ส่งครั้งสุดท้าย

1398 Words
งานฌาปนกิจของแม่ริตาจบลงในค่ำคืนที่อากาศเย็นจัด แสงจากเปลวเทียนและควันธูปลอยคลุ้งในอากาศ เสียงสวดสุดท้ายของพระสงฆ์จางหายไปพร้อมกับน้ำตาของลูกสาวคนเดียว ริตาคุกเข่าลงหน้ารูปถ่ายของแม่ มือสั่นเทา พนมไหว้ด้วยหัวใจที่แทบสลาย ข้างกายมีปรินทร์ อิงอร วิว และมาร์ตินยืนอยู่ไม่ห่าง แต่สำหรับเธอแล้ว โลกทั้งใบในตอนนั้นเหลือเพียง “แม่” เพียงคนเดียว “แม่ค่ะ...” เสียงเธอสั่นไหวจนแทบขาดใจ “อย่าห่วงนะคะ ลูกสาวแม่คนนี้เก่งมาก... หนูจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหน ขอให้แม่รู้ว่าริตารักแม่ที่สุดในโลก สักวัน... เราคงได้พบกันอีกนะคะแม่” น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงลงบนพื้นตรงหน้า วิวกับมาร์ตินต่างมองริตาด้วยความสงสารจับใจ แม้แต่ปรินทร์เองก็หลุบตาลง ไม่กล้ามองภาพตรงหน้า ภาพของหญิงสาวผู้สูญเสียทุกอย่างในเวลาเพียงไม่กี่วัน เมื่อพิธีสิ้นสุด แสงไฟในศาลาค่อย ๆ หรี่ลง อิงอรเดินเข้ามากอดริตาไว้แน่น “คืนนี้กลับบ้านแม่นะลูก...” เสียงท่านนุ่มนวลแผ่วเบา “ตั้งแต่แต่งงานมา ยังไม่ได้มาค้างบ้านใหญ่เลยสักคืน แม่อยากให้มาอยู่ด้วยกันนะ” คำพูดนั้นทำให้หัวใจริตาอ่อนลงทันที เธอกอดอิงอรตอบ น้ำตาไหลอีกระลอก น้ำตาแห่งความอบอุ่นที่แทรกอยู่กลางความเศร้า “ขอบคุณค่ะแม่ ขอบคุณที่เมตตาริตาค่ะ” เสียงของเธอเบาจนแทบเป็นกระซิบ ปรินทร์มองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกประหลาดทำไมเขาเห็นเธอกับแม่ของเขาอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกอบอุ่น อิงอรลูบผมเธอเบา ๆ เหมือนแม่ปลอบลูกในวันที่โลกทั้งใบถล่มลง “ไม่ต้องเกรงใจนะลูก บ้านหลังนั้นคือบ้านของลูกด้วยเหมือนกัน” ท่านหันไปมองลูกชาย “ปรินทร์ พาริตากลับพร้อมกันนะ อย่าปล่อยให้น้องอยู่คนเดียว” “ครับแม่” เขาตอบสั้น ๆ เสียงเรียบแต่ดวงตาเต็มไปด้วยสิ่งที่พูดไม่ได้ ริตาเงยหน้ามองเขาเพียงแวบเดียว ก่อนก้มลงอีกครั้ง ไม่อยากให้ใครเห็นแววตาอ่อนแอที่เธอยังซ่อนเอาไว้ คืนนี้... เธอจะกลับ “บ้านใหญ่” เป็นครั้งแรกในฐานะภรรยา บ้านอิงอรเงียบสงัด ริตานั่งอยู่บนเตียง ผมฟูเล็กน้อย ดวงตาแดงช้ำจากการร้องไห้มาตลอดวัน มือเล็ก ๆ กำโทรศัพท์แน่น มืออีกข้างไถผ่านรูปภาพของแม่ที่บันทึกไว้เต็มเครื่อง ทุกภาพ ทุกรอยยิ้ม ทุกความทรงจำที่เคยมี ทำให้หัวใจของเธอเหมือนถูกฉีกออกทีละชิ้น เธอไม่แม้แต่จะสนใจเสียงก้าวเท้าของใคร เพราะในโลกของเธอ ณ ตอนนี้ มีเพียง “แม่” และความว่างเปล่าที่เหลืออยู่ ปรินทร์ยืนอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่ได้เข้ามา เขารู้ดีว่าตอนนี้เธอไม่พร้อมจะพูดคุย เพราะสายตาของเธอที่จ้องรูปแม่ เหมือนกำลังก้าวข้ามความเจ็บปวดของตัวเองไปทีละขั้น และหากเขาเข้าไปตอนนี้... อาจทำให้แผลใจนั้นฉีกกว้างขึ้น เขานั่งเงียบ ๆ บนเก้าอี้ใกล้เตียง ยกมือขึ้นวางบนตัก แต่ไม่แตะต้องเธอ ไม่พูดอะไร เพียงแค่จ้องมองจากระยะไกล สายตาของเขาพูดได้ทั้งหมด: เขารู้สึกผิด เขารู้สึกเจ็บปวด ที่เห็นเธอเป็นแบบนี้ ริตาก้มหน้า น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง “แม่ค่ะ... หนูคิดถึงแม่เหลือเกิน” ปรินทร์เพียงพ่นลมหายใจเบา ๆ ราวกับคำพูดเดียวของเธอทำให้เขาเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก เขาอยากเข้าไปกอดเธอ อยากบอกว่าเขาอยู่ตรงนี้ แต่เขาก็ข่มใจไม่เข้าไปหาเธอ เกรงว่าตัวเขาเองจะใจอ่อน ริตานั่งนิ่งอยู่กับความทรงจำ ปรินทร์นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ แต่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า... แม้ไม่พูดอะไร แต่หัวใจของพวกเขากำลังสื่อสารกันด้วยความเจ็บปวดที่ลึกที่สุด เวลาผ่านไปเกือบเที่ยงคืน เขาเห็นริตายังคงนั่งก้มมองโทรศัพท์อยู่ สุดท้ายปรินทร์ตัดสินใจนอนลงบนเตียงเบา ๆ “ริตา… นอนได้แล้ว ดึกมากแล้วนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น แม่อิงอรคงเป็นห่วงไปด้วย ช่วงนี้สุขภาพแม่พี่ก็ไม่ค่อยดีอยู่ด้วย” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย ริตาก้มหน้าพูดตอบเสียงสั่น “อย่าห่วงเลยค่ะ… ริตาแข็งแรงอยู่ ไม่ทำให้พี่ต้องเป็นห่วงแน่ ริตารู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ พี่นอนเถอะค่ะ” “พี่พูดก็ฟังบ้างนะ... อย่าดื้อ” เขายื่นมือมา ดึงแขนเธอให้นอนลงข้าง ๆ ริตาพยายามดื้อ แต่ท้ายที่สุดก็ยอมนอนลง ปรินทร์ค่อย ๆ หมุนตัวหันหลังให้ นอนข้างเธออย่างเงียบ ๆ ทั้งสองอยู่ร่วมกันในความเงียบ เสียงหัวใจและลมหายใจของกันและกัน... เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงดังอยู่ในห้องเงียบงัน ริตากำมือแน่น ทั้งคู่ต่างนอนหันหลังให้กัน ระยะห่างเพียงแค่ฝ่ามือ แต่กลับไกลเหลือเกิน น้ำตาอุ่น ๆ ไหลผ่านหางตาลงบนหมอนอย่างเงียบงัน เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ในลำคอ ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอยังร้องไห้อยู่ ตั้งแต่วันแต่งงาน... จนกระทั่งงานของแม่จบลง ริตายังไม่สามารถหลับได้เต็มตาเลยสักคืน หัวใจที่เหนื่อยล้าทั้งจากความสูญเสีย และความสับสนในความรัก เธอหลับตาลงช้า ๆ เมื่อริตาหลับตาลง ความเงียบค่อย ๆ เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง เพียงเสียงลมหายใจของเธอที่แผ่วเบาอยู่ข้างกาย ปรินทร์ค่อย ๆ หันมามองใบหน้าของหญิงสาว ใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตา — น้ำตาที่เขาเองก็เป็นต้นเหตุ เขาเอื้อมมือไปลูบผมเธอเบา ๆ ปลายนิ้วสัมผัสอย่างแผ่วราวกลัวจะปลุกเธอให้ตื่น แววตาเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความรักที่ยังอุ่นอยู่ในอก แต่ถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงของอดีตที่ยากจะลืม เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับกลัวว่าแม้แต่ลมหายใจก็อาจทำลายช่วงเวลานี้ “ใจพี่... อยากจะรักริตานะ แต่หัวใจพี่มันเจ็บ... เจ็บมากเหลือเกิน ทุกครั้งที่พี่มองหน้าเธอ พี่ก็เห็นภาพพ่อของเธอ... คนที่ทำร้ายพ่อของพี่ไม่รู้จบ” คำพูดนั้นถูกกลืนหายไปในอากาศ เขาหลับตาลงช้า ๆ ซ่อนความปวดร้าวไว้หลังเปลือกตา ก่อนจะหลับตาลงข้างเธอ ในระยะห่างที่ทั้งอบอุ่นและหนาวเหน็บในเวลาเดียวกัน จนรุ่งเช้า... แสงแดดแรกของวันลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้อง ความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์แตะผิวริตาเบา ๆ พร้อมกับสัมผัสแน่นจากอ้อมแขนของปรินทร์ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น หัวใจสะดุดจังหวะเมื่อเห็นว่าเขากำลังกอดเธอไว้แน่นจากด้านหลัง ลมหายใจของเขาอุ่นรดอยู่ที่ต้นคอ ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้ ริตาเพ่งมองใบหน้าของผู้ชายที่เคยเป็นทั้งความรัก ความฝัน และตอนนี้... กลายเป็นปมแห่งความเจ็บปวด ในห้วงหนึ่งของความคิด เธอถามตัวเองเบา ๆ ว่า— ระหว่างเธอกับเขา... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่นาน ปรินทร์ก็ขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาเขาค่อย ๆ เปิดขึ้น และทันทีที่สายตาทั้งคู่สบกัน — ความเงียบก็กลายเป็นเสียงที่ดังที่สุดในห้อง ริตารีบหลบสายตาเขาแทบจะในทันที เธอผลักอ้อมแขนของเขาออกจากตัว ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “ขอโทษค่ะ... ที่ทำให้พี่ต้องลำบาก” เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย แต่ยังคงพยายามพูดให้มั่นคง พูดจบ เธอเดินเงียบ ๆ เข้าห้องน้ำ ประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา เหลือเพียงปรินทร์ที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง มองตามแผ่นหลังของเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD