เสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ ในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา
แสงไฟอุ่นนวลสะท้อนบนกระโปรงเจ้าสาวสีงาช้างที่พลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดินของเธอ
ทุกสายตาจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้เปล่งประกายอยู่กลางทางเดิน
เฌอริตา เจ้าสาวของค่ำคืนนี้ หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก
มือเย็นเฉียบ แม้จะถูกโอบไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นของแม่ที่ยืนส่งอยู่ด้านหลัง
“แม่...” เธอกระซิบเสียงสั่น
“ริตาตื่นเต้นจังเลยค่ะ”
หญิงสูงวัยยิ้มอ่อน
“อย่ากลัวเลยลูก วันนี้หนูจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่หนูรักนะ”
ใช่... เธอรักเขา ปรินทร์ หมอหนุ่มผู้เป็นแสงสว่างในชีวิตของเธอ ผู้ที่ทำให้หญิงสาวที่เคยไม่เชื่อในความรักกลับมามีความหวังอีกครั้ง
ริตาก้าวเดินไปข้างหน้า ทีละก้าว ทีละก้าว...
และเมื่อเธอหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุข
แต่ดวงตาของเขา... กลับเย็นชาอย่างน่าประหลาด
“พี่ปรินทร์...” เธอเรียกเบา ๆ
เขาเพียงปรายตามอง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
“มีอะไรค่อยคุยทีหลัง ตอนนี้แขกมากทำหน้าที่เจ้าสาวให้ดีก็พอแล้ว”
คำพูดนั้นเหมือนมีดบางเฉือนผ่านหัวใจเธอ
พิธีดำเนินไปตามลำดับ เสียงปรบมือ เสียงอวยพร เสียงหัวเราะ...
แต่ทั้งหมดนั้นกลับกลายเป็นเสียงอื้ออึงในหูของริตา เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่า เขาแทบไม่มองหน้าเธอเลย
จนกระทั่งถึงเวลาที่เจ้าบ่าวต้องกล่าวคำบนเวที
“ก่อนอื่น... ผมต้องขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานแต่งในคืนนี้”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ทว่ามีแววเย็นเยียบในนั้น
“การแต่งงานของผมกับริตา... ไม่ได้เกิดจากพรหมลิขิต อย่างที่ใครเข้าใจ”
เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบห้อง ริตาเบิกตากว้าง หันมองเขาด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
เขายิ้มบาง ยิ้มที่ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความอ่อนโยนในวันที่เขาขอเธอแต่งงาน
“ผมแต่งงานกับเธอ... เพราะ.....เพราะผมรักเธอครับ”
“พี่ปรินทร์... พี่พูดหยอกจนริตาตกใจหมดเลยค่ะ”
เสียงเธอสั่นจนแทบไม่ออกมาเป็นคำ
เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอ ท่ามกลางสายตาผู้คนที่ยังจับจ้อง
น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวคมมีด
“อย่าตกใจ มีอะไรเซอร์ไพร์อีกมากมายต่อจากวันนี้”
ริตายังคงงงกับคำพูดของเขา น้ำตาเอ่อคลอ แต่เธอยังพยายามยิ้มให้ผู้คนที่ส่งเสียงปรบมือโดยไม่รู้ความจริง
พิธีจบลงอย่างงดงามภายนอก — แต่ภายในหัวใจของเจ้าสาวกลับรู้สึกได้ว่าคนที่เธอรักไม่เหมือนเดิม
“พี่ริตาสวยมากเลยค่ะ มีอาร์ดีใจและยินดีมากๆ ที่ได้พี่เป็นพี่สะใภ้นะคะ”
มีอาร์น้องสาวของปรินทร์เอ่ยขึ้น
“ขอบใจมาก ๆ นะมีอาร์”
ริตายิ้มทั้งที่ใจรู้สึกไม่มั่นคง
“ริตาลูกมีหลานให้แม่ไว ๆ นะ แม่รอเลี้ยงหลานเลย ปรินทร์ด้วยนะลูกพยายามหน่อย”
เสียงอิงอรผู้เป็นแม่กล่าวพร้อมให้พรทั้งสองรักกันจนแก่เฒ่า รักกันจนนิรันดร์
ริตาสบตากับปรินทร์แต่เขากลับเย็นชากับเธอจนมีอาร์สังเกตได้ว่าพี่ชายไม่ปกติ
“ปรินทร์ พลอยดีใจด้วยนะที่ปรินทร์แต่งงานแล้ว เจอคนที่ปรินทร์เลือก เจ้าสาวของปรินทร์สวยมาก พลอยยังอิจฉาเลย”
“ขอบใจมากนะพลอย บางครั้งความรักก็ไม่ได้สำคัญมากกว่าความจริงใจ ไป ๆ พลอยดื่ม ๆ”
ริตายิ้มแห้งวันนี้เธอควรจะมีความสุขมาก แต่กลับเป็นวันที่เธอรู้สึกเจ็บปวดที่สุด
งานเลี้ยงดำเนินไปจนเกือบสี่ทุ่ม
เป็นเวลาที่ นางนพมาศ แม่ของริตา ต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อไปงานแต่งลูกสาวเพื่อนสนิท
ปรินทร์เอ่ยเรียกคนรถให้เตรียมรถ พร้อมสั่งให้อ้อย แม่บ้านคนสนิทตามไปดูแลด้วยตลอดทาง
“ริตาไม่ต้องส่งแม่หรอกลูก”
เสียงของแม่อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง
"ริตาอยากให้แม่กลับพรุ่งนี้ค่ะ ได้ไหมคะแม่"
"พรุ่งนี้ก็งานแต่งลูกสาวเพื่อนแม่ ไม่ไปจะน่าเกลียดแย่เลย "
“แม่กลับน่านมีคนดูแล อย่าห่วงนะ... และแม่ขอให้ลูกมีความสุข มีหลานให้แม่เลี้ยงไว ๆ นะลูก”
ริตาปาดน้ำตา ยิ้มทั้งที่หัวใจบีบแน่น
การจากกันครั้งนี้มันเหมือนจะธรรมดา แต่เธอรู้ดี... ว่าหลังจากคืนนี้ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม
ข้างกายเธอ ปรินทร์ยืนเงียบ
เขาไม่แม้แต่จะยื่นมือมาปลอบ ไม่แม้แต่จะหันมามองเธอด้วยความอาทร
เพียงแต่เอ่ยเสียงเรียบ
“เดินทางปลอดภัยนะครับ คุณแม่”
“ขอบใจมากนะปรินทร์”
นางนพมาศยิ้มอย่างไว้ใจ
“แม่ฝากน้องด้วยนะ หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกันนะลูก”
“อย่าห่วงครับแม่”
เขาตอบเสียงราบเรียบ ก่อนจะเว้นวรรคเล็กน้อย
“ผมจะดูแลริตา...”
เขาหันไปสบตาเธอ ยกมุมปากขึ้นอย่างเยือกเย็น
“...อย่างดีเลยครับ”
น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบจนริตาหันขวับไปมอง
แต่แม่ของเธอกลับหัวเราะเบา ๆ คิดว่าเป็นคำพูดติดตลกของลูกเขย
“แม่ไปก่อนนะลูก กว่าจะถึงน่านก็คงเช้าของอีกวัน แม่รักริตานะ”
“ริตาก็รักแม่ค่ะ”
เธอเข้าไปกอดแม่แน่น เหมือนกลัวว่าเมื่อปล่อยมือแล้ว จะไม่มีโอกาสอีก
รอยยิ้มของแม่อบอุ่นเหลือเกิน
เป็นรอยยิ้มของคนที่เชื่อว่าลูกกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุข
แต่หารู้ไม่ว่า... นั่นคือ
“จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด”
“โชคดีค่ะแม่ ไว้ริตาจะไปเยี่ยมบ้านของเราที่น่านนะคะ”
“จ้าลูก แม่จะรอนะ”
รถคันนั้นค่อย ๆ แล่นออกจากลานงาน
ไฟท้ายสีแดงห่างออกไปเรื่อย ๆ จนกลืนหายไปในความมืด
ริตายืนนิ่ง น้ำตาหยดสุดท้ายไหลอาบแก้ม
ข้างกายเธอมีปรินทร์ ชายที่แม่ของเธอฝากฝังไว้...
แต่เขากลับยืนเฉย ราวกับเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าในชีวิต
เขาหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในวงเพื่อน ดื่มและหัวเราะราวกับไม่มีเจ้าสาวยืนอยู่ตรงนั้น
ปล่อยให้เธอเดินเข้าไปนั่งนิ่ง ๆ อยู่หน้าซุ้มดอกไม้ กับ วิว เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าจะวันสุขหรือวันที่หัวใจปวดร้าว
“ริตา เหนื่อยไหม วันนี้ทั้งเช้าเย็นเลย เห็นเธอดูล้า ๆ ไปนะ”
เสียงของวิวแผ่วเบา แฝงความห่วงใย
“เหนื่อยนิดหน่อยจ้ะ...”
ริตายิ้มบาง
“เป็นห่วงแม่ด้วย บอกให้พักค้างสักคืนก็ไม่ยอม”
“ไม่ต้องห่วงหรอก คนขับรถของพี่ปรินทร์ฝีมือดีขนาดนั้น แม่เธอถึงบ้านปลอดภัยแน่”
วิวเอ่ยปลอบ พร้อมตบหลังมือเธอเบา ๆ
ริตาพยักหน้า พยายามยิ้ม แต่สายตากลับเหม่อไปทางมุมห้อง
มุมที่เขายืนอยู่ท่ามกลางเพื่อน ๆ มือถือแก้วไวน์ ดวงตาคมคู่นั้นไม่มีแม้แต่จะมองมาที่เธอ
“ปกติพี่ปรินทร์เทคแคร์เธอไม่ห่างเลยนะริตา วันนี้สงสัยจะเหนื่อยมาก ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”
“เมื่อคืนเขานอนดึก เตรียมงาน...”
เธอพึมพำ
“เห็นโทรมาหาตอนเที่ยงคืน ยังบอกว่าคิดถึงอยู่เลย...”
แต่คำว่า “คิดถึง” ในเมื่อคืน กลับไม่มีความหมายอีกต่อไปในคืนนี้
“คู่บ่าวสาวได้เวลาเข้าหอแล้ว ไป ๆ ขึ้นห้องลูก!”
เสียงของ อิงอร ดังขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะของแขกที่ยังคงอยู่ในงาน
ริตายิ้มเขิน ๆ หันไปสบตาปรินทร์ ชายที่ตอนนี้เป็นสามีของเธออย่างถูกต้อง
แต่เขากลับเพียงพยักหน้ารับ ไม่ได้จับมือเธออย่างที่เจ้าบ่าวคนอื่น ๆ ทำ
ทั้งสองถูกพาไปยังห้องพักของโรงแรม ซึ่งจัดไว้เป็นห้องหอหรูหรา กลิ่นดอกกุหลาบขาวหอมฟุ้งไปทั่วห้อง
บนเตียงมีผ้าปูสีครีมปักลายดอกไม้สวยงาม เหมือนจะต้อนรับค่ำคืนแสนหวานของคู่รักใหม่
เมื่อ ประตูห้องหอปิดลง
ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ทันที เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเบา ๆ
ริตาหันมองเขา ยิ้มบาง
“ริตาทำอะไรผิดหรือเปล่าคะ ทำไมวันนี้พี่ปรินทร์ถึงดู... ไม่ค่อยพอใจ”
เขาหันกลับมาช้า ๆ ดวงตาคมคู่นั้นเย็นเฉียบจนเธอขนลุก
“เปล่าหรอก... พี่คงเหนื่อยเกินไป”
เขาตอบเสียงเรียบ
“ริตาไปอาบน้ำเถอะ”
เธอยิ้มหวานอย่างเข้าใจ
“ค่ะพี่ปรินทร์”
มือเรียวคว้าผ้าเช็ดตัว เดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างระมัดระวัง
น้ำอุ่นค่อย ๆ ไหลผ่านผิว เธอหลับตาอย่างเหนื่อยล้า
ในหัวเต็มไปด้วยภาพรอยยิ้มของแม่ และคำอวยพรจากเพื่อน ๆ
เธอไม่รู้เลยว่าข้างนอก...
ชายผู้เป็นสามีกำลังยืนมองประตูห้องน้ำอย่างเงียบงัน
ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง
ฝีเท้าเร่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดทางเดินของโรงแรม
เสียงสตาร์ตรถดังขึ้นในความมืด
ไฟท้ายสีแดงค่อย ๆ ห่างออกไปจากตึกสูง...
ปล่อยให้ “เจ้าสาวคนใหม่” อาบน้ำอยู่ในห้องหอ คนเดียว