เรื่องของเพื่อน

1501 Words
1 ปีที่แล้ว “ อัญญานี่หว่า ” นำทัพเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของ มาวิน พูดขึ้นในตอนที่เห็นเพื่อนสาวร่วมห้องเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ม.ต้น เพราะนำทัพรู้ดีว่าเพื่อนรักของเขาอย่างมาวิน แอบชอบอัญญามาตั้งแต่ม.ต้น แต่ด้วยความที่ยังเด็กทั้งคู่เลยทำให้ มาวินได้แต่เก็บความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ และไม่เคยพูดกับใครเรื่องนี้มีเขาและนำทัพรู้กันเพียงแค่สองคน จนมาถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับอัญญา เพื่อนๆทุกคนจะคิดว่าเขาและเธอเป็นคู่เกลียดกันมากกว่า เพราะเวลาที่ผมกับเธอเจอกัน เรามักจะมีปากเสียงและเถียงกันตลอด “ เออ ” ผมมองไปยังจุดที่เธอกำลังเดินไป และก็ได้เห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนคุยอะไรกับเธอ ดูท่าแล้วจะไม่ใช่เรื่องดี เหมือนทั้งสองคนจะเถียงกันและก็ได้เห็นเธอตบเข้าไปที่ใบหน้าของผู้ชายคนนั้น จากนั้นทั้งคู่ก็เดินจากกัน “ แฟนอัญญาเหรอว่ะ ” เพราะภาพที่นำทัพเห็นเลยคิดได้แบบนั้น “ ไม่รู้ ” ตอบเพื่อนจบ มาวินก็เดินออกจากตรงที่นั่งอยู่แล้วเดินออกจากตรงนั้นไปทันที ( เรื่องนี้ถึงแม้ว่าพระเอกจะรุ่นเดียวกับนางเอกและพี่ชายนางเอกเรียนที่เดียวกัน แต่ก็อยู่คนละกลุ่มกันนะคะ ) “ อ่าว แล้วมันไปไหนว่ะ “ อยู่ดีๆไอมาวินก็ลุกไปเลย ไม่บอกด้วยนะว่ามันไปไหน นำทัพไม่ได้เดินตามไป มาวินเดินมาทางที่อัญญาเดินมก็เห็นได้ว่า อีกคนกำลังร้องไห้อยู่ สงสัยจะเป็นอย่างที่ไอนำทัพพูด เขาเป็นพวกไม่เคยปลอบใครและเขาก็จะไม่ปลอบเธอด้วย สองขาก้าวเดินเข้าไปที่คนตัวเล็กกำลังร้องไห้อยู่ทำเหมือนกับว่าเขาจะเดินผ่านแต่ความจริงนั้นกลับตรงกันข้ามเพราะมาวินตั้งใจเดินเข้าไปหาเธอ ด้วยความที่ไม่เคยพูดดีกันอยู่แล้ว เลยทำให้มาวินได้พูดคำนี้ขึ้นมาลอย “ หมาร้องไห้ด้วยว่ะ ” คำพูดของเขาที่พูดขึ้นมา ทำให้คนที่ร้องไห้อยู่รู้ดีว่า น้ำเสียงนี้คือน้ำเสียงของใคร แต่ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะมาต่อปากต่อกลอนอะไรกับมาวินทั้งนั้น อัญญาเลยรีบใช้หลังมือเล็กของตัวเองปาดคราบน้ำตาที่ไหล่อาบแก้มของตัวเองลวกๆและจะเดินออกไปจากตรงนี้ แต่เธอก็ถูกไอคนที่พูดจับข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ก่อน และนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เขาเตะตัวเธอ “ ปล่อย ” เสียงหวานที่ผ่านการร้องไห้มาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มีความสั่นนิดๆ แต่พยายามที่จะคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด “ เป็นอะไร ” ครั้งนี้เขาว่าเธอเป็นหมาขนาดนี้ แต่อัญญายังไม่ด่าหรือเถียงเขาเหมือนทุกครั้ง ทำให้มาวินแปลกใจพอสมควร แต่ช่างเถอะ ตอนนี้เขาอยากรู้มากกว่า ว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ “ ป่าว ” คนตัวเล็กพยายามที่จะสลัดเรียวแขนของเธอให้หลุดออกจากการเกาะกุมของเขาแต่เหมือนแรงที่เธอมีจะน้อยกว่า ทำให้มาวินยังจับแขนเธออยู่อย่างนี้ “ อกหัก ผู้ชายทิ้ง อายุแค่นี้ริอาจจะมีแฟน ” มาวินเลยพูดสิ่งที่เขาคิดตามที่เห็น หากไม่ใช่เรื่องนี้แล้วจะเป็นเรื่องอะไรไปได้ “ อย่ายุ่ง ” ครั้งนี้เธอสลัดเรียวแขนออกจากการกุมของมาวินได้ พอพูดจบอัญญาก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที ปล่อยให้เขามองตามหลังเธอจนมาถึงทุกวันนี้ ปัจจุบัน อีกไม่กี่วันพวกเรานักเรียนชั้นม.6 ก็จะต้องแยกย้ายกันไปเรียนต่อในทั่วมหาลัยแล้ว และผมเองก็คงจจะไม่ได้เจอหน้าอัญญาอีก เพราะผมกับเธอเรียนกันคนละมหาลัยนั้นเอง “ มึงจะไม่บอกรักอัญญาเหรอว่ะ อย่างน้อยก็บอกให้เธอรู้ว่ามึงรู้สึกยังไงกับเธอ ก็แยกย้ายกันไปเรียนที่อื่น “ อาทิตย์หน้าก็จะเป็นการสอบวันสุดดท้ายแล้ว นำทัพมันเลยพูดกับผม ในตอนที่เราสองคนนั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในรั่วโรงเรียน ” ไม่ล่ะ “ และผมก็ยังยืนยันคำเดิม เพราะคิดว่า ผมเองยังไม่พร้อมที่จะบอกเธอ ตัวผมรู้ดีว่า ตัวเองไม่ใช่คนดี ถึงแม้ว่าาผมจะยังอายุน้อยแค่นี้ แต่เรื่องผู้หญิงผมนี้ไม่เคยขาด เเละก็มีหลายครั้งที่อัญญาเห็นผมนั่งนัวเนียกับรุ่นน้องหรือผู้หญิงรุ่นเดียวกัน อีกทั้งบางครั้งเธอยังเห็นผมควงสาวตามห้างอยู่หลายครั้ง หากผมเข้าไปบอกชอบเธอ เธอคงไม่เชื่อผมหรอก ” ชักช้าหมาคาบไปแดก “ ไม่เข้าใจเหมือนกัน ไอมาวินแม่งรออะไร รักเขามาตั้งหลายปี พูดคำนี้แหละเหมาะสมสุด ” กูนี่แหละแดก แต่มันไม่ใช่ตอนนี้ “ ผมตามดูอัญญาอยู่ตลอด ตั้งแต่วันนั้นที่เธอร้องไห้เสียใจ น่าจะเพราะเรื่องผู้ชาย จนมาถึงตอนนี้ ผมก็ไม่เห็นอัญญามีใครอีกเลย เธอใช้ชีวิตสนุกอยู่กับเพื่อนๆของเธอ ” เหอะ สภาพกูจะรอดู แต่กูมั่นใจว่า อัญญาไม่เอามึงอะ มั่วชิบผาย “ ถึงแม้จะเป็นเพื่อนกันและมีนิสัยไม่ต่างกัน บางเรื่องสปอยกันบ้าง บางเรื่องก็ขัดกันบ้าง แต่เราสองคนก็พร้อมที่จะช่วยเหลือกันและอวยพรกันแบบตรงๆ หึๆ ” ถ้ากูได้เอา กูจะพาอัญญามานั่งอ้อนให้มึงดู “ ต่อให้วันนี้เขาจะยังไม่บอกรักเธออย่างที่เขารู้สึก แต่เธอก็ยังเป็นคนเดียวที่เขาอยากได้ ภายในห้องเรียน “ ทุกคนปีนี้เราก็เรียนกันปีสุดท้ายแล้ว อีกไม่กี่วันก็แยกย้ายวันแล้ว คืนนี้เจอกันที่ผับ TN ส่งท้ายกันหน่อยก่อนแยกย้ายกันไป งานนี้ฟรี เพราะเจ้าของผับเลี้ยงเอง ” เสียงของหัวหน้าห้องตะโกนบอก ผับที่ว่าก็คือ ผับของพี่ชายอัญญา เพื่อนร่วมห้องเรียนกับเขาและเธอนี่แหละแต่คนละกลุ่มกัน พอหัวหน้าห้องพูดจบ เพื่อนๆทุกคนก็ต่างดีใจกัน ยกเว้นมาวินที่ทำหน้าเรียบเฉย เขาและพี่ชายของเธอเป็นเพื่อนกันก็จริง แต่เราก็ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ อาจเพราะความหล่อของเราพอๆกัน เลยเป็นที่สนใจของสาวๆเหมือนกัน และก็ได้เห็นท่าแท้ของความเลวที่พอๆกัน เพียงแต่ไอนอร์เวย์ไม่รู้ว่าผมชอบน้องสาวมัน ” มึงไปป่ะ “ นำทัพหันมาถามผมที่นั่งงอยู่ด้านข้างมัน “ อืม ” ที่ไปก็เพราะว่า ผมเป็นห่วงอัญญา เลยไป ทุกทีผมก็ไปเที่ยวที่ผับนอร์เวย์อยู่แล้ว แต่อัญญาเธอไม่ค่อยได้ไป ถึงแม้ว่าผับนี้จะเป็นผับของพี่ชายเธอ เวลาสี่ทุ่ม ที่ผับ TN ผมและนำทัพมาถึงช้ากว่าคนอื่น เพราะเราสองคนเข้าไปดูความคืบหน้าของสนามแข่งรถที่เราสองคนลงทุนร่วมกัน และจะเปิดในอีกสองเดือนข้างหน้านี้ พอมาถึงเราก็เลือกนั่งที่โซนบาร์ เพราะกลุ่มเพื่อนๆของเราเแทบทุกคนก็อยู่ที่บริเวณนี้เหมือนกัน “ ออนเดอะร็อก สองที ” นำทัพหันไปสั่งเครื่องดื่มกับ บาร์เทนเดอร์ เพียงไม่นานแก้วเหล้าทั้งสองแก้วก็ถูกนำมาวางที่หน้าชายหนุ่มทั้งสองคน มาวินและนำทัพเลยยกขึ้นมาจิบทีละนิดแล้วมองไปยังบรรยากาศโดยรอบผับของโซนนี้ ปกติพวกเขาทั้งสองคนมาเที่ยวที่นี้หลายครั้งก็จริงแต่เราสองคนจะนั่งกันที่ขั้นบนโซนวีไอพี ไม่เคยลงมานั่งที่โซนปกติเเบบนี้ แต่วันนี้เห็นว่าเพื่อนๆอยู่กันที่โซนนี้เลยมานั่งตรงนี้ล่ะกัน สายตาคมของมาวินกวาดสายตามองไปโดยรอบเพื่อหาคนที่เขาอยากมาดู ในตรงนี้กลับไม่เห็น ทำให้มาวินมองไปโดยรอบอีกครั้งก็เห็นหลังไวๆของอัญญาเขาจำได้ดี แต่คนที่ดึงแขนของเธอไปสิ ไม่ใช่พี่ชายเธอ แต่เป็นผู้ชายแล้วมันเป็นใครว่ะ มาวินไม่ปล่อยให้ตัวเองคิดนาน เขาลุกออกจากตรงที่นั่งไปทันที เพราะอยากรู้เรื่องในเรื่องของเพื่อน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD