เรือนหอริมน้ำ

1491 Words
สองวันต่อมา อาการของริตาดีขึ้นอย่างชัดเจน ตลอดเวลาที่เธอนอนพักในโรงพยาบาล ปรินทร์เข้าออกห้องผู้ป่วยอยู่ตลอด แม้จะต้องรับผิดชอบงานบริหารโรงพยาบาล และบางครั้งจะต้องลงมือทำเคสผ่าตัดที่จำเป็นจริง ๆ แต่เขาก็พยายามจะหาเวลามาดูริตาตลอด และวันนี้ ก่อนกลับบ้าน หมอพลอยและหมอวุฒิก็มีโอกาสมาเยี่ยมเธอ “ต้องขอโทษนะจ๊ะริตา พี่ไม่ได้มาเยี่ยมเลย” หมอพลอยเอ่ยตามมารยาท “ไม่เป็นไรค่ะพี่พลอย เป็นหมองานยุ่งมาก ต้องดูแลคนไข้เคสอื่นอีกมาก” ริตาตอบด้วยน้ำเสียงเข้าใจ “วันนี้ริตากลับบ้านได้แล้วนะ ปรินทร์ต้องดูแลริตาดี ๆ ละ” หมอพลอยพูดพร้อมจงใจจับแขนของปรินทร์ให้ริตาหวง แต่ปรินทร์กลับยิ้มบาง ๆ ริตาเหลือบมองมือของหมอพลอยที่จับแขนของปรินทร์แน่น แต่เธอข่มใจไม่แสดงออก เธอยังคงยิ้มหวาน ริตาคิดในใจ เมียยืนอยู่ตรงนี้ให้คนอื่นจับมือถือแขนอยู่ได้ ไม่รู้จักหวงตัวเอาเสียเลย “กลับไปพักฟื้นที่บ้านให้หายดีก่อนนะริตา อย่าโหมงานหนักนะ” หมอวุฒิเข้ามาพูด พร้อมตบไหล่ปรินทร์เบา ๆ “มึงก็ไปดูแลริตา เดี๋ยวงานมึงกูเคลียร์เองไอ้ปรินทร์” “ขอบคุณมากค่ะพี่วุฒิ แต่ให้พี่ปรินทร์ทำเถอะ ริตาไม่ได้เป็นอะไรมากจริง ๆ” ริตาตอบด้วยรอยยิ้ม ปรินทร์ฟังอยู่ แต่ไม่ได้พูดตอบ เงียบไว้ก่อน แล้วหันไปบอกลาเพื่อน ๆ “เออ งั้นกูฝากมึงสักสองสามวัน เดี๋ยวกูพาริตากลับบ้านก่อน ไปครับริตากลับบ้านกัน” “สวัสดีค่ะพี่วุฒิ พี่พลอย” ริตากล่าวลาอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินตามเขาออกจากห้องไป ภายในรถหรูสีดำ ทั้งสองนั่งอยู่บนเบาะหลัง เพราะมีคนขับรถบริการอยู่ด้านหน้า ริตานั่งนิ่ง มือวางบนตัก สายตาเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่เอ่ยคำใด ปรินทร์สังเกตได้ทันทีว่าเธอไม่พอใจ ตอนเห็นพลอยเข้าใกล้เขาจนถึงขั้นจับแขนเขาอย่างสนิทสนม “เมื่อครู่ที่พลอยจับแขนพี่ อย่าคิดมากนะ เราเป็นเพื่อนสมัยเรียนกัน มันเลยสนิทกันเฉย ๆ” ปรินทร์เอ่ยพร้อมมองหน้าเธออย่างตั้งใจ แต่ริตาไม่ได้สนใจ เขาเพียงรับรู้จากสายตาแววตาที่เย็นเฉียบของเธอ “ริตาฟังพี่อยู่ไหม?” เขาถามเสียงเรียบ แต่แฝงความอ้อนวอน ริตาหันมองตรงไปยังนอกหน้าต่าง ยังคงนิ่ง เสียงเธอเรียบเย็นแต่หนักแน่น “จะสนิทกันแค่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้ริตาฟังค่ะ ริตาไม่ได้รู้สึกอะไร และไม่ได้มีผลอะไรกับริตาอยู่แล้ว” ปรินทร์พยายามกลั้นใจ ไม่ให้สีหน้าบอกออกมา แต่รู้สึกถึงความเย็นชาในคำพูดของเธอ “ก็ที่ริตาโกรธพี่อยู่ตอนนี้ไง... แน่ใจหรือว่าไม่ได้หึงหวง...ถามจริง ๆ” ริตาเบือนหน้าจากเขาช้า ๆ แววตายังคงเรียบเย็น “อย่ามั่นใจให้มากนะคะ ว่าริตารักพี่มากขนาดนั้น” เสียงของเธอแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่สะท้อนจากอดีต “เพราะสิ่งที่พี่ทำ มันทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งจะมีชีวิตแต่งงานที่มีความสุข แต่ทุกอย่าง... มันถูกพี่ทำลายจนหมดสิ้น ต่อจากนี้ เรื่องของเราก็คงจะจบแบบไม่ค้างคา” ปรินทร์ถอนหายใจยาว พยายามระงับความโกรธและความห่วงใยที่ปะปนกันอยู่ในใจ “เลิกพูดเถอะ พูดไปก็มีแต่ทะเลาะกัน” เขาพูดเบา ๆ ก่อนจะสั่งคนขับรถด้วยน้ำเสียงมั่น “นพไปบ้านริมน้ำ” “ครับคุณปรินทร์” รถแล่นไปตามถนนเงียบ ๆ สายตาของริตายังคงจับจ้องไปที่วิวด้านนอก แต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรง ท่ามกลางความเงียบที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยอารมณ์หน่วง ปรินทร์สูดลมหายใจลึกอีกครั้ง พยายามระงับความรู้สึกที่ผุดขึ้นในอก เขารู้ดีว่าต้องอดทน ปล่อยให้ริตาค่อย ๆ ปรับอารมณ์ในแบบของเธอเอง ตอนนี้เขาเลือกที่จะเลี่ยงการเถียงหรือทะเลาะ เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญ แม่ของเขานัดครอบครัวมาจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกสะใภ้ที่บ้านริมน้ำ ซึ่งเป็นเรือนหอของเขาเอง เขาไม่อยากทำให้บรรยากาศในบ้านตึงเครียด ไม่อยากให้ริตาโกรธหรืออารมณ์เสียตั้งแต่เข้าบ้านวันแรก ทุกการกระทำของเขาตอนนี้จึงต้องระมัดระวัง ทั้งในแง่คำพูด น้ำเสียง และสายตา ปรินทร์ชำเลืองมองริตาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอยังคงนิ่ง มือวางอยู่บนตัก ราวกับไม่สนใจสิ่งรอบตัว แต่เขารู้ดีว่าแม้เธอจะเงียบ เธอก็จับทุกความเคลื่อนไหวของเขาอยู่เหมือนกัน บ้านริมน้ำ รถจอดเทียบหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ริตามองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาสงสัย บ้านหลังนี้ไม่คุ้นตาเลย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ “พามาที่นี่ทำไม… เรามาเยี่ยมใครเหรอคะ?” เธอถามเสียงเบา ๆ แอบมีความลังเล ปรินทร์หันไปยิ้มเล็ก ๆ ให้เธอ “นี่บ้านของเรา… เรือนหอของเรา” ริตาหรี่ตามองเขาอย่างไม่เชื่อ “เรือนหอเหรอ… กล้าเรียกว่าเรือนหอเลยนะคะ” น้ำเสียงฟังเหมือนเย้ยหยัน “ใช่พี่ซื้อที่นี่ไว้พักใหญ่แล้วหวังว่าริตาจะชอบ” "ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกค่ะ ริตาอยู่ที่ไหนได้ทั้งนั้น ไม่ยึดติด" เขาเลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไรทั้งสิ้น "มาครับพี่จะพาเข้าบ้าน" เขายื่นมือให้เธอจับเมื่อก้าวลงจากรถ แต่ริตาเพียงส่ายหน้าเล็กน้อย