งานสีดำ

1233 Words
งานศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่ศาลาวัด กลิ่นธูปจาง ๆ ลอยคลุ้งไปทั่ว เสียงสวดของพระประสานกับเสียงสะอื้นเบา ๆ ของแขกผู้มาร่วมไว้อาลัย ริตา วิว และมาร์ตินช่วยกันต้อนรับแขกที่ทยอยกันมาอย่างไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมงานของแม่เธอเกือบทั้งหมด รอยยิ้มที่เธอพยายามฝืนไว้บาง ๆ จนแทบมองไม่เห็น “ริตา... ลูกไหวไหม พักบ้างก็ได้นะ” เสียงอิงอร ผู้เป็นแม่ของปรินทร์ สามีของเธอ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ริตาหันไปยิ้มจาง ๆ “ขอบคุณค่ะแม่... ริตาไหวค่ะ” อิงอรจับแขนเธอเบา ๆ อย่างปลอบโยน สัมผัสนั้นทำให้กำแพงที่ริตาพยายามสร้างไว้เริ่มพังลง น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “แม่นพมาศไม่อยู่... แต่หนูก็ยังมีแม่อยู่นะลูก” อิงอรพูดพร้อมดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอดอุ่น ๆ ริตาซบลงกับไหล่แม่สามี สะอื้นอย่างเงียบงัน “ขอบคุณที่สุดเลยค่ะแม่...” เธอพูดทั้งน้ำตา อิงอรลูบหลังเธอเบา ๆ ก่อนถามขึ้น “แล้วนี่... ตาปรินทร์ไปไหนล่ะ ทำไมไม่มาช่วยลูกรับแขกบ้าง” ริตาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนฝืนยิ้มบาง ๆ “น่าจะติดธุระค่ะ แม่... พี่เขายุ่ง ๆ ไม่เป็นไรค่ะ ริตาไม่อยากรบกวน” เธอตอบอย่างสุภาพ ทั้งที่ในใจปวดหนึบ ริตาเลือกจะเก็บความจริงไว้เงียบ ๆ ตั้งแต่วันแต่งงานจนถึงวันนี้... สามวันเต็มแล้วที่ปรินทร์หายไปอย่างไร้ร่องรอย ติดต่อไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอรู้ดีว่าแม่อิงอรเพิ่งผ่าตัดหัวใจมาไม่นาน หญิงสาวจึงไม่อยากให้แม่ต้องมารับรู้เรื่องราวที่อาจทำให้เป็นกังวลอีก ริตายกมือเช็ดน้ำตา สูดลมหายใจเข้าลึก เธอหันกลับไปมองรูปถ่ายของแม่ที่ตั้งอยู่หน้าหีบศพ ยิ้มอ่อน ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทั้งเศร้า ทั้งอ่อนโยน แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างพากันมองริตาด้วยสายตาเวทนา ใคร ๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ช่างน่าสงสารเหลือเกิน เพิ่งแต่งงานมีความสุขได้ไม่กี่วันก็ต้องมาเสียแม่ไปอย่างกะทันหัน” แต่ไม่มีใครรู้เลย... ว่าการแต่งงานของเธอไม่ได้มีความสุขอย่างที่เห็น รอยยิ้มในรูปถ่ายวันวิวาห์เป็นเพียงภาพลวงตา ภายใต้ผ้าลูกไม้สีขาวนั้นคือหัวใจที่เริ่มแตกร้าวตั้งแต่คืนแรกของชีวิตคู่ ริตายกมือไหว้ขอบคุณแขกที่ทยอยกันมาไม่ขาดสาย แม้แววตาเธอจะว่างเปล่า แต่ยังคงฝืนยิ้มให้ทุกคนอย่างสุภาพ ทันใดนั้น เสียงของอิงอรก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “อ้าว... ปรินทร์! ทำไมเพิ่งมาล่ะลูก พระสวดเสร็จพระกลับไปหมดแล้วนะ” ชายหนุ่มในชุดสูทดำเดินเข้ามาช้า ๆ “ติดงานนิดหน่อยครับแม่” เขาตอบเรียบ ๆ แล้วหันไปมองริตา หญิงสาวไม่แม้แต่จะสบตาเขา เธอยังคงยกมือไหว้แขกต่อราวกับไม่เห็นการมาของเขา แต่ปรินทร์กลับยิ้มบาง ๆ ทำเหมือนทุกอย่างปกติ “คุณเหนื่อยไหมริตา ได้พักบ้างหรือยัง... ผมเป็นห่วงนะ รู้ไหม?” เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นต่อหน้าอิงอร พร้อมกับมือที่เอื้อมมาโอบเอวเธออย่างแนบชิด คำว่า “ผมเป็นห่วงนะ รู้ไหม” เหมือนมีดบาง ๆ ที่กรีดลึกลงกลางใจ ริตากลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมาต่อหน้าแขกและแม่สามี เธอฝืนยิ้มบาง ๆ “ริตาโอเคค่ะ ไม่เป็นไร ไหวอยู่ค่ะ” แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถาม เขาหายไปไหนมาในสามวันที่ผ่านมา... คืนเข้าหอเขาไปไหน... เขาโกรธอะไรเธอ หรือเบื่อแล้วกันแน่? แล้วตอนนี้... มาทำดีสร้างภาพต่อหน้าคนอื่นไปเพื่ออะไร เธอสูดลมหายใจเข้าลึก บอกตัวเองในใจว่า “ช่างเถอะ... ขอแค่จัดงานแม่ให้เสร็จก่อน เรื่องของเราค่อยสะสางทีหลัง” อิงอรมองลูกชายด้วยสายตาอ่อนโยน “ปรินทร์... ดูแลน้องดี ๆ นะลูก ตอนนี้จิตใจน้องยังไม่เข้มแข็งเหมือนที่เห็นหรอก” “ครับแม่ ผมจะดูแลเธอเอง” เขาตอบเสียงเรียบ แต่ริตาไม่เหลียวมองเลยแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนคนที่หมดแรงจะรู้สึกอะไรได้อีกต่อไป ทุกอย่างรอบตัวเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง เรื่องระหว่างริตากับปรินทร์... ไม่มีใครล่วงรู้ สำหรับทุกคน ทั้งสองยังดูรักกันดีเหมือนวันก่อนแต่งงาน และเขา... ก็แสดงออกได้แนบเนียนจนทุกคนเชื่อสนิทใจ “ริตา เดี๋ยววิวกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะมาช่วยใหม่” เสียงเพื่อนสนิทดังขึ้นข้าง ๆ ตัดผ่านความเงียบในใจของเธอ “ขอบคุณวิวมากนะ ที่ช่วยทุกอย่างเลย” ริตาพูดเสียงแผ่ว แต่ฝืนยิ้มตอบ “ยินดีจ้า” วิวหันไปมองปรินทร์ ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มสุภาพ “ฝากริตาด้วยนะคะ พี่ปรินทร์” “ครับ” ปรินทร์ยิ้มตอบ รอยยิ้มบางที่ดูสุภาพแต่เย็นชาเกินกว่าจะอบอุ่น เขาหันมาสบตาริตาเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น “กลับก่อนนะริตา ไว้วันฌาปนกิจจะมาช่วยอีกที” เสียงของตินดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาหาเธอ “ขอบใจมากนะติน” ริตาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า ตินยกมือแตะไหล่เธอเบา ๆ แค่สัมผัสสั้น ๆ นั้นก็พอให้หัวใจเธอไหว แต่จังหวะนั้นเอง ปรินทร์หันมามอง สีหน้าเขาเปลี่ยนเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยนิ่งสงบพลันแข็งตึงขึ้น “ไปนะครับ คุณปรินทร์... ดูแลริตาดี ๆ นะครับ” ตินเอ่ยอย่างจริงใจ ปรินทร์ยิ้มบาง — ยิ้มที่ดูเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน “อย่าห่วงครับ ริตาเป็นภรรยาผม... ผมดูแลอย่างดีแน่นอน” คำพูดนั้นทำให้ริตารู้สึกเหมือนถูกแทงเบา ๆ ‘ภรรยา’ คำที่เขาเอ่ยอย่างเยือกเย็น เหมือนไม่ได้มีความหมายใดเหลืออยู่ เมื่อแขกทุกคนทยอยกลับ เหลือเพียงความเงียบในศาลาวัด บอดี้การ์ดของปรินทร์ยืนเรียงรายอยู่รอบบริเวณงาน เธอและเขายืนอยู่ด้วยกัน... แต่กลับเหมือนอยู่กันคนละโลก เขาหันมาสบตาเธอเพียงครู่ ในแววตานั้นไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยน แล้วเขาก็เดินผ่านหน้าเธอไป ตรงเข้าไปกราบหน้าโลงศพของแม่เธอ อย่างสงบและเงียบงัน ริตามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า ไม่มีคำถามไหนที่อยากถามอีกแล้ว เมื่อเขากราบแม่เธอเสร็จเขาเดินออกมา “พี่จะให้คนรถไปส่งริตาที่คอนโดของคุณ” เสียงเขาเย็นชาจนเธอรู้สึกเจ็บที่หัวใจ “ไม่เป็นไร...ริตาขับรถมาค่ะกลับเองได้...ขอบคุณที่พี่ปรินทร์มางานแม่นะคะ” พูดจบเธอหมุนตัวกำลังจะเดินจากไป แต่เขากลับจับข้อมือเธอไว้ “คำสั่งของผมคุณมีสิทธิ์ไม่ทำตามหรือ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD