "เลิกเรียนแล้วรอก่อนนะ ฉันมารับ"
มันกลายเป็นความเคยชินที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า เธอเผลอฝากหัวใจไว้กับเขาไปแล้ว
เธอรักเขาหมดหัวใจจากวันที่เป็นแค่คนรู้จักเป็นเพื่อนเป็นคนที่คอยดูแลกันจนกระทั่งกลายเป็นคนที่เธอเชื่อว่า เขาคือทั้งโลกของเธอ
เธอไม่เคยคิดเลยว่าการมอบกายมอบใจให้เขาจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าในสายตาของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
คืนวันนั้นคืนที่เธอยอมให้เขาครอบครองทุกอย่างของเธอ
เธอเชื่อว่า เธอมีความหมายสำหรับเขา
เธอเชื่อว่า เขาจริงจังกับเธอ
เธอเชื่อว่า เธอไม่ได้เป็นเพียงใครอีกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา
แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่ธารินไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับเธอ
“เราเลิกกันเถอะริน เราควรจบกันแค่นี้”
ประโยคสั้นๆ ของเขาทำให้โลกของเธอพังลงตรงหน้า
“อะ...อะไรนะ” เธอถามเสียงสั่น ทั้งที่รู้ว่าคำตอบจะทำร้ายเธอมากแค่ไหน
“ฉันเบื่อแล้ว”
เธอเหมือนถูกแทงซ้ำลงกลางใจ ไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาได้ง่ายๆ ขนาดนี้
“ธาริน” เขาถอนหายใจ หยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบไว้ที่มุมปากเหมือนเคย “อย่าทำให้มันยากเลย เราแค่สนุกกันไม่ใช่เหรอ”
สนุกงั้นเหรอ?
เธอเผลอหัวเราะออกมา แต่มันเป็นเสียงหัวเราะที่ปวดร้าวที่สุดในชีวิต
“แล้วความรู้สึกของฉันล่ะ?”
เขาเงียบ ไม่ได้ตอบอะไร เธอจึงเข้าใจแล้วว่า เขาไม่เคยเห็นค่ามันเลย
คืนนั้นเธอเดินออกจากห้องของเขาทั้งน้ำตาและตั้งแต่นั้นมา เธอไม่เคยหันกลับไปหาเขาอีกเลย
จนกระทั่งเธอรู้ว่าตัวเองกำลังตั้งท้องลูกของเขา หลังจากวันนั้นธารินไม่เคยกลับไปที่คอนโดของภาวินอีกเลย
เธอเก็บข้าวของ ออกจากห้องเช่าราคาถูกใกล้มหาวิทยาลัย
หันหลังให้กับชีวิตนักศึกษาและความฝันที่เธอเคยมีเพราะตอนนี้ เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกแล้ว
เธอท้องลูกของเขากำลังเติบโตอยู่ในร่างกายของเธอ
วันแรกที่รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้อง น้ำตาของเธอไหลไม่หยุดเธอควรทำยังไง
ธารินเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยโดยไม่มีแม้แต่ใบปริญญา แต่เธอไม่มีเวลาเสียใจกับมันอีกแล้ว
เธอเดินเข้าไปสมัครงานในร้านอาหารเล็กๆ
จากที่เคยจับแต่ปากกา ต้องเปลี่ยนมาถือจาน ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร
เธอทำงานหนักขึ้น เพื่อเก็บเงินไว้สำหรับอนาคตของลูก
กลางวันทำงานร้านอาหาร กลางคืนรับจ้างพิมพ์เอกสาร
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่มือของเธอก็ยังคอยลูบท้องของตัวเองเบาๆ ทุกคืน กระซิบกับลูกว่า
ควรบอกเขาไหมแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของเขาในวันนั้น "ฉันเบื่อแล้ว"
"เราแค่สนุกกันไม่ใช่เหรอ?"
ธารินรู้ว่าเขาไม่ต้องการเธอ และแน่นอนว่าเขาก็ไม่ต้องการลูกคนนี้
เธอจึงตัดสินใจจากไปโดยไม่บอกอะไรทั้งนั้น
"แม่จะดูแลลูกเองไม่ต้องกลัวนะ"
ในขณะที่เธอใช้ชีวิตดิ้นรนอยู่อย่างโดดเดี่ยวภาวินยังคงใช้ชีวิตในแบบของเขา เที่ยวเล่น ใช้เงินไปวันๆ รายล้อมด้วยเพื่อนและผู้หญิงมากมาย
เขาไม่เคยรับรู้เลยว่า มีใครบางคนที่กำลังเผชิญกับชีวิตที่ยากลำบากเพียงลำพัง
มีผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขา แต่ไม่เคยได้รับแม้แต่คำถามว่า เธอสบายดีไหม