ลูกสาวศัตรู

1574 Words
เสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ ในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา แสงไฟอุ่นนวลสะท้อนบนกระโปรงเจ้าสาวสีงาช้างที่พลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดินของเธอ ทุกสายตาจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้เปล่งประกายอยู่กลางทางเดิน เฌอริตา เจ้าสาวของค่ำคืนนี้ หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก มือเย็นเฉียบ แม้จะถูกโอบไว้ด้วยฝ่ามืออุ่นของแม่ที่ยืนส่งอยู่ด้านหลัง “แม่...” เธอกระซิบเสียงสั่น “ริตาตื่นเต้นจังเลยค่ะ” หญิงสูงวัยยิ้มอ่อน “อย่ากลัวเลยลูก วันนี้หนูจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่หนูรักนะ” ใช่... เธอรักเขา ปรินทร์ หมอหนุ่มผู้เป็นแสงสว่างในชีวิตของเธอ ผู้ที่ทำให้หญิงสาวที่เคยไม่เชื่อในความรักกลับมามีความหวังอีกครั้ง ริตาก้าวเดินไปข้างหน้า ทีละก้าว ทีละก้าว... และเมื่อเธอหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุข แต่ดวงตาของเขา... กลับเย็นชาอย่างน่าประหลาด “พี่ปรินทร์...” เธอเรียกเบา ๆ เขาเพียงปรายตามอง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “มีอะไรค่อยคุยทีหลัง ตอนนี้แขกมากทำหน้าที่เจ้าสาวให้ดีก็พอแล้ว” คำพูดนั้นเหมือนมีดบางเฉือนผ่านหัวใจเธอ พิธีดำเนินไปตามลำดับ เสียงปรบมือ เสียงอวยพร เสียงหัวเราะ... แต่ทั้งหมดนั้นกลับกลายเป็นเสียงอื้ออึงในหูของริตา เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่า เขาแทบไม่มองหน้าเธอเลย จนกระทั่งถึงเวลาที่เจ้าบ่าวต้องกล่าวคำบนเวที “ก่อนอื่น... ผมต้องขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานแต่งในคืนนี้” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ทว่ามีแววเย็นเยียบในนั้น “การแต่งงานของผมกับริตา... ไม่ได้เกิดจากพรหมลิขิต อย่างที่ใครเข้าใจ” เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบห้อง ริตาเบิกตากว้าง หันมองเขาด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขายิ้มบาง ยิ้มที่ไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความอ่อนโยนในวันที่เขาขอเธอแต่งงาน “ผมแต่งงานกับเธอ... เพราะ.....เพราะผมรักเธอครับ” “พี่ปรินทร์... พี่พูดหยอกจนริตาตกใจหมดเลยค่ะ” เสียงเธอสั่นจนแทบไม่ออกมาเป็นคำ เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอ ท่ามกลางสายตาผู้คนที่ยังจับจ้อง น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวคมมีด “อย่าตกใจ มีอะไรเซอร์ไพร์อีกมากมายต่อจากวันนี้” ริตายังคงงงกับคำพูดของเขา น้ำตาเอ่อคลอ แต่เธอยังพยายามยิ้มให้ผู้คนที่ส่งเสียงปรบมือโดยไม่รู้ความจริง พิธีจบลงอย่างงดงามภายนอก — แต่ภายในหัวใจของเจ้าสาวกลับรู้สึกได้ว่าคนที่เธอรักไม่เหมือนเดิม “พี่ริตาสวยมากเลยค่ะ มีอาร์ดีใจและยินดีมากๆ ที่ได้พี่เป็นพี่สะใภ้นะคะ” มีอาร์น้องสาวของปรินทร์เอ่ยขึ้น “ขอบใจมาก ๆ นะมีอาร์” ริตายิ้มทั้งที่ใจรู้สึกไม่มั่นคง “ริตาลูกมีหลานให้แม่ไว ๆ นะ แม่รอเลี้ยงหลานเลย ปรินทร์ด้วยนะลูกพยายามหน่อย” เสียงอิงอรผู้เป็นแม่กล่าวพร้อมให้พรทั้งสองรักกันจนแก่เฒ่า รักกันจนนิรันดร์ ริตาสบตากับปรินทร์แต่เขากลับเย็นชากับเธอจนมีอาร์สังเกตได้ว่าพี่ชายไม่ปกติ “ปรินทร์ พลอยดีใจด้วยนะที่ปรินทร์แต่งงานแล้ว เจอคนที่ปรินทร์เลือก เจ้าสาวของปรินทร์สวยมาก พลอยยังอิจฉาเลย” “ขอบใจมากนะพลอย บางครั้งความรักก็ไม่ได้สำคัญมากกว่าความจริงใจ ไป ๆ พลอยดื่ม ๆ” ริตายิ้มแห้งวันนี้เธอควรจะมีความสุขมาก แต่กลับเป็นวันที่เธอรู้สึกเจ็บปวดที่สุด งานเลี้ยงดำเนินไปจนเกือบสี่ทุ่ม เป็นเวลาที่ นางนพมาศ แม่ของริตา ต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อไปงานแต่งลูกสาวเพื่อนสนิท ปรินทร์เอ่ยเรียกคนรถให้เตรียมรถ พร้อมสั่งให้อ้อย แม่บ้านคนสนิทตามไปดูแลด้วยตลอดทาง “ริตาไม่ต้องส่งแม่หรอกลูก” เสียงของแม่อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง "ริตาอยากให้แม่กลับพรุ่งนี้ค่ะ ได้ไหมคะแม่" "พรุ่งนี้ก็งานแต่งลูกสาวเพื่อนแม่ ไม่ไปจะน่าเกลียดแย่เลย " “แม่กลับน่านมีคนดูแล อย่าห่วงนะ... และแม่ขอให้ลูกมีความสุข มีหลานให้แม่เลี้ยงไว ๆ นะลูก” ริตาปาดน้ำตา ยิ้มทั้งที่หัวใจบีบแน่น การจากกันครั้งนี้มันเหมือนจะธรรมดา แต่เธอรู้ดี... ว่าหลังจากคืนนี้ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม ข้างกายเธอ ปรินทร์ยืนเงียบ เขาไม่แม้แต่จะยื่นมือมาปลอบ ไม่แม้แต่จะหันมามองเธอด้วยความอาทร เพียงแต่เอ่ยเสียงเรียบ “เดินทางปลอดภัยนะครับ คุณแม่” “ขอบใจมากนะปรินทร์” นางนพมาศยิ้มอย่างไว้ใจ “แม่ฝากน้องด้วยนะ หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกันนะลูก” “อย่าห่วงครับแม่” เขาตอบเสียงราบเรียบ ก่อนจะเว้นวรรคเล็กน้อย “ผมจะดูแลริตา...” เขาหันไปสบตาเธอ ยกมุมปากขึ้นอย่างเยือกเย็น “...อย่างดีเลยครับ” น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบจนริตาหันขวับไปมอง แต่แม่ของเธอกลับหัวเราะเบา ๆ คิดว่าเป็นคำพูดติดตลกของลูกเขย “แม่ไปก่อนนะลูก กว่าจะถึงน่านก็คงเช้าของอีกวัน แม่รักริตานะ” “ริตาก็รักแม่ค่ะ” เธอเข้าไปกอดแม่แน่น เหมือนกลัวว่าเมื่อปล่อยมือแล้ว จะไม่มีโอกาสอีก รอยยิ้มของแม่อบอุ่นเหลือเกิน เป็นรอยยิ้มของคนที่เชื่อว่าลูกกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุข แต่หารู้ไม่ว่า... นั่นคือ “จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด” “โชคดีค่ะแม่ ไว้ริตาจะไปเยี่ยมบ้านของเราที่น่านนะคะ” “จ้าลูก แม่จะรอนะ” รถคันนั้นค่อย ๆ แล่นออกจากลานงาน ไฟท้ายสีแดงห่างออกไปเรื่อย ๆ จนกลืนหายไปในความมืด ริตายืนนิ่ง น้ำตาหยดสุดท้ายไหลอาบแก้ม ข้างกายเธอมีปรินทร์ ชายที่แม่ของเธอฝากฝังไว้... แต่เขากลับยืนเฉย ราวกับเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าในชีวิต เขาหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในวงเพื่อน ดื่มและหัวเราะราวกับไม่มีเจ้าสาวยืนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้เธอเดินเข้าไปนั่งนิ่ง ๆ อยู่หน้าซุ้มดอกไม้ กับ วิว เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าจะวันสุขหรือวันที่หัวใจปวดร้าว “ริตา เหนื่อยไหม วันนี้ทั้งเช้าเย็นเลย เห็นเธอดูล้า ๆ ไปนะ” เสียงของวิวแผ่วเบา แฝงความห่วงใย “เหนื่อยนิดหน่อยจ้ะ...” ริตายิ้มบาง “เป็นห่วงแม่ด้วย บอกให้พักค้างสักคืนก็ไม่ยอม” “ไม่ต้องห่วงหรอก คนขับรถของพี่ปรินทร์ฝีมือดีขนาดนั้น แม่เธอถึงบ้านปลอดภัยแน่” วิวเอ่ยปลอบ พร้อมตบหลังมือเธอเบา ๆ ริตาพยักหน้า พยายามยิ้ม แต่สายตากลับเหม่อไปทางมุมห้อง มุมที่เขายืนอยู่ท่ามกลางเพื่อน ๆ มือถือแก้วไวน์ ดวงตาคมคู่นั้นไม่มีแม้แต่จะมองมาที่เธอ “ปกติพี่ปรินทร์เทคแคร์เธอไม่ห่างเลยนะริตา วันนี้สงสัยจะเหนื่อยมาก ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” “เมื่อคืนเขานอนดึก เตรียมงาน...” เธอพึมพำ “เห็นโทรมาหาตอนเที่ยงคืน ยังบอกว่าคิดถึงอยู่เลย...” แต่คำว่า “คิดถึง” ในเมื่อคืน กลับไม่มีความหมายอีกต่อไปในคืนนี้ “คู่บ่าวสาวได้เวลาเข้าหอแล้ว ไป ๆ ขึ้นห้องลูก!” เสียงของ อิงอร ดังขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะของแขกที่ยังคงอยู่ในงาน ริตายิ้มเขิน ๆ หันไปสบตาปรินทร์ ชายที่ตอนนี้เป็นสามีของเธออย่างถูกต้อง แต่เขากลับเพียงพยักหน้ารับ ไม่ได้จับมือเธออย่างที่เจ้าบ่าวคนอื่น ๆ ทำ ทั้งสองถูกพาไปยังห้องพักของโรงแรม ซึ่งจัดไว้เป็นห้องหอหรูหรา กลิ่นดอกกุหลาบขาวหอมฟุ้งไปทั่วห้อง บนเตียงมีผ้าปูสีครีมปักลายดอกไม้สวยงาม เหมือนจะต้อนรับค่ำคืนแสนหวานของคู่รักใหม่ เมื่อ ประตูห้องหอปิดลง ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ทันที เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเบา ๆ ริตาหันมองเขา ยิ้มบาง “ริตาทำอะไรผิดหรือเปล่าคะ ทำไมวันนี้พี่ปรินทร์ถึงดู... ไม่ค่อยพอใจ” เขาหันกลับมาช้า ๆ ดวงตาคมคู่นั้นเย็นเฉียบจนเธอขนลุก “เปล่าหรอก... พี่คงเหนื่อยเกินไป” เขาตอบเสียงเรียบ “ริตาไปอาบน้ำเถอะ” เธอยิ้มหวานอย่างเข้าใจ “ค่ะพี่ปรินทร์” มือเรียวคว้าผ้าเช็ดตัว เดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างระมัดระวัง น้ำอุ่นค่อย ๆ ไหลผ่านผิว เธอหลับตาอย่างเหนื่อยล้า ในหัวเต็มไปด้วยภาพรอยยิ้มของแม่ และคำอวยพรจากเพื่อน ๆ เธอไม่รู้เลยว่าข้างนอก... ชายผู้เป็นสามีกำลังยืนมองประตูห้องน้ำอย่างเงียบงัน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง ฝีเท้าเร่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดทางเดินของโรงแรม เสียงสตาร์ตรถดังขึ้นในความมืด ไฟท้ายสีแดงค่อย ๆ ห่างออกไปจากตึกสูง... ปล่อยให้ “เจ้าสาวคนใหม่” อาบน้ำอยู่ในห้องหอ คนเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD