กล้วยขับรถเข้ามาในบ้านอีกหลังนึงของเยว่ซิน ตอนนี้เยว่ซินหยุดร้องไห้แล้วแต่เธอยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ เยว่ซินนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นใบหน้าเหม่อลอยไม่มีจุดหมายอะไร
" ปีหน้าพวกเราแต่งงานกันนะ เยว่ซิน "
" ค่ะ หนูจะรอนะคะ "
" ถ้าพวกเราแต่งงานกันแล้ว พวกเราจะมีลูกกันซักห้าคนเลยดีมั้ยหรือว่าน้อยเกินไป "
" บ้า หนูไม่ใช่แม่หมูซักหน่อย พี่มังกรแกล้งหนู " เยว่ซินทุบอกเขาไปทีหนึ่งด้วยความเขินอาย
" บ้าอะไรล่ะ ถ้าเป็นลูกของหนูกับพี่ พี่ต้องการเยอะๆ เลยเอาให้ครบทีมฟุตบอลเลยดีมั้ย " มังกรกอดเยว่ซินแล้วหอมแก้มเธอด้วยความรัก
" ได้สิคะ ถ้าพี่ทำได้หนูก็กลัวแต่คนแก่แถวนี้แหละค่ะที่ทำไม่ได้ "
" ถ้าทายอำนาจมืดหรือไงหืมมม... " มังกรรั้งใบหน้าเธอไว้แล้วจูบอย่างลึกซึ้ง
เยว่ซินปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีก เมื่อนึกถึงเรื่องของพวกเรา เธอนอนนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่อย่างนั้น
" เข้าบ้านเถอะ เยว่ซิน " กล้วยไม่รอให้เธอตอบรับ แต่เธอประคองเยว่ซินลงจากรถแล้วพาเข้าบ้าน กล้วยอดที่จะน้ำตาไหลด้วยไม่ได้ เธอรู้ว่าพวกเขารักกันมากขนาดไหน แต่ก่อนพี่มังกรยังไม่มีอะไรพี่เขาจนมาก ก็มีแต่เยว่ซินที่คอยเป็นกำลังใจและคอยผลักดันพี่มังกรจนได้ดีถึงทุกวันนี้ เรียกได้ว่าเยว่ซินเป็นทุกอย่างของพี่มังกร
ตอนนี้พี่มังกรเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่่มีผู้หญิงอยากครอบครองเป็นเวลาห้าปีซ้อน พี่เขาอยู่ในโหวตอันดับหนึ่งมาตลอด แต่พี่เขามีแฟนแล้วทุกคนก็ได้แต่เสียดายไปตามๆกัน
กล้วยพาเยว่ซินไปนอนบนโซฟา ในตอนนี้เธอยังไม่กล้ากลับไป เพราะกลัวว่าเยว่ซินจะคิดสั้น ในตอนนี้กล้วยก็อยู่ตัวคนเดียวอยู่แล้ว เพราะพ่อแม่ของเธอเสียไปหมดแล้ว ไม่ว่าเธอจะกลับบ้านตอนไหนก็ไม่สำคัญอยู่ดีในเมื่อไม่มีใครรออยู่ที่บ้านอีกแล้ว
ตอนนี้เธอจะอยู่ดูแลเยว่ซินไปก่อน เยว่ซินช่วยเหลือเธอไว้มากเหมือนกัน
หลังจากที่มังกรตามลงมาข้างล่างแล้ว ก็ไม่เห็นเยว่ซินแล้ว ในตอนนี้มังกรใส่ผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว คนมองเขาเยอะแยะไปหมดแต่เขากลับไม่สนใจอะไร เขาต้องการแค่เยว่ซินเท่านั้น
เขาเดินกลับมาที่ห้องด้วยดวงตาที่แดงเหมือนเลือด พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นเจียวลี่มี่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว มังกรเดินไปผลักเธอชนกำแพงอย่างแรง เขาตามไปบีบคอเธอแน่นจนเธอหายใจไม่ออก เธอพยายามดิ้นลนแกะมือเขาออก เธอเอาเล็บจิกทั้งมือทั้งแขนมังกรจนเลือดซึมไปหมด
" เธอทำอะไรกับฉัน " มังกรกัดฟันพูดอย่างโกรธแค้น เขาปล่อยมือหลวมๆเล็กน้อยเพื่อให้เธอพูด
" อ่อกๆๆ ปล่อย " เจียวลี่มี่พยายามพูดด้วยความยากลำบาก
" ฉันถามว่าเธอทำอะไรฉันห๊า! " มังกรตะคอกเสียงดังใส่หน้าเธอ
" แค่ก ๆๆ ฉันวางยาคุณ แค่กๆ ในไวน์" เจียวลี่มี่พูดด้วยความกลัว
" ทำไม เธอทำอย่างนี้กับฉันทำไม "
" ก็คุณเป็นคู่หมั้นของฉัน "
" ฉันไปเป็นคู่หมั้นของเธอตั้งแต่ตอนไหนกัน " มังกรพูดด้วยความโกรธ
" ก็แม่คุณยอมรับฉันแล้ว ยังไงคุณก็ต้องเป็นคู่หมั้นของฉัน " แม่เขารับปากเธอแล้ว
" แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่เธอวางยาฉันล่ะ " มังกรละมือจากคอขึ้นมาบีบคางของเธอด้วยความโมโห
" ฉันไม่ได้วางแผนคนเดียวซักหน่อย แม่คุณเป็นคนให้ฉันทำเอง ถ้าแม่คุณไม่แนะนำมาคุณคิดว่าฉันจะทำได้หรือไง ยังไงซะเมื่อได้กันแล้วคุณก็ต้องแต่งงานกับฉันคนนี้ " เจียวลี่มี่รักเขามาได้สามปีแล้ว เขาต้องเป็นของเธอ ผู้หญิงคนนั้นเทียบกันแล้วมันคนละชั้นกัน นางผู้หญิงชั้นต่ำริอาจอยากจะครอบครองเขา มันก็ต้องเจอแบบนี้แหละ เธอกับแม่ของมังกรก็ต้องรอเวลาและจังหวะอยู่นานกว่าที่จะทำอย่างนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ของเขาคอยช่วยคิดแผนการ แล้วคิดหรือไงว่าเธอจะก้าวเข้ามาในห้องเขาได้
" ฮ่าๆๆๆ นี่เธอคิดว่าฉันจะแต่งงานกับเธอหรือไง ถึงมีเรื่องนี้ได้ฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับเธอหรอก จำใส่หัวของเธอไว้ ผู้หญิงสารเลว " มังกรพูดจบก็เหวี่ยงเธอออกไปจากประตูห้อง
" โอ๊ย!! นี่คุณ " มังกรไม่สนใจเธออีก
" ปัง! " เขาปิดประตูใส่หน้าเธอเลยด้วยซ้ำ เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเขาเองที่ไม่ระวังตัวให้มากพอ แล้วเขาก็ไม่ได้คิดว่าแม่ของเขาจะทำอย่างนี้
มังกรอาบน้ำและแต่งตัว เขาเดินไปที่เตียงแล้วเก็บเค้กขึ้นมา เขาเอานิ้วจิ้มเค้กเข้าปากเพื่อชิม รสชาตินี้สัมผัสนี้เป็นเธอที่ทำขึ้นมาเอง ทุกๆปีเธอจะทำเค้กวันเกิดให้เขา ที่จริงวันนี้ควรจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุด มังกรน้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง วันนี้เขาคิดไว้แล้วว่าเขาจะขอเธอแต่งงาน ทำไมถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้นะ
เขาเก็บเค้กไว้ในตู้เย็นแล้วเอาเทียนที่เป็นเลขสามสิบสี่มาเช็ดให้สะอาด แล้วเข้าไปในห้องลับของเขา มังกรเอาเทียนไปใส่ในกล่องที่เขาเตรียมไว้ ทั้งหมดมีเจ็ดกล่อง และกล่องนี้เป็นกล่องสุดท้าย เทียนที่อยู่ในกล่องทุกกล่องไม่มีอันไหนที่สมบูรณ์ ทุกอันจะมีรอยไหม้ที่เกิดจากการจุดเทียนถึงมันจะไม่สวยงาม แต่มันเป็นความทรงจำของเขากับเธอ ในห้องนี้มีรูปของเธอเต็มไปหมด มีแม้แต่กระทั่งแก้วน้ำที่เธอใช้แล้ว เขารักเธอขนาดนี้แล้วเขาจะเลิกกับเธอไปได้ยังไง เขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ
มังกรออกจากห้องลับแล้วเดินออกจากห้องไปที่ชั้นล่างของคอนโด แล้วขับลัมโบกินี่ไปหาเยว่ซินที่บ้าน รถคันนี้เป็นเธอที่บอกว่าสวยเขาถึงซื้อรถโดยที่ไม่ลังเลเลยซักนิด เพราะอะไรที่เธอชอบเขาก็ชอบด้วย
เขาขับรถมาถึงแล้วแต่ประตูรั้วยังคงล็อคไว้อยู่ เขาไปตามหาเธอที่ภัตตาคารทั้งห้าแห่งนี้ที่เป็นของเธอ แต่กลับไม่เห็นวี่แววของเธอเลย มังกรพยายามโทรหาเธอแต่เธอก็ยังปิดเครื่องอยู่ดี
" ตื๊ดๆๆๆ "
" ฮัลโหล ว่าไงพ่อมังกรของม๊า "
" ม๊าครับ วันนี้เยว่ซินได้กลับไปที่บ้านหรือเปล่าครับ เห็นเยว่ซินบ่นว่าคิดถึงม๊านะครับ "
" ยังไม่เห็นกลับมาเลยนะลูก "
"ครับขอบคุณนะครับม๊า " เยว่ซินไม่ได้กลับบ้านแล้วเธอไปไหนกันนะ เธอคงไม่อยากเห็นเขาอีกแล้วสินะ เธอถึงได้หลบหน้าเขา มังกรขับรถไปรอที่หน้าบ้านของเธอและเฝ้ารออยู่อย่างนั้น ฮึกๆๆ มังกรปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆ ตอนนี้เขาคิดถึงเธอมาก กลับมานะเยว่ซิน กลับมาหาพี่นะ มังกรได้แต่ภาวนาในใจของตัวเอง
เยว่ซินนอนร้องไห้จนหลับยาวไปเลย ในตอนนี้เธอพึ่งจะตื่นนอน เธอรู้สึกปวดหัวปวดตาไปหมด ลืมตาแทบไม่ขึ้น เยว่ซินเอามือนวดที่ขมับวนไปมาก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้นเลย เธอก็เลยทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอยู่อย่างนั้น
" ตื่นแล้วเหรอ "
" ค่ะ พี่กล้วยหนูปวดตามากเลยค่ะ "
" ถ้าอย่างงั้นก็รอพี่แป๊บนึงนะ " ว่าแล้วพี่กล้วยก็เดินหายไปสักพัก
เยว่ซินได้ยินเสียงเดินกลับมาพร้อมกับ รู้สึกถึงความเย็นที่ตาทั้งสองข้าง
" อันนี้ผ้าชุบน้ำเย็น ประคบไว้เดี๋ยวก็หายนะคะเด็กดี " กล้วยคอยประคบตาให้เยว่ซิน พอผ้าหายเย็นแล้วเธอก็เปลี่ยนผืนใหม่ให้เยว่ซินเรื่อยๆ จนดวงตาเริ่มหายบวมมันยุบลงเรื่อยๆ จนเยว่ซินหายปวด
" ขอบคุณนะคะ ที่คอยดูแลหนู " เยว่ซินขอบคุณแล้วกอดพี่กล้วยไว้แน่น
" ขอบคุณพี่ทำไมกัน ตอนที่พี่ลำบากหนูก็คอยดูแลพี่เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ เรื่องแค่นี้เองหนูไม่ต้องขอบคุณพี่เลยนะ " กล้วยว่าแล้วก็ลูบหัวเยว่ซินอย่างเอ็นดู เธอคิดว่าเยว่ซินเป็นน้องสาวของเธอมาตั้งนานแล้วล่ะ
" ได้ค่ะๆ พี่สาวคนสวย " เยว่ซินพูดล้อพี่กล้วยเล็กน้อย
" นี่แน่ะ กล้าล้อพี่หรือไง " กล้วยว่าแล้วพร้อมดีดหน้าผากเยว่ซินเล็กน้อย เยว่ซินก็ยังทะเล้นใส่พี่กล้วยอยู่
" ไปกินข้าวกันเถอะ พี่เตรียมไว้แล้ว " พี่กล้วยว่าพร้อมดึงแขนเธอไปที่โต๊ะกินข้าว
เยว่ซินกินข้าวกับพี่กล้วยอาหารมีทั้งหมดห้าอย่าง เยว่ซินกินข้าวอย่างอร่อยเพราะเธอหิวมากกว่าปกติ ฝีมือทำอาหารของพี่กล้วยถือว่าผ่านแล้วเพราะเธอเป็นคนสอนพี่กล้วยเอง ตอนนี้เธอเปิดร้านอาหารเป็นภัตตาคารห้าแห่ง แต่เยว่ซินไม่ได้ทำเป็นร้านอาหาร จำพวกอาหารห้าดาวอะไรอย่างนั้น เธอทำเป็นแค่ร้านอาหารหนึ่งดาวเท่านั้น
เธอคิดว่าถ้าเธอดิ้นลนขวานขวายเธอก็สามารถทำให้เป็นร้านอาหารห้าดาวได้ เพราะเยว่ซินเรียนจบปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร (หลักสูตรนานาชาติ) เธอเป็นนักวิชาการด้านเทคโนโลยีอาหาร ทั้งในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เป็นอาจารย์และนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศ แล้วเธอยังทำอาชีพอิสระที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหาร แต่เธอก็ยังคิดว่าเธอยังเป็นเชฟตัวน้อยๆอยู่ดี
ที่เยว่ซินไม่ทำร้านอาหารห้าดาวหรือมากกว่านั้น เพราะเธออยากให้คนทั่วไปได้ทานอาหารที่ดีและอร่อย และยังเป็นราคาที่สามารถจับต้องได้
" วันนี้ฉันจะแวะเข้าไปหาม๊านะคะ พี่กล้วยไปด้วยกันนะคะ " พี่กล้วยไปที่บ้านของเธอประจำอยู่แล้ว