เดินลงเองอย่างมั่นคง ไม่สนใจมือที่ยื่นมาด้วยความห่วงใยของเขา ปรินทร์ถอนหายใจเงียบ ๆ รู้ดีว่าเธอแสดงความเข้มแข็งและความตั้งใจไม่อยากพึ่งพาเขาอีกต่อไป ทันใดนั้น ประตูบ้านเปิดออก และมีเสียงสดใสแฝงความตื่นเต้นดังมา “เซอร์ไพรส์! ลูกสาวอีกคนของแม่… ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้า!” ริตาแทบอุทานด้วยความตกใจ น้ำตาแห่งความประหลาดใจและความดีใจผสมกัน เธอยืนตะลึงอยู่กับบรรยากาศอบอุ่นรอบตัว “คุณแม่…” ริตาเอ่ยทั้งน้ำตา “ไม่ร้องลูก วันนี้วันดี หนูได้กลับบ้านแล้ว แม่และน้อง ๆ เตรียมอาหารไว้รอหนูโดยเฉพาะเลยนะ” อิงอรเอ่ยพร้อมกอดริตาแน่น ดั่งลูกสาวแท้ ๆ ปรินทร์ยิ้มมุมปาก เห็นรอยยิ้มและสายตาประหลาดใจของเธอเต็มไปด้วยความสุข “ขอบคุณมาก ๆ ค่ะแม่ แม่ทำให้ริตารู้สึกว่าโลกใบนี้ ริตาไม่ได้อยู่คนเดียว” ริตาพูดทั้งน้ำตาและรอยยิ้ม อิงอรปาดน้ำตาให้เธอเบา ๆ “ไม่ร้องนะลูก เดี๋ยวไม่สวย ไป ๆ เข้าบ้านกันเถอะ” ริตายังคงมองไปรอบ ๆ บ้านใหญ่ สีหน้าผสมระหว่างความตื่นเต้นและความลังเล “บ้าน… ใหญ่และสวย ถูกใจริตาไหมลูก…” อิงอรถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ริตายิ้มบาง ๆ ให้แม่สามีและพยักหน้า “บ้านหลังนี้ พี่ปรินทร์ตั้งใจซื้อรับขวัญหนูเลยนะ” “ไหนพี่ปรินทร์บอกซื้อไว้นานแล้วนี่นา” ริตาเอ่ยพลางหันไปมองปรินทร์ เขากลับยิ้มบาง ๆ มุมปาก แววตาอบอุ่นไม่เย็นชาเหมือนครั้งก่อน เมื่อเดินเข้าไปในตัวบ้าน เธอสังเกตเห็นมีอาร์ท้องโตนั่งบนโซฟาและมีสามีคือคิมหันต์นั่งนวดเท้าให้เธอเบา ๆ “มีอาร์มากับด้วยหรือนี่” ริตาตั้งใจทักทาย เธอรู้สึกดีใจที่ครอบครัวของปรินทร์ห่วงใยและรักเธอ “ก็ต้องมาสิคะ พี่สะใภ้หายป่วย ใครจะไม่ดีใจล่ะ” อาร์เอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง “ขอบใจมาก มีอาร์… คิม” ริตาพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พลางยิ้ม อิงอรเรียกลูก ๆ ให้มารวมตัวกัน “มาลูก มาทางนี้ โต๊ะอาหารพร้อมแล้วนะ มาทานมื้อเที่ยงร่วมกันเถอะ” ริตายิ้มบาง ๆ แอบมองปรินทร์ที่อยู่ข้าง ๆ แม้หัวใจยังมีความระแวงอยู่บ้าง แต่เธอเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นและความรักที่ครอบครัวของเขามอบให้ ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เธอเคยมีเริ่มจางลงไปทีละน้อย บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านทำให้ริตาเริ่มผ่อนคลาย เธอรู้สึกเหมือนกลับมาบ้านจริง ๆ บ้านที่มีทั้งความรัก ความห่วงใย และความอบอุ่นรอบตัว จะดีกว่านี้หากสามีของเธอเลิกเย็นชาและรักเธอจริง ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